
อัปเดตเมื่อ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026
สกรูสำหรับงานไม้ ต่างกับสกรูทั่วไปอย่างไร เลือกใช้ยังไงให้เหมาะสม?
สกรูสำหรับงานไม้ คือ สกรูที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้ยึดไม้เข้าด้วยกันได้อย่างแข็งแรงและทนทาน มีหลายประเภท หลายขนาดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของงานแต่ละชนิด การเลือกใช้สกรูที่ถูกต้องจะช่วยให้งานไม้ออกมาสวยงามและมีคุณภาพ
โดย สกรูสำหรับงานไม้ มีลักษณะเฉพาะที่ช่วยให้สกรูสามารถเจาะและยึดติดในเนื้อไม้ได้อย่างแน่นหนา ไม่หลุดง่าย และไม่ทำให้เนื้อไม้แตกร้าว ไม่ว่าจะเป็นไม้เนื้ออ่อน ไม้เนื้อแข็ง หรือไม้แปรรูป เช่น MDF, ไม้อัด, ไม้สน ฯลฯ
ความแตกต่างระหว่างสกรูทั่วไปกับสกรูสำหรับงานไม้

ความแตกต่างระหว่างสกรูทั่วไปกับสกรูสำหรับงานไม้นั้นมีจุดสำคัญที่ควรรู้ เพื่อให้สามารถเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับวัสดุและลักษณะงาน โดยสรุปความแตกต่างได้ดังนี้ค่ะ
| ลักษณะ | สกรูทั่วไป (General Purpose Screws) | สกรูสำหรับงานไม้ (Wood Screws) |
| ภาพประกอบ | ![]() |
![]() |
| ลักษณะของเกลียว | มีทั้งเกลียวละเอียดและหยาบ ออกแบบมาเพื่อยึดวัสดุที่มีความหนาแน่นสูง เช่น โลหะ หรือพลาสติก | เกลียวหยาบและลึก, เว้นช่วงกว้างขึ้น เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะในเนื้อไม้ |
| ปลายสกรู | มีทั้งปลายแหลมและปลายสว่าน มีปลายแบน ต้องเจาะรูนำก่อนใช้งาน | ปลายแหลมคมเป็นพิเศษ เพื่อเจาะเนื้อไม้ได้ง่าย |
| ลักษณะของแกนสกรู | แกนและเกลียวมีขนาดใกล้เคียงกัน | แกนเรียวเล็กกว่าเกลียว ช่วยลดแรงต้านและป้องกันไม้แตก |
| วัสดุและการเคลือบ | ทำจากเหล็กชุบสังกะสี สแตนเลส หรือวัสดุอื่น ๆ ตามการใช้งาน | มีการเคลือบกันสนิมพิเศษ (เช่น Yellow Zinc) เหมาะสำหรับงานไม้กลางแจ้ง หรือไม้ที่มีความชื้น |
สรุปคือ ถ้าหากทำงานไม้ ควรเลือกใช้ สกรูยึดไม้ หรือ สกรูเจาะไม้ โดยเฉพาะ เพราะจะช่วยให้งานแข็งแรงและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ไม้แตก หรือเกลียวคลายตัวค่ะ
ประเภทของ สกรูสำหรับงานไม้
สกรูยึดไม้ มีหลากหลายประเภท แต่ที่นิยมใช้กันทั่วไป มีดังนี้
สกรูไม้ทั่วไป (Wood Screw)
เป็นสกรูที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในงานไม้ โดยจะแบ่งเป็น
- สกรูเกลียวหยาบ (Coarse Thread Wood Screw) เกลียวห่าง ลึก ขันเข้าไม้ได้ไว เหมาะกับงานประกอบเฟอร์นิเจอร์, งานติดตั้งทั่วไป
- สกรูเกลียวละเอียด (Fine Thread Wood Screw) เกลียวถี่ แน่น เหมาะกับไม้เนื้อแข็ง เหมาะกับงานที่ต้องยึดไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้เต็ง ไม้มะค่า

สกรูเกลียวปล่อย (Tapping Screw)
มีคุณสมบัติคล้ายสกรูไม้ทั่วไป แต่เกลียวอาจจะละเอียดกว่าเล็กน้อย และสามารถใช้กับวัสดุอื่น ๆ ได้ เช่น พลาสติก, ยิปซัม

สกรูปลายสว่าน (Self-Drilling Wood Screw)
มีปลายเหมือนดอกสว่าน สามารถเจาะทะลุไม้หรือไม้หรือโลหะเบาบางได้เลย ไม่จำเป็นต้องใช้ดอกเจาะแยก เหมาะสำหรับ ยึดไม้กับโลหะ เช่น ยึดโครงเหล็กกับแผ่นไม้

หัวสกรูที่เหมาะกับงานไม้ หัวใจสำคัญของความเรียบร้อย!
นอกจากชนิดของ สกรูเจาะไม้ แล้ว “หัวสกรู” ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ เพราะมันมีผลต่อทั้งความแข็งแรงและความสวยงามของงานไม้ค่ะ
สกรูหัวเตเปอร์ / สกรูหัวแบน (Countersunk Head)
เป็นหัวสกรูที่นิยมใช้มากที่สุดในงานไม้ มีหัวแบนและมีส่วนที่บานออก ทำให้เมื่อขันเข้าไปแล้วหัวสกรูจะจมลงไปในเนื้อไม้ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความเรียบเนียนของผิวไม้

สกรูหัวจม (Socket Head)
ใช้สำหรับเทคนิคการเจาะ Pocket Hole โดยเฉพาะ เพื่อยึดไม้เข้าด้วยกันแบบซ่อนหัวสกรู ทำให้งานดูเรียบร้อย สวยงาม เหมาะสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความเรียบร้อยและซ่อนรอยสกรู

สกรูหัวหกเหลี่ยม (Hex Head)
มีหัวเป็นรูปหกเหลี่ยม ทำให้สามารถใช้ประแจขันได้ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการแรงบิดสูง

สกรูหัวกลม (Round Head)
หัวสกรูจะนูนขึ้นมาจากผิวไม้ จะเหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการให้หัวสกรูจมลงไปในเนื้อไม้ และเป็นงานที่ต้องการความสวยงามในแบบคลาสสิก

สกรูหัวผ่า (Slotted Head)
เป็นหัวสกรูแบบดั้งเดิมที่ใช้ไขควงปากแบนในการขัน ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้ในงานไม้เท่าไหร่ เพราะขันยากและอาจจะทำให้หัวสกรูเสียหายได้ง่าย

สกรูหัว Torx หรือหัวดาว (Torx Head)
เป็นหัวสกรูรูปดาว 6 แฉก ให้แรงบิดได้ดีมากและป้องกันการลื่นไถลได้ดีกว่าหัวแฉก นิยมใช้ในงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง

“สกรูสำหรับงานไม้ มีความหลากหลายและมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป การทำความเข้าใจและเลือกใช้ให้ถูกชนิดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้งานไม้ของเราแข็งแรง ทนทาน และสวยงาม” – ทีม KACHA
เทคนิคการใช้สกรูสำหรับงานไม้ให้ได้ผลดีที่สุด!

เมื่อเลือกใช้ สกรูยึดไม้ ได้ถูกชนิดแล้ว ต่อมาก็ถึงเวลาใช้สกรูเจาะไม้กันแล้วค่ะ เรามีเทคนิคง่าย ๆ ในการใช้งานสกรูสำหรับงานไม้ มาฝาก ดังนี้
- เจาะรูนำ (Pilot Hole) การเจาะรูนำด้วยดอกสว่านที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของสกรูเล็กน้อย จะช่วยให้เราขันสกรูเข้าไปได้ง่ายขึ้น ป้องกันไม้แตก และทำให้สกรูยึดได้แน่นหนาขึ้น
- ใช้ดอกสว่านหัวคว้าน (Countersink Bit) ถ้าใช้สกรูหัวแบน ควรใช้ดอกสว่านหัวคว้านเจาะคว้านรูด้านบนเล็กน้อย เพื่อให้หัวสกรูจมลงไปพอดีกับผิวไม้ ทำให้งานเรียบเนียน
- เลือกความยาวของสกรู ความยาวของสกรูควรยาวพอที่จะยึดไม้สองชิ้นเข้าด้วยกันได้อย่างแน่นหนา โดยทั่วไปแล้วควรยาวกว่าความหนาของชิ้นไม้ที่ยึดชิ้นแรกประมาณ 1/3 ถึง 1/2 ของความยาวทั้งหมด
- ใช้แรงขันที่พอเหมาะ การใช้สว่านไฟฟ้าขันสกรูควรใช้แรงบิด (Torque) ที่เหมาะสม อย่าขันแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้เกลียวเสียหายหรือไม้แตกได้
ใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับงานไม้ เราขอแนะนำให้เลือกใช้ น็อตและสกรู ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพราะการลงทุนในเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ถูกต้องจะช่วยประหยัดเวลาและป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้เป็นอย่างดีค่ะ
เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย





