รู้จักกับ “บาร์โค้ด” สำหรับอุตสาหกรรม คืออะไร?  มีอะไรบ้าง?

          บาร์โค้ด  ตัวช่วยจัดการระบบคลังสินค้าในวงการอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสินค้าคงคลังเป็นจำนวนมาก

บาร์โค้ดคืออะไร? มีกี่ประเภท? มีแล้วส่งผลดีกับธุรกิจอย่างไร? ตาม KACHA ไปดูกัน!

บาร์โค้ด (Barcode) คืออะไร?

บาร์โค้ด (Barcode) คืออะไร?

          บาร์โค้ด หรือ รหัสแท่ง (Barcode) คือ สัญลักษณ์ที่ใช้แทนตัวอักษรและตัวเลข มีลักษณะเป็นแท่งบาร์ขาว-ดำเรียงกันเป็นแถบ แต่ละบาร์มีความหนาบางต่างกัน ด้านล่างมีตัวเลขกำกับ 8-13 หลัก อ่านค่าด้วยเครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Scanner) ใช้หลักการสะท้อนแสงสำหรับถอดรหัส เก็บข้อมูล แสดงรายละเอียดของสินค้า เช่น รหัสประจำตัวสินค้า ประเภท ชื่อ วันหมดอายุ เลขล็อต เป็นต้น บาร์โค้ดเป็น “ระบบมาตรฐานสากลที่นิยมใช้ทั่วโลก” สามารถระบุ ตรวจสอบ และนับสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดการผิดพลาดในการคีย์ข้อมูล ช่วยประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย ที่สำคัญ คือ ลดการใช้ทรัพยากรบุคคล ในปัจจุบันบาร์โค้ดมีหลายประเภท ออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน บาร์โค้ดที่นิยมใช้กันมาก คือ EAN (European Article Number) และ UPC (Universal Product Code)

ส่วนประกอบของบาร์โค้ด

  • ลายเส้น ประกอบด้วยแถบสีขาว (โปร่งใส) และ แถบสีดำ มีขนาดความกว้างของลายเส้นต่างกันไปตามมาตรฐานของแต่ละระบบ
  • ข้อมูลตัวอักษร ส่วนที่แสดงความหมายของข้อมูลลายเส้นให้ผู้อ่านเข้าใจ
  • แถบว่าง ส่วนที่ใช้กำหนดขอบเขตของบาร์โค้ดและกำหนดค่าให้กับสีขาว (ความเข้มของการสะท้อนแสง) โดยแต่ละเส้นจะมีความยาวเท่ากันเรียงตามลำดับในแนวนอนจากซ้ายไปขวา

ลักษณะสำคัญของบาร์โค้ด

     แถบของบาร์โค้ดต้องคมชัด ขนาดต้องตรงตามมาตรฐานของแต่ละระบบ (ย่อลงได้มากสุด 20%) พื้นที่ด้านข้าง (Quiet Zone) ต้องมีพื้นที่ 10 เท่าของแท่งรหัสที่เล็กที่สุด หรือมีเนื้อที่มากกว่า 3.6 มม. สำหรับสีที่ดีที่สุด คือ สีดำบนพื้นที่สีขาว หรือสีเข้มและสีสว่าง หากเลือกคู่สีผิดจะทำให้เครื่องอ่านไม่ออก

บาร์โค้ดในอุตสาหกรรม สำคัญอย่างไร?

บาร์โค้ด ในงานอุตสากรรม

         ระบบบาร์โค้ด (Barcode) ตัวช่วยในการตรวจสอบข้อมูลของสินค้า เช่น ชื่อ รหัส ราคาสินค้า รวมถึงนับจำนวนสินค้าคงเหลือได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ดียิ่งขึ้น สำหรับการใช้ Barcode ในอุตสาหกรรมแต่ละประเภท มีดังนี้

  •  อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) สำหรับการคัดแยกชนิดของอาหารและผลิตภัณฑ์ ลดการสูญเสียของวัตถุดิบ ตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับได้
  • อุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive Industry) ติดบนชิ้นส่วนของอะไหล่ยนต์เพื่อเก็บข้อมูล ใช้สำหรับการตรวจสอบหรือเรียกดูข้อมูลสำหรับกระบวนการผลิต
  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Industry) ช่วยในการจำแนกสินค้า รหัสสินค้า เพื่อการทํางานที่รวดเร็วแม่นยำ
  • อุตสาหกรรมการแพทย์และเวชภัณฑ์ (Medical / Pharmaceuticals) ใช้งานเพื่อความถูกต้องของข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือแพทย์ เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้อุปโภคและบริโภค สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้

ประเภทของ บาร์โค้ด มีอะไรบ้าง?

บาร์โค้ด 1 มิติ (Barcode 1D)

 บาร์โค้ด 1 มิติ (Barcode 1D)

          บาร์โค้ดแบบหนึ่งมิติ หรือ บาร์โค้ดแบบแท่ง มีลักษณะเป็นแถบ ประกอบด้วยเส้นสีดำและสีขาวเรียงสลับกัน ใช้แทนรหัสตัวเลขหรือตัวอักษร สามาถบรรจุได้ประมาณ 20 ตัวอักษร มักใช้งานร่วมกับฐานข้อมูล เหมาะกับการใช้งานที่ไม่ต้องการใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลเยอะ เช่น รหัสสินค้า ชื่อผลิตภัณฑ์ เลขซีเรียลนัมเบอร์ เลขสมาชิก เลขล็อตของสินค้า เป็นต้น ยกตัวอย่างบาร์โค้ดแบบแท่ง เช่น

  • EAN-8 : บาร์โค้ดขนาดเล็ก จำนวนหลักน้อย เหมาะสำหรับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดกะทัดรัด เช่น บุหรี่ หมากฝรั่ง ดินสอ
  • EAN-13 : บาร์โค้ดที่ได้รับการยอมรับและนิยมใช้กันทั่วโลก ก่อนใช้ต้องไปขึ้นทะเบียนกับ GS1 นิยมใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ในอุตสากรรมอาหารและเครื่องดื่ม
  • UPC-A :  นิยมใช้ในธุรกิจค้าปลีกในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา มีจำนวน 12 หลัก หลักที่ 1 ระบุประเภทสินค้า หลักที่ 12 แสดงตัวเลขที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของบาร์โค้ด
  • UPC-E : บาร์โค้ดที่ได้รับการพัฒนามาจาก UPC-A สามารถพิมพ์ออกมาได้เล็กมาก เหมาะสำหรับป้ายขนาดเล็กที่ติดบนตัวสินค้า
  • Interleaved 2 of 5 : เหมาะสำหรับพิมพ์ลงบนกระดาษลูกฟูก นิยมใช้ในโกดังจัดเก็บสินค้าและอุตสาหกรรม
  • Code 39 : บาร์โค้ดแบบนี้ค่อนข้างยาว ไม่เหมาะกับสินค้าที่มีขนาดเล็ก นิยมใช้ในงานด้านการจัดสินค้าคงคลัง รวมถึงการติดตามความเคลื่อนไหวของวัตถุดิบในโรงงาน
  • Code 128 : บาร์โค้ดตัวนี้ไดัรับการพัฒนาจาก Code 39 ให้มีขนาดเล็กลง เหมาะกับสินค้าที่มีพื้นที่จำกัด นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมและการจัดส่งสินค้าด้านการพิมพ์ฉลาก

บาร์โค้ด 2 มิติ (Barcode 2D)

บาร์โค้ด 2 มิติ (Barcode 2D)

         บาร์โค้ดสองมิติเป็นบาร์โค้ดที่นำมาใช้งานสำหรับข้อมูลที่มีจำนวนมาก มีการนำเทคโนโลยี RFID ที่เป็นการตรวจสอบข้อมูลทางคลื่นวิทยุมาใช้ บารโค้ดชนิดนี้มีหลายแบบและมีการจัดวางที่แตกต่างกัน เช่น รหัสคิวอาร์ (QR Code) ดาต้าเมทริกซ์ (Data matrix) รหัสอีซี (EZcode) รหัสแอซเทค (Aztec Code) เอ็มเอสแท็ก (MS Tag) ฯลฯ

  • QR Code (Quick Response) ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบันได้ ใช้งานง่ายเพียงยกมือถือขึ้นมาสแกน ก็จะได้ข้อมูลทันที เช่น การชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร  เพิ่มเพื่อนในโซเชียลมีเดีย ตั๋วเข้างาน เว็บไซต์ หรือลิงก์ต่าง ๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ให้ยุ่งยาก 
  • Data Matrix มีลักษณะและการใช้งานคล้ายคิวอาร์โค้ด บางแอปพลิเคชันสามารถใช้แทนกันได้ แต่ดาต้าเมทริกซ์โดดเด่นที่การจัดเก็บข้อมูลที่อัดแน่น พิมพ์ได้เล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตร  เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ขนาดเล็ก เช่น ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เมนบอร์ด หรือสินค้าที่มีพื้นผิวโค้งมน นิยมใช้กันมากในวงการอุตสากรรม
  • PDF417  บาร์โค้ดแบบนี้จะเก็บข้อมูลในลักษณะของแฟ้มข้อมูล นิยมใช้การยืนยันตัวตน เช่น ใบขับขี่ที่มีข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ รูปถ่าย รวมถึงข้อมูลการบันทึกข้อหาที่เคยฝ่าฝืน นอกจากนี้ PDF417 ยังนำไปใช้งานในไปรษณีย์ของสหรัฐอเมริกา เพราะบรรจุข้อมูลได้มาก 

ประโยชน์ของบาร์โค้ด

บาร์โค้ด ประโยชน์
  • ลดขั้นตอนการทำงาน โดยเฉพาะการตรวจนับสินค้า การรับชำระเงิน การออกใบเสร็จ การตัดสินค้าคงคลัง และกระบวนการซื้อ-ขายที่รวดเร็วขึ้น
  • สินค้าคงคลังมีระบบ แสดงข้อมูลเกี่ยวกับการหมุนเวียนสินค้า สินค้าเหลือในสต็อก สินค้ารายการใดขายดีหรือไม่ดี
  • ยกระดับมาตรฐานสินค้า การมีข้อมูลของแหล่งผลิต ทำให้ผู้ผลิตปรับปรุงคุณภาพ เพื่อรักษาภาพพจน์ของสินค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  • สร้างศักยภาพเชิงแข่งขัน บาร์โค้ดเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าสินค้านั้นดี มีคุณภาพดี น่าเชื่อถือ ทำให้ผู้ซื้อทราบถึงแหล่งผลิต ง่ายต่อการติดต่อ
  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร ข้อมูลจากระบบบาร์โค้ด ช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนและบริหารงานด้านการผลิต การจัดซื้อ จัดการระบบตลาดได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ขอบคุณข้อมูลจาก : FactoMart, Sumipol

KACHA ผู้จัดจำหน่ายเครื่องมือช่าง อุปกรณ์ก่อสร้าง รับสร้างโกดังสำเร็จรูป พร้อมสต็อกสินค้ารองรับทุกการสั่งซื้อ บริการหลังการขายที่ประทับใจ ในราคาที่เป็นมิตร!