
อัปเดตเมื่อ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026
การเลือกสกรูหลังคาเมทัลชีท ขนาดเท่าไหร่ ต้องใช้แบบไหน?
การเลือกสกรูสำหรับงานหลังคาเมทัลชีท (Metal Sheet) อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่จริง ๆ แล้วการเลือกให้ถูกต้องสำคัญมากเลยค่ะ เพราะถ้าเลือกผิด ปัญหาหลังคารั่ว หรือหลังคาปลิวอาจจะตามมาได้เลย บทความนี้เราเลยจะพาทุกคนไปดูเทคนิค การเลือกสกรูหลังคาเมทัลชีท กันค่ะ ว่ามีประเภทไหนบ้าง ต้องใช้ขนาดเท่าไหร่ และแบบไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด ตามเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ
คุณสมบัติของหลังคาเมทัลชีท คือ เป็นแผ่นเหล็กรีดลอนที่ผ่านการเคลือบสารกันสนิมและเคลือบสีเพื่อความสวยงามและทนทาน มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และมีอายุการใช้งานยาวนาน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ สกรูหลังคาเมทัลชีท โดยเฉพาะ เพื่อป้องกันหลังคารั่วซึม และยึดหลังคาไว้ได้อย่างแน่นหนาและปลอดภัยกว่าการใช้สกรูทั่วไป
ประเภทของ สกรูยึดเมทัลชีท
สกรูสำหรับหลังคาเมทัลชีทนั้นจะมีส่วนประกอบสำคัญที่แตกต่างจากสกรูทั่วไป คือมี แหวนยาง (EPDM) ที่จะช่วยอุดรอยรั่วและป้องกันน้ำซึม รวมถึงมีส่วนหัวสกรูและปลายที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการเจาะแผ่นเมทัลชีทและโครงสร้างนั่นเองค่ะ ซึ่งสกรูที่นิยมใช้กับงานหลังคาเมทัลชีท ได้แก่

สกรูปลายสว่าน (Self-Drilling Screw) เป็นประเภทที่นิยมใช้ในงานหลังคาเมทัลชีทมากที่สุดค่ะ เนื่องจากปลายของสกรูทำหน้าที่เป็นดอกสว่านในตัว ทำให้สามารถเจาะทะลุแผ่นเมทัลชีทและแปเหล็กได้เลยโดยไม่ต้องเจาะรูนำ ซึ่งสะดวกและเร็วที่สุด เหมาะสำหรับยึดกับโครงสร้างที่เป็นเหล็ก แนะนำให้ใช้ สกรูพร้อมแหวนยาง EPDM เพื่อปิดช่องว่าง ป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝน

สกรูเกลียวปล่อย (Tapping Screw) เหมาะสำหรับใช้ยึดกับโครงสร้างที่เป็นไม้ หรือเหล็กที่มีความบางมาก ๆ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมใช้กับงานหลังคาเมทัลชีทโดยตรง เพราะปลายไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเจาะเหล็กหนาได้ดีเท่าสกรูปลายสว่าน
งานหลังคาเมทัลชีท ควรติดตั้งสกรูด้วย สว่านไขควงไฟฟ้า เพราะมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการติดตั้ง ทั้งมีกำลังและแรงบิดที่เหมาะสม ปรับความเร็วรอบมีขนาดหัวจับดอกที่พอดี และมีระบบคลัตช์ (Clutch) ที่ช่วยให้สว่านหยุดทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อสกรูถูกขันจนได้ความแน่นที่ตั้งไว้แล้ว ทำให้งานติดตั้งหลังคาเมทัลชีทออกมาเรียบร้อย สวยงาม และแข็งแรงเหมาะสมพอดีค่ะ
การเลือกขนาดสกรูสำหรับหลังคาเมทัลชีท
หลักการเลือกขนาดสกรูสำหรับหลังคาเมทัลชีท คือ ปลายเกลียวสกรูควรโผล่ออกมาจากแปไม่น้อยกว่า 3 เกลียว หรือประมาณ 15 มม. เนื่องจากสกรูต้องยาวพอที่จะยึดแผ่นหลังคาและฝังตัวเข้าไปในโครงสร้าง (แป) ได้อย่างมั่นคง
ความยาวสกรูหลังคาเมทัลชีทที่ต้องใช้ = ความสูงของสันลอนหลังคา + ความหนาของฉนวน (ถ้ามี) + ความหนาของแป + ระยะที่สกรูต้องโผล่ออกมา (3 เกลียว หรือ 15 มม.)

เช่น
- แผ่นเมทัลชีทมีสันลอนสูง 24 มม.
- ติดฉนวนกันความร้อน PU Foam ความหนา 1 นิ้ว (25 มม.)
- แปเหล็กมาตรฐานหนา 2.3 มม.
- สันลอนสูง 24 มม. + ฉนวน PU Foam 25 มม. + 2.3 มม. + ระยะที่สกรูต้องโผล่ออกมา 15 มม. = 66.3
ดังนั้น ควรใช้สกรูหลังคาเมทัลชีท ที่ยาว 66 มม. ขึ้นไป
การดูขนาดสกรูหลังคาเมทัลชีท
ขนาดของสกรูหลังคาเมทัลชีทจะถูกกำหนดด้วยตัวเลข 3 ส่วน ซึ่ง ตัวเลข 3 ส่วน = ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของสกรู – จำนวนเกลียวต่อนิ้ว × ความยาวสกรู
เช่น ขนาด #12-14×55 มม. หมายถึง สกรูมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเบอร์ 12 มี 14 เกลียวต่อนิ้ว และมีความยาว 55 มิลลิเมตร

- เลขตัวแรก 12 (เช่น #12) หมายถึง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสกรู (Gauge) ยิ่งตัวเลขมาก สกรูยิ่งมีขนาดอ้วนและแข็งแรงมาก
- เลขตัวกลาง (เช่น 14) หมายถึง จำนวนเกลียวต่อ 1 นิ้ว ถ้าเลขเยอะ คือมีเกลียวถี่ เหมาะกับเหล็กบาง/งานที่ต้องการยึดแน่น ถ้าเลขน้อย คือมีเกลียวห่าง เหมาะกับเหล็กหนา เพราะเจาะได้เร็วกว่า
- เลขตัวสุดท้าย (เช่น 55 มม.) หมายถึง ความยาวของสกรู เป็นหน่วยมิลลิเมตร (มม.) โดย วัดจากใต้หัวสกรูถึงปลายสว่าน
หรือร้านอุปกรณ์ช่างบางร้านก็จะแสดงผลแค่ 2 ส่วน คือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของสกรู (Gauge) และ ความยาวของสกรู
เช่น สกรู #12 x 55 มม. หมายถึง สกรูมีขนาดความอ้วนเบอร์ 12 และมีความยาว 48 มิลลิเมตร นั่นเองค่ะ
การเลือกสกรูหลังคาเมทัลชีท ตามชนิดของโครงสร้าง
การเลือกสกรูสำหรับหลังคาเมทัลชีท ควรคำนึงถึงชนิดของโครงสร้างที่ใช้ยึดด้วยค่ะ เพื่อให้สกรูสามารถยึดเกาะได้อย่างแน่นหนาและทนทาน
โครงสร้างเหล็ก
สำหรับโครงสร้างเหล็ก เช่น โครงสร้างเหล็กกล่องหรือแปเหล็ก ควรเลือกใช้ สกรูปลายสว่าน เพราะมีปลายคล้ายดอกสว่านที่สามารถเจาะทะลุแผ่นเมทัลชีทและเนื้อเหล็กของโครงสร้างได้ในขั้นตอนเดียว ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน นอกจากนี้ ควรเลือกสกรูที่มี ปีก (Wing) เพื่อช่วยขยายรูเจาะในแผ่นเมทัลชีท ทำให้เมื่อสกรูขันลงไปในเหล็ก จะไม่ทำให้รูในแผ่นเมทัลชีทฉีกขาด ซึ่งจะช่วยป้องกันน้ำรั่วซึมได้ดียิ่งขึ้น เลือกใช้ขนาดสกรูตามประเภทของเหล็ก
โครงสร้างไม้
สำหรับโครงสร้างไม้ หรืองานช่างไม้ อย่าง โครงสร้างจันทันหรือแปไม้ ควรใช้สกรูสำหรับงานไม้ เช่น สกรูปลายแหลม หรือสกรูเกลียวปล่อย เพราะสกรูชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้มีปลายที่แหลมคมเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถเจาะเนื้อไม้ได้ง่ายโดยไม่ทำให้ไม้แตกหรือเสียหายง่าย . หากต้องการใช้สกรูปลายสว่านกับโครงสร้างไม้ ควรเลือกแบบที่ไม่มีปีก เพื่อป้องกันไม้ฉีกขาดเมื่อขันสกรูเข้าไป
การเลือกสกรูหลังคาเมทัลชีท ที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ต้องอาศัยความเข้าใจในเรื่องขนาด ชนิดของสกรู และชนิดของโครงสร้างที่จะติดตั้งด้วยค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหาสกรูหลังคาเมทัลชีท สามารถปรึกษาทีมงาน KACHA เพื่อเลือกขนาดที่เหมาะสมได้นะคะ หรือสำหรับลูกค้าที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก ติดต่อเซลล์ Kacha เพื่อรับเรทราคาส่งได้เลยค่ะ!😊
เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย





