อีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญมากภายในบ้าน หรือห้องพักอาศัยนั้น จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจาก “ฝ้าเพดาน (Ceiling)” หนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของห้องพักอาศัย ที่จะช่วยบังสายตาจากสายไฟ รวมถึงงานระบบต่าง ๆ ที่อยู่ใต้เพดาน ให้ดูมีความเรียบร้อย สบายตามากยิ่งขึ้นได้ และในวันนี้ KACHA จะขอแนะนำสาระเรื่องฝ้าเพดานให้ทุกคนได้รู้จักกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลย

ฝ้าเพดาน คืออะไร?

ในปัจจุบันบ้านที่ออกแบบสวย ๆ วัสดุ ฝ้าเพดาน ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้านไปแล้ว ซึ่งเป็นแผ่นวัสดุที่ช่วยปิดบังพื้นที่บริเวณใต้หลังคา หรือใต้พื้นชั้นบน ความสำคัญคือ คอยช่วยปิดบังความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ยังซ่อนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ยุ่งเหยิง เช่น ท่อน้ำ สายไฟ และนอกจากนี้ฝ้าเพดานยังมีคุณสมบัติเป็นวัสดุกันเสียง และทนไฟได้อีกด้วย การติดตั้งฝ้าเพดานในอาคารบ้านเรือน หรือคอนโด จึงมีประโยชน์ทั้งในแง่การใช้งาน ที่มาพร้อมกับความสวยงามนั่นเอง

210416-Content-“ฝ้าเพดาน”มีกี่แบบ-เลือกอย่างไรให้เหมาะสม-02

วัสดุฝ้าเพดาน เป็นแบบไหน?

วัสดุของฝ้าเพดานนั้นมีหลากหลายมาก ซึ่งแต่ละชนิดวัสดุที่นำมาใช้นั้นต่างก็มีจุดเด่น และจุดด้อย ซึ่งขึ้นอยู่กับพื้นที่และฟังก์ชั่นต่าง ๆ ได้แก่

  • ฝ้าเพดานที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง มีความแข็งแรงทนทาน สวยงามแบบธรรมชาติ แต่หายาก ราคาแพง ติดไฟง่าย มีปัญหาเรื่องปลวก และบิดงอง่ายถ้าคุณภาพไม่ดีพอซึ่งน่าจะเหมาะกับอาคารบ้านเรือนที่เน้นความเป็นธรรมชาติ
  • ฝ้ากระเบื้องดีไซน์แผ่นเรียบ มีคุณสมบัติทนน้ำ และความชื้นได้ดี ข้อเสียที่เป็นกระเบื้อง คือ เป็นวัสดุที่แตกง่าย และจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งแผ่น
  • ฝ้าอะลูมิเนียม เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา แต่ทนน้ำ และความชื้นได้ดี แต่ราคาที่ค่อนข้างแพง และกันความร้อนได้ไม่ดี
  • ฝ้าเพดานยิปซั่มบอร์ด เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา แถมทนไฟ และสามารถฉาบปิดรอยต่อได้อย่างเรียบเนียน มีข้อเสีย คือ ไม่ทนน้ำ และอาจมีเชื้อราขึ้นได้หากอยู่ในที่ชื้น

เลือกฝ้าเพดานอย่างไร? ให้เหมาะกับแต่ละห้อง

คนส่วนใหญ่มักมองข้ามความสำคัญในการเลือกฝ้าเพดาน และเลือกใช้ฝ้าเพดานชนิดเดียวกันทั้งหมดในการติดตั้ง แต่จริง ๆ แล้วฝ้าเพดานมีหลากหลายชนิดทั้ง ฝ้าเพดานแผ่นยิปซั่ม, ฝ้าเพดานไม้, กระเบื้องแผ่นเรียบ และฝ้าเพดานอะลูมิเนียม เป็นต้น ซึ่งแบ่งได้ตามนี้

210416-Content-“ฝ้าเพดาน”มีกี่แบบ-เลือกอย่างไรให้เหมาะสม-03
  • ห้องนอน :

ปัจจุบันหลายคนมักออกแบบห้องนอนด้วยการติดตั้งฉนวนกันความร้อนใยแก้วไว้ใต้หลังคาควบคู่กับฝ้าเพดาน แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นฝ้าเพดานที่มีฉนวนแบบโฟมติดตั้งมาด้วยจะป้องกันความร้อนได้มากกว่า แถมยังช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศทำให้ประหยัดค่าไฟได้อีกด้วย

  • ห้องครัว :

การออกแบบห้องครัวที่ดีควรคำนึงถึงความชื้นจากไอน้ำ และควันที่มาจากการปรุงอาหาร และสภาพอากาศ เพราะความชื้นเป็นปัจจัยทำให้เกิดเชื้อราและไรฝุ่นต่าง ๆ ดังนั้น ควรเลือกใช้แผ่นฝ้าแบบเรียบไม่เก็บฝุ่น ทนชื้นได้ดีควบคู่กับแผ่นฝ้ากันไฟพิเศษ เพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัย ในอนาคต

210416-Content-“ฝ้าเพดาน”มีกี่แบบ-เลือกอย่างไรให้เหมาะสม-04
  • ห้องน้ำ :

การออกแบบห้องน้ำควรเน้นเรื่องการกันชื้น และการรั่วซึมของน้ำ เพราะเป็นบริเวณที่มีความชื้นสูงทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย อีกส่วนที่สำคัญคือโครงคร่าวควรชุบสังกะสีเพื่อป้องกันการเกิดสนิม

  • ห้องนั่งเล่น :

สำหรับบ้านชั้นเดียว ควรติดฝ้าเพดานที่มีฉนวนกันความร้อน เพราะได้รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง อาจนำฝ้าเพดาน สำหรับกันเสียงมาติดตั้งกับผนัง เพื่อซับเสียงไม่ให้ออกไปรบกวนบ้านข้างเคียง

ฝ้าเพดานมีประโยชน์อย่างไร?

  • สิ่งสำคัญอย่างแรกหากติดตั้งฝ้าเพดานแล้ว คือ การได้ปกปิด สิ่งต่าง ๆ ที่ติดอยู่กับเพดานสร้างความไม่เรียบร้อยเมื่อพบเห็น ได้แก่ ท่อน้ำ, สายไฟ, โครงสร้างที่ฉาบปูนไม่เรียบร้อย
  • สำหรับบ้านเรือน จะช่วยเรื่องป้องกันความร้อน ซึ่งบริเวณบนฝ้าสามารถติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติมได้ ลดการเกิดความร้อนสะสม
  • หากสายไฟดวงโคม ไม่สวยงามน่ามอง ฝ้าเพดานก็ช่วยได้
  • ฝ้าเพดานช่วยเก็บเสียง หากคอนโดต้องการใช้เสียงในการทำงาน
  • ช่วยเรื่องงานตกแต่ง Interior ถ้าหากต้องการออกแบบไฟหลบ ไฟซ่อน เพิ่มสไตล์ต่าง ๆ ได้
  • สำหรับใช้เป็นวัสดุชะลอการลุกลามของไฟไหม้ ไม่ให้ลุกลามไปชั้นต่าง ๆ ได้ เหมาะกับอาคารสำนักงานเป็นอย่างยิ่ง


วิธีการดูแลรักษาฝ้าเพดาน

ขั้นตอนวิธีการทำความสะอาดฝ้าเพดาน สามารถทำได้ ดังนี้

1. จัดการของภายในห้อง
ควรเริ่มจากการเก็บสิ่งที่อยู่ภายใต้ฝ้าเพดานที่จะทำความสะอาดก่อน หากเป็นเฟอร์นิเจอร์ของชิ้นใหญ่ควรมีผ้าคลุมให้เรียบร้อย ก่อนทำความสะอาดฝ้าเพดาน

2. เตรียมอุปกรณ์

  • เครื่องดูดฝุ่น หรือไม้กวาด
  • ไม้ที่มีความยาวสูงถึงฝ้าเพดาน
  • ผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ
  • น้ำส้มสายชู
  • หน้ากากอนามัย
  • แว่นตา หรือหน้ากากป้องกันดวงตา

3. กำจัดฝุ่นเบื้องต้น
เราสามารถใช้ไม้กวาดหยากไย่มาทำความสะอาด หรือสามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นได้ โดยเฉพาะตามมุมห้องจะมีฝุ่น และหยากไย่มากเป็นพิเศษ

4. เช็ดทำความสะอาด
ถ้าสังเกตได้ว่าเพดานมีเชื้อราขึ้น ใช้วิธีโดยการนำผ้าชุบน้ำส้มสายชุบ แล้วเช็ดบริเวณที่มีเชื้อราขึ้น เนื่องจากน้ำส้มสายชูมีสภาพเป็นกรดสามารถกำจัดเชื้อราได้

5. ทำความสะอาดส่วนอื่น ๆ
นอกจากฝ้าเพดานแล้ว ส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับฝ้าเพดานก็ต้องทำความสะอาดเช่นกัน เช่น พัดลมระบายอากาศที่ติดกับฝ้า เพราะจุดนี้มีการพัดพาอากาศมากเป็นพิเศษ จึงมีฝุ่นในบริเวณนี้จำนวนมากสามารถกำจัดฝุ่นเหล่านี้ได้ด้วยการใช้เครื่องดูดฝุ่น และใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด

❝ รู้แล้วใช่ไหมว่า ฝ้าเพดานนั้นมีประโยชน์อย่างมากมาย ทั้งด้านความสวยงาม การตกแต่ง การบดบังสายตาจากสิ่งที่ไม่เรียบร้อยต่าง ๆ อย่างท่อน้ำ หรือสายไฟตามแนวเพดาน รวมไปถึงการช่วยลดเสียงจากห้องด้านบนได้อีกด้วย ดังนั้น เราควรจะใส่ใจกับเรื่องของเพดานห้องของเราด้วย ทั้งเรื่องของวัสดุที่ควรใช้ รวมไปถึงวิธีการทำความสะอาดฝ้าเพดานที่ถูกต้องด้วย เพื่อที่ฝ้าเพดาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญภายในห้องของเรา จะได้ไม่ชำรุดและอยู่กับเราไปได้นาน ๆ นั่นเอง❞

>>สามารถติดตามบทความต่าง ๆ ของ KACHA ได้ตามนี้เลย<<