หน้าแรก > หมวดหมู่สินค้า > ชั้นวางสินค้า
ชั้นวางสินค้า
ชั้นวางสินค้า
ยกระดับร้านค้า เพิ่มยอดขาย และจัดสรรพื้นที่ให้คุ้มค่าทุกตารางเมตรด้วย ชั้นวางสินค้า คุณภาพมาตรฐานจาก Kacha (Thailand) ร้านขายชั้นวางของ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ทั้งร้านเปิดใหม่และการรีโนเวทร้านเดิม โครงสร้างเหล็กหนา แข็งแรง ทนทาน ดีไซน์ทันสมัย ช่วยเปลี่ยนหน้าร้านธรรมดาให้ดูเป็นระเบียบและดึงดูดลูกค้าได้ทันที
ประกันศูนย์ไทย ส่วนลด 15%ชั้นวางสินค้า ชั้นวางของมินิมาร์ท 4 ชั้น แบบ 1 และ 2 ด้าน รองรับน้ำหนัก 25 กก./ชั้น ไม่ใช้น็อต ถอดประกอบง่าย ปรับระดับได้
฿1,215.50฿1,430.00รับน้ำหนักต่อชั้น
ชั้นวางสินค้า คืออะไร?
ชั้นวางสินค้า คืออุปกรณ์สำหรับจัดเรียงและจัดแสดงสินค้าให้เป็นหมวดหมู่ ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดวางสินค้าและทำให้ลูกค้าสามารถมองเห็นและหยิบสินค้าได้สะดวก เหมาะสำหรับร้านมินิมาร์ท ร้านโชห่วย ร้านค้าปลีก ร้านขายของ และพื้นที่จัดเก็บสินค้าหลากหลายประเภท โดยสามารถเลือกขนาด รูปแบบ และจำนวนชั้นให้เหมาะกับพื้นที่และลักษณะการใช้งานได้
ชั้นวางสินค้าเหมาะกับร้านประเภทไหน?
ชั้นวางสินค้าสามารถนำไปใช้งานได้กับร้านค้าหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ร้านมินิมาร์ท ร้านขายของชำ ร้านค้าปลีก ร้านขายอุปกรณ์ ร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด หรือพื้นที่สต๊อกสินค้า ช่วยแบ่งหมวดหมู่สินค้าให้ชัดเจน เพิ่มพื้นที่จัดแสดง และทำให้การเติมสินค้าเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น
ประเภทของชั้นวางสินค้าและการใช้งาน
-
ชั้นวางสินค้าแบบ 1 ด้าน (Single Side) ออกแบบมาเพื่อวางชิดผนังรอบร้าน เหมาะสำหรับการวางสินค้าหลัก สินค้าขนาดใหญ่ หรือสินค้าที่ต้องการความมั่นคงสูง
-
ชั้นวางสินค้าแบบ 2 ด้าน (Double Side) ชั้นวางสำหรับตั้งกลางพื้นที่ร้าน เพื่อแบ่งทางเดิน (Aisle) ให้ลูกค้าเดินเลือกซื้อสินค้าได้อย่างต่อเนื่องเป็นสัดส่วน
-
ชั้นวางปิดหัวเกาะ (End Cap Unit) วางประกบหัว-ท้ายของชั้นวางแบบสองหน้า เป็นจุดสายตา (Eye-Level Hotspot) ที่ดึงดูดความสนใจได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับจัดวางสินค้าโปรโมชันหรือสินค้าขายดี
-
ชั้นวางของมินิมาร์ทแบบตะแกรงและแผ่นทึบ สำหรับร้านค้าปลีกทั่วไปที่ต้องการความโปร่งตา ช่วยให้มองเห็นสินค้าได้รอบทิศทาง หรือแผ่นหลังทึบที่เน้นความพรีเมียมและรับน้ำหนักได้มากขึ้น
ชั้นวางสินค้า 1 ด้าน กับ 2 ด้าน ต่างกันอย่างไร?
- ชั้นวางสินค้า 1 ด้าน เหมาะสำหรับวางชิดผนัง ช่วยประหยัดพื้นที่และใช้พื้นที่แนวผนังในการจัดแสดงสินค้าได้อย่างคุ้มค่า
- ชั้นวางสินค้า 2 ด้าน สามารถวางสินค้าได้ทั้งสองฝั่ง เหมาะสำหรับตั้งกลางร้านและช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับจัดเรียงสินค้า โดยควรเลือกตาม Layout ของร้านและพื้นที่ทางเดินที่ต้องการ
วิธีเลือกชั้นวางสินค้าให้เหมาะกับร้าน
วิธีเลือกชั้นวางสินค้า มีอยู่ 6 ขั้นตอนง่าย ๆ ได้แก่ 1. วัดพื้นที่ก่อนเลือกซื้อ 2. พิจารณาขนาดและรูปแบบของสินค้า 3. คำนวณการรับน้ำหนัก 4. เลือกแบบ 1 ด้าน หรือ 2 ด้าน ให้เหมาะกับ Layout ร้าน 5. พิจารณาความแข็งแรงของชั้นวาง
- วัดพื้นที่ก่อนเลือกซื้อ ตรวจสอบความกว้าง ความลึก และความสูงของพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ทางเดิน เพื่อเลือกขนาดชั้นวางให้พอดีกับร้าน
- พิจารณาขนาดและรูปแบบของสินค้า เพื่อเลือกระยะห่างและจำนวนชั้นให้เหมาะกับการจัดเรียง แล้วเลือกให้เหมาะกับประเภทสินค้า
- คำนวณการรับน้ำหนัก เลือกชั้นวางที่รองรับน้ำหนักสินค้าได้เพียงพอ โดยเฉพาะสินค้าที่มีน้ำหนักมากหรือมีการจัดวางจำนวนมาก
- เลือกแบบ 1 ด้าน หรือ 2 ด้านให้เหมาะกับ Layout ร้าน ชั้นวาง 1 ด้านเหมาะสำหรับวางชิดผนัง ส่วนชั้นวาง 2 ด้านเหมาะสำหรับวางกลางร้านและจัดสินค้าได้ทั้งสองฝั่ง
- พิจารณาความแข็งแรงและวัสดุของชั้นวาง เลือกโครงสร้างที่แข็งแรง มั่นคง และสามารถหยิบสินค้า เติมสต๊อก หรือจัดเรียงสินค้าได้ง่าย
- คำนึงถึงการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า เลือกชั้นวางที่ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดแสดงสินค้า โดยไม่ทำให้ร้านแออัดหรือกีดขวางทางเดิน
ชั้นวางสินค้า Kacha ตัวช่วยจัดร้านให้เป็นระเบียบ พร้อมใช้งานจริง
เพราะชั้นวางที่ดีไม่ได้มีหน้าที่แค่ “วางสินค้า” แต่ต้องช่วยให้ร้านจัดการพื้นที่ได้ง่ายขึ้น ชั้นวางสินค้า Kacha จึงออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของร้านค้าโดยเฉพาะ ทั้งการจัดเรียงสินค้า เพิ่มพื้นที่จัดแสดง และทำให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น
- แข็งแรง รองรับการใช้งานได้อย่างมั่นใจ เหมาะกับการจัดวางสินค้าหลากหลายประเภท
- มีหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งชั้นวางของมินิมาร์ท แบบ 1 ด้าน และ 2 ด้าน
- ช่วยเพิ่มพื้นที่ขาย จัดวางสินค้าได้มากขึ้นโดยใช้พื้นที่ร้านอย่างคุ้มค่า
- จัดสินค้าเป็นระเบียบ แบ่งหมวดหมู่สินค้าได้ง่าย หยิบสินค้าและเติมสต๊อกสะดวก
- เหมาะกับร้านค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่มินิมาร์ท ร้านโชห่วย ไปจนถึงร้านค้าปลีกและพื้นที่จัดเก็บ
ไม่ว่าจะเปิดร้านใหม่ ปรับปรุงพื้นที่ หรือเพิ่มพื้นที่จัดแสดงสินค้า Kacha (Thailand) ร้านขายชั้นวางของ พร้อมช่วยเลือกชั้นวางให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน เพื่อให้ทุกพื้นที่ในร้านใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า





