สเก็น

สเก็น (Shackle) สำหรับงานหลากหลายประเภท หลายรูปทรง ขนาด และพิกัดรับน้ำหนัก มีมาตรฐาน ปลอดภัย รับน้ำหนักได้มาก มีความยืดหยุ่นสูง รับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 9 ตัน นำมาใช้สำหรับคล้องยึดเข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ลวดสลิง โซ่ เกลียวเร่ง สมอเรือ ช่วยในการเคลื่อนย้ายวัสดุอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมาก มีความปลอดภัยในการใช้งาน มั่นใจทุกช่วงน้ำหนัก

สเก็น คืออะไร?

สเก็น (Shackle) คืออุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อ ยึด และรับแรงระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ ในงานยกและงานอุตสาหกรรม โดยมักใช้ร่วมกับ สลิง โซ่ และอุปกรณ์ยก เพื่อเชื่อมต่อระหว่างจุดยกกับวัสดุที่ต้องการยกหรือเคลื่อนย้าย

 

สเก็นมีกี่ประเภท?

สเก็น (Shackle) สำหรับงานยกและงานอุตสาหกรรม โดยทั่วไปจะแบ่งประเภทหลัก ๆ ตาม รูปทรงตัวสเก็นและลักษณะห่วง ได้ 5 ประเภท ดังนี้

  1. สเก็นตัวยู (U-Shackle / Dee Shackle)
    ตัวสเก็นเป็นรูปตัว U เหมาะกับการเชื่อมต่อสลิง โซ่ หรืออุปกรณ์ยกต่าง ๆ ใช้ในงานยกของทั่วไป
  2. สเก็นโอเมก้า (Omega Shackle / Bow Shackle)
    มีส่วนโค้งกว้างคล้ายตัว Ω ทำให้มีพื้นที่สำหรับเกี่ยวสลิงได้มากกว่า เหมาะกับงานยกที่ต้องรองรับแรงหลายทิศทาง
  3. สเก็นเกลียว (Screw Pin Shackle)
    ใช้สลักแบบเกลียว ถอด–ติดตั้งง่าย เหมาะกับงานที่ต้องประกอบและถอดสเก็นบ่อย
  4. สเก็นสลักนิรภัย (Safety Shackle)
    มีระบบล็อกหรือสลักที่ช่วยป้องกันการคลายตัว เหมาะกับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง
  5. สเก็นสลักเกลียว (Bolt Type Shackle)
    ใช้โบลต์และน็อตเป็นตัวล็อก มีความมั่นคง เหมาะกับงานที่ต้องติดตั้งไว้เป็นเวลานานหรือมีแรงสั่นสะเทือน

 

สเก็นใช้สำหรับงานอะไร?

สเก็นสามารถนำไปใช้เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อในงานที่หลากหลาย โดยเฉพาะงานที่มีการยก เคลื่อนย้าย หรือผูกยึดวัสดุ เช่น

  • งานยกและขนย้าย ใช้เชื่อมต่อระหว่าง สลิง โซ่ และจุดยก เพื่อช่วยในการยกหรือเคลื่อนย้ายวัสดุและสินค้า
  • งานก่อสร้าง ใช้เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อในงานยกวัสดุก่อสร้างหรืออุปกรณ์ที่ต้องเคลื่อนย้ายด้วยเครื่องจักร
  • งานโรงงานและอุตสาหกรรม เหมาะสำหรับงานที่มีการยก ขนย้าย หรือจัดการวัสดุภายในโรงงานและพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • งานผูกยึด สามารถใช้ร่วมกับโซ่หรือสลิงสำหรับยึดวัสดุและสินค้า ทั้งนี้ต้องเลือกชนิดและพิกัดรับน้ำหนักให้เหมาะกับลักษณะงาน

 

วิธีเลือกสเก็นให้เหมาะกับการใช้งาน

การเลือก สเก็น ไม่ควรพิจารณาเฉพาะขนาดหรือราคา แต่ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญต่อไปนี้

1. เลือกจาก WLL

WLL (Working Load Limit) คือค่าพิกัดน้ำหนักใช้งานของสเก็น ควรเลือกให้เหมาะสมกับน้ำหนักที่ต้องรับ และไม่ใช้งานเกินค่าที่ผู้ผลิตกำหนด

2. เลือกขนาดให้เหมาะกับอุปกรณ์

ตรวจสอบขนาดของสเก็นให้สามารถใช้งานร่วมกับ สลิง โซ่ ห่วงยก หรืออุปกรณ์เชื่อมต่ออื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสม

3. พิจารณารูปแบบของสเก็น

เลือกประเภทให้เหมาะกับลักษณะงาน เช่น สเก็นตัวยู หรือ สเก็นโอเมก้า โดยพิจารณาพื้นที่ในการเชื่อมต่อและทิศทางของแรงร่วมด้วย

4. ตรวจสอบสภาพก่อนใช้งาน

ก่อนใช้งานควรตรวจสอบสเก็น สลัก และส่วนประกอบต่าง ๆ ว่ามีการบิดงอ แตกร้าว สึกหรอ หรือความเสียหายหรือไม่ หากพบความผิดปกติไม่ควรนำไปใช้งาน

ตารางเปรียบเทียบ สเก็นตัวยู vs สเก็นโอเมก้า

เปรียบเทียบ สเก็นตัวยู สเก็นโอเมก้า
รูปทรง คล้ายตัว U คล้ายตัว Ω
การใช้งาน งานยกและงานยึดทั่วไป งานยกและเชื่อมต่ออุปกรณ์
การเลือกขนาด พิจารณาขนาดและ WLL พิจารณาขนาดและ WLL
อุปกรณ์ที่ใช้ร่วม สลิง / โซ่ / อุปกรณ์ยก สลิง / โซ่ / อุปกรณ์ยก

 

สเก็นใช้ร่วมกับอุปกรณ์อะไรได้บ้าง?

สำหรับงานยกและงานอุตสาหกรรม สเก็นมักทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นเพื่อสร้างจุดเชื่อมต่อ เช่น

  • สลิงผ้า ใช้สำหรับยกและเคลื่อนย้ายสินค้า
  • ลวดสลิง สำหรับงานยกที่ต้องการความแข็งแรงและเหมาะกับสภาพงาน
  • โซ่ ใช้สำหรับงานยกหรือผูกยึดตามพิกัดที่กำหนด
  • ห่วงยก ใช้เป็นจุดสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ยก
  • อุปกรณ์ยกอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับรูปแบบของงานและข้อกำหนดของอุปกรณ์

 

วิธีใช้สเก็นอย่างปลอดภัย

เพื่อให้การใช้งานมีความเหมาะสม ควรปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ผลิตและตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง

  • ตรวจสอบ WLL ก่อนนำไปใช้งาน
  • ห้ามรับน้ำหนักเกินพิกัดที่กำหนด
  • ตรวจสอบสเก็นและสลักก่อนใช้งาน
  • ตรวจสอบว่าสเก็นเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการใช้งานสเก็นที่มีรอยแตก บิดงอ หรือชำรุด
  • ใช้งานตามทิศทางและเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด