❝ หิน เป็นวัสดุที่มีลวดลายสวยงามเป็นธรรมชาติ และไม่ซ้ำกัน โดดเด่นที่ความแข็งแรงทนทาน ซึ่งหินแต่ละชนิด เช่น “หินเทียม หินธรรมชาติ” จะมีคุณสมบัติการนำไปใช้งาน และการดูแลแตกต่างกัน อย่างหินที่ปูพื้นภายในบ้านควรมี พื้นผิวเรียบมันเพื่อให้เดินสบายเท้า หินปูพื้นภายนอกบ้านควรมีพื้นผิวหยาบ เพื่อป้องกันลื่น และหินตกแต่งผนังสามารถเล่นลวดลาย และพื้นผิวได้หลากหลาย ❞

ในบทความนี้ KACHA จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ หินเทียม และ หินธรรมชาติ ว่ามีคุณสมบัติ และการใช้งานอย่างไร?

หินเทียม คืออะไร?

หินสังเคราะห์ หรือเรียกว่าหินเทียม เป็นหินที่ผลิตออกมา เพื่อทดแทนการใช้หินธรรมชาติ มีข้อดีมากกว่าหินธรรมชาติ ทั้งความแข็งแรง ผิวหน้าที่ทนกว่า และสีสันที่ไม่ผิดเพี้ยนในแต่ละแผ่น

1. หินเทียมที่ผลิตขึ้นจาก อะคริลิค 100%

หินสังเคราะห์ที่ผลิตขึ้นจากอะคริลิก 100%  บางครั้งเรียกว่า Solid Surface  ได้รับความนิยมในการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร และทางการแพทย์มากขึ้นเรื่อย ๆ

คุณสมบัติ และการใช้งาน
  • สามารถออกแบบเป็นชิ้นงานต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นงานตัดตรง หรือว่าดัดโค้ง
  • ถูกสุขอนามัย วัสดุไม่มีรูพรุน และรอยต่อแนบสนิท ทำให้ถูกสุขอนามัย เนื่องจากไม่ทำให้ แบคทีเรีย และเชื้อรา มีการเจริญเติบโต  นิยมในการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร และทางการแพทย์
  • สามารถป้องกันรังสียูวี และมีอายุการใช้งานยาวนาน สีของพื้นผิวไม่เปลี่ยนแปลง สีขาวจะไม่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ทนความร้อน กรดและด่าง สามารถนำมาทำท๊อปครัว กรณีที่ต้องการปิดผนังภายนอกอาคาร ควรสอบถามบริษัทผู้ผลิตก่อน ว่าผลิตภัณฑ์นั้นสามารถติดตั้งภายนอกได้
  • ไม่มีสารพิษ เป็นวัสดุที่ไม่มีพิษ ในกรณีที่เกิดไฟใหม้ จึงเหมาะกับการใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ใช้เป็นพื้น ผนัง และเคาเตอร์ต้อนรับในสนามบิน ในโรงพยาบาล โรงแรมต่าง ๆ
  • สีและลวดลายสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น จึงไม่มีปัญหาในการคัดลาย และสีเหมือนหินธรรมชาติ
  • คุณสมบัติพิเศษของกาวที่เป็นเนื้อวัสดุเดียวกัน ทำให้รอยต่อไม่สะดุดตา สามารถรองรับงานออกแบบที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างไม่จำกัด  และการทำท๊อปครัวที่มีขนาดยาวมาก
  • ราคาแพงกว่าหินธรรมชาติ โดยทั่วไปบริษัทจะคิดราคาหินพร้อมติดตั้งเลย มีราคาตั้งแต่ 8,000 บาทต่อตร.ม. ไปจนถึง 17,000 บาทต่อตร.ม.
  • ติดตั้งง่าย และเร็ว

2. หินเทียมอะคริลิกผสมโพลีเอสเตอร์ 

หินเทียมประเภทนี้ จะมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องความแข็งแรงคงทนทาน ไม่ดูดซึมน้ำ และสามารถทนความร้อนได้เป็นอย่างดี  หินเทียมประเภทนี้จะดัดโค้งค่อนข้างยาก ทำให้ตอบสนองต่องานออกแบบที่มีลักษณะโค้งได้ไม่ทั้งหมด มีความต้านทานต่อการเกิดรอยด่างสูงกว่าหินแกรนิต และสามารถทนต่อความร้อนได้สูงถึง 200 องศาเซลเซียส

คุณสมบัติ และการใช้งาน
  • ไม่สามารถดัดโค้งได้
  • ยังคงเห็นรอบต่อแผ่น
  • ราคาแพงกว่าหินธรรมชาติ
  • มีการดูดซึมน้ำน้อยกว่าหินธรรมชาติ แต่ก้ยังมีอยู่บ้าง
  • ทนต่อความร้อนมากกว่าหินธรรมชาติ
  • ควบคุมสีสันและลายได้
  • มีให้เลือกหลายขนาด 30×60,  60×60 และแผ่นแสลปสำหรับเคาน์เตอร์

3. หินเทียมโปร่งแสงอลาบาสเตอร์ (Alabaster) 

หินโปร่งแสงเป็นหินที่แสงสามารถส่องผ่านมวล เนื้อหินได้ มีลวดลายสีสันสวยงาม นิยมใช้ในงานตกแต่งเป็นหลัก เนื่องจากเนื้อหินประเภทนี้มีรูพรุน มีอัตราการดูดซึมน้ำสูง จึงไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมอาหาร หรืองานใด ๆ ที่ต้องสัมผัสน้ำเป็นประจำ

คุณสมบัติ และการใช้งาน
  • มีความสวยงามแปลกตา มีความโปร่งแสงต้องซ่อนไฟไว้ด้านหลังของแผ่นหิน
  • ข้อควรระวังในการติดตั้ง คือ การใช้โครงไม้ หรือโครงเหล็ก ที่ไม่มีความปราณีตจะทำเห็นเงาของโครงที่แลดูไม่เรียบร้อย  การติดตั้งโครงอาจใช้แผ่นอะคริลิกใสทดแทนได้

หินธรรมชาติและหินเทียม เป็นแบบไหนบ้าง?

  • หินขัด

หรือ เทอราซโซ (Terrazzo) จะเป็นการผสมซีเมนต์ หินเกล็ด สีซีเมนต์ และน้ำเข้าด้วยกันแล้วเทหล่อลงพื้นที่เตรียมไว้ เมื่อแห้งจะขัดหน้าผิวให้เรียบเงา การปูหินขัดนั้น สมควรจะมีรอยต่อเป็นระยะ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้พื้นหินร้าว จะง่ายต่อการเทซ่อมแค่ช่วงระยะที่มีปัญหา ไม่ต้องลาดเทใหม่ไปตลอดทั้งพื้น ราคาต่อตารางเมตรของหินขัดนั้นย่อมเยาว์กว่าหินแกรนิต หรือหินอ่อนพอสมควร ในปัจจุบันมีรีสอร์ทหลากหลายแห่งเลือกใช้หินขัดในการทำพื้น เนื่องจากให้ความรู้สึกอ่อนโยนเป็นธรรมชาติ และสามารถทำลวดลายได้หลากหลาย โดยการใช้แนวรอยต่อให้เป็นประโยชน์

210508-Content-หินเทียมหินธรรมชาติ-คุณสมบัติน่ารู้-ก่อนนำไปใช้งาน02
  • หินขัดสำเร็จรูป

การทำหินขัดในแบบหล่อเป็นแผ่น ๆ เพื่อให้สามารถนำไปติดตั้งด้วยการปู คล้ายกับกระเบื้องปูพื้น โดยใช้ปูนทราย หรือกาวซีเมนต์ เป็นตัวยึดเกาะแผ่นหินขัดสำเร็จรูปกับพื้น

  • หินกาบ

ในปัจจุบัน เราจะพบว่าแนวคิดหวนคืนสู่ธรรมชาติได้กลับมาได้รับความนิยมสูงขึ้นมาก การตกแต่งพื้นที่บ้าน ทั้งภายในและภายนอก ด้วยวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไม้ หรือวัสดุไม้เทียม หิน หรือวัสดุเลียนแบบหิน เพื่อสร้างบรรยากาศบ้านคนเมืองให้ดูเหมือนได้ใกล้ชิด และอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ จึงมีให้เห็นได้ทั่วไปในหลาย ๆ โครงการบ้านจัดสรร และหินกาบ เป็นอีกวัสดุหนึ่งที่คนนิยมนำมาใช้ประดับประดา เพื่อเพิ่มความสวยงามตามแนวคิดหวนคืนสู่ธรรมชาติ

210508-Content-หินเทียมหินธรรมชาติ-คุณสมบัติน่ารู้-ก่อนนำไปใช้งาน03
  • หินทราย

มีผิวสัมผัสเป็นทรายละเอียด มีหลายสี ซึ่งจะเป็นสีอ่อนสบายตา มีทั้งแบบผิวธรรมชาติ ผิวต๊อก ผิวขัดเรียบ ผิวพ่นไฟ แบบตัดด้วยมือ และตัดด้วยเครื่อง สีของหินทรายที่มีวางจำหน่ายตามท้องตลาด ได้แก่ เหลือง, แดง, ขาว, เขียว เป็นต้น

  • หินล้าง, กรวดล้าง, ทรายล้าง

เป็นการตกแต่งตกแต่งพื้นผิวให้มีผิวสัมผัสดูเป็นธรรมชาติ โดยการใช้วัสดุจากธรรมชาติ (หิน กรวด ทราย) มาเป็นส่วนผสม ใช้ร่วมกับส่วนผสมหลักปูนซีเมนต์ขาว เพื่อให้ผิวสัมผัสออกมาเป็นธรรมชาติ สามารถใช้ได้ในงานตกแต่งพื้น ผนัง ทั้งภายใน และภายนอกอาคาร ข้อดีของหินล้าง กรวดล้าง ทรายล้าง คือ มีผิวสัมผัสดูเป็นธรรมชาติ  สามารถออกแบบได้ตามความต้องการ เพราะสามารถใช้ส่วนผมสได้อย่างอิสระไม่จำกัดรูปแบบขึ้นอยู่กับการออกแบบ จึงเหมาะสำหรับใช้งานในภายนอก ในส่วนของทางเดินภายนอกอาคารที่ปราศจากหลังคาคลุม พื้น หรือลานทำกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงพื้นทางเดินรอบสระว่ายน้ำ และใช้งานในส่วนของโครงการรีสอร์ทต่าง ๆ

210508-Content-หินเทียมหินธรรมชาติ-คุณสมบัติน่ารู้-ก่อนนำไปใช้งาน04-edit

คือ หินที่เกิดจากแคลเซียลคาร์บอเนตที่สะสมอยู่ในท้องทะเล หรือมหาสมุทรที่เกิดกระบวนการทางธรณีขึ้น เกิดแมกมาที่มีความร้อน ความดัน และก๊าซไหลออกมาจากใต้โลก และมากระทบกับหินที่อยู่ใต้ทะเล จึงทำให้แคลเซียมคาร์บอเนตละลาย และตกผลึกจนเกิดเป็นหินอ่อนขึ้นมา แต่จะมีบางส่วนที่ยังไม่ตลกผลึกจากการหลอมละลาย ก็จะเกิดเป็นหินปูนที่คล้ายกับหินอ่อน ใช้เป็นวัสดุก่อสร้าง และหินประดับ เช่น ปูพื้นอาคาร, ปูผนัง แต่หินอ่อนจะเหมาะสำหรับ กรุผนังห้องน้ำ มากกว่าปูพื้นอาคาร เพราะดูแลรักษาง่ายกว่า

หินเทียม VS หินธรรมชาติ

แม้ว่า หินธรรมชาติ จะขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง, ความคลาสสิก, และมูลค่าของหินที่อาจทำให้มูลค่าของที่พักสูงขึ้นตามไปด้วย แต่เมื่อพิจารณาที่ปัจจัยสำคัญอื่นประกอบ เช่น ความสะอาด, สุขอนามัย, การดูแลรักษา, และอายุการใช้งาน หินธรรมชาติถือเป็นวัสดุปิดผิวที่ผู้คนรักบ้านบางท่านอาจหลีกเลี่ยง เพราะคุณสมบัติดูดซึมน้ำ จากลักษณะภายในเนื้อหินที่เป็นรูพรุนมักนำมาสู่ปัญหารั่วซึม และปัญหาเชื้อราเรื้อรัง หลายท่านที่ไม่อยากเสียเวลา และค่าใช้จ่ายซ่อมแซมอยู่เป็นประจำ จึงมักเลือกหินเทียมแทน เนื่องจากสามารถป้องกันการซึมน้ำได้โดยเฉพาะ รวมทั้งยังมีหลายลวดลาย และสีสันให้เลือกได้มากกว่าอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าคุณสมบัติและคุณประโยชน์ของหินเทียมนั้น มีแต่จุดเด่นสำคัญที่ควรค่าแก่การใช้งานอย่างปฏิเสธไม่ได้ มากกว่าหินธรรมชาติ  ไม่เป็นที่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้กลายมาเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของใครหลายคนที่กำลังออกแบบบ หรือตกแต่งภายในที่อยู่อาศัย หรือธุรกิจของตนเอง 

>>สามารถติดตามบทความต่าง ๆ ของ KACHA ได้ตามนี้เลย<<