รวม 15 ของแต่งบ้าน น่าใช้ แต่งบ้านให้สวย หลากหลายสไตล์

อัปเดตเมื่อ วันที่ 7 กันยายน 2026

รวม 15 ของแต่งบ้าน น่าใช้ แต่งบ้านให้สวย หลากหลายสไตล์

เปลี่ยนห้องที่แสนน่าเบื่อให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ สวยงาม และสะท้อนตัวตนของเราได้มากขึ้นด้วย ของแต่งบ้าน สวย ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและการดีไซน์ หากใครยังไม่มีไอเดียในการเลือกของตกแต่ง หรือคิดไม่ออกว่าจะคุมโทนอย่างไรให้ได้บ้านที่ถูกใจและใช้งานได้จริง วันนี้ เราได้รวบรวมเทคนิค วิธีเลือก และไอเทมของแต่งบ้านยอดฮิตมาอัดแน่นไว้ในบทความนี้แล้ว จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย!

สไตล์แต่งบ้านยอดนิยม ในปัจจุบันมีสไตล์ไหนบ้าง?

สไตล์แต่งบ้านยอดนิยมในปัจจุบันประกอบไปด้วยสไตล์มินิมอล สไตล์โมเดิร์น สไตล์ลอฟท์ สไตล์เจแปนดิ (Japandi) และสไตล์วินเทจ ซึ่งแต่ละรูปแบบจะเน้นความเรียบง่าย ฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และให้บรรยากาศในการอยู่อาศัยที่แตกต่างกัน ดังนี้

แต่งบ้าน สไตล์มินิมอล (Minimal Style)
  • สไตล์มินิมอล (Minimal Style) เน้นความเรียบง่ายตามคอนเซปต์ “น้อยแต่มาก” ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่เต็มไปด้วยประโยชน์ใช้สอย โทนสีหลักมักเป็นสีขาว สีครีม สีเบจ และงานไม้ธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศที่โปร่งสว่างและสบายตา

แต่งบ้าน สไตล์โมเดิร์น (Modern Style)
  • สไตล์โมเดิร์น (Modern Style) เน้นดีไซน์ที่ทันสมัย เรียบหรู เส้นสายของเฟอร์นิเจอร์มีความคมชัดและเป็นระเบียบ มักใช้โทนสีขาว-ดำ-เทา หรือเพิ่มลูกเล่นด้วยวัสดุที่มีความเงางาม เช่น กระจก โลหะ หรือหินอ่อน สำหรับใครที่ชอบความเรียบหรู สามารถดูไอเดีย แต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น เพิ่มเติมเพื่อเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้ดูแพงได้เลย

แต่งบ้าน สไตล์ลอฟท์ (Loft Style) 
  • สไตล์ลอฟท์ (Loft Style) เน้นความดิบ เท่ และโชว์โครงสร้างเดิมของอาคาร เช่น ผนังปูนเปลือย อิฐมอญโชว์แนว โครงสร้างเหล็กสีดำ และงานไม้เนื้อหยาบ ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

แต่งบ้าน สไตล์วินเทจและมิดเซนจูรี (Vintage & Mid-Century Modern)
  • สไตล์วินเทจและมิดเซนจูรี (Vintage & Mid-Century Modern) เน้นการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ย้อนยุค งานไม้โทนสีอุ่น หรือของตกแต่งดีไซน์คลาสสิก ช่วยเติมเสน่ห์ความอบอุ่นและความทรงจำในอดีตให้กับมุมต่าง ๆ ของบ้านได้อย่างลงตัว

เทคนิคแต่งบ้านเบื้องต้น ให้สวยลงตัวและคุมงบไม่บานปลาย

เทคนิคแต่งบ้านเบื้องต้นให้สวยลงตัวและคุมงบไม่บานปลาย คือการวางแผนกำหนด Mood & Tone ของห้องให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เลือกลงทุนกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักที่แข็งแรงและใช้งานได้หลากหลาย แล้วจึงเติมเต็มบรรยากาศด้วยของตกแต่งราคาย่อมเยา เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลาย ดังนี้

  1. กำหนด Mood & Tone ด้วยกฎสี 60-30-10 เลือกสีหลักของห้อง 60% สีรอง 30% และสีไฮไลต์สำหรับสร้างจุดเด่นอีก 10% วิธีนี้จะช่วยให้ห้องดูมีมิติ สวยลงตัว และช่วยจำกัดขอบเขตในการเลือกซื้อของไม่ให้หลุดธีมจนงบประมาณบานปลาย

  2. เลือกลงทุนกับเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ เน้นซื้อเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักที่ใช้งานได้หลายรูปแบบ เช่น โซฟาเบด โต๊ะกลางที่มีช่องเก็บของ หรือเตียงที่มีลิ้นชัก เพื่อประหยัดพื้นที่ใช้สอยและลดจำนวนชิ้นเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องซื้อเพิ่ม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการ จัดบ้านแบบมินิมอล ที่ช่วยเปลี่ยนบ้านรกให้กลายเป็นระเบียบและน่าอยู่ยิ่งขึ้น

  3. ผสมผสานของแต่งบ้านราคาย่อมเยา ไม่จำเป็นต้องซื้อของแพงทุกชิ้น สามารถเลือกใช้ไอเทมชิ้นเล็ก ๆ เช่น หมอนอิง ผ้าม่าน กรอบรูป หรือต้นไม้ประดับ มาช่วยเพิ่มสีสันและสร้างเอกลักษณ์ให้กับห้องในราคาที่จับต้องได้

  4. จัดแสงสว่างเพื่อยกระดับบรรยากาศ การเลือกใช้แสงไฟโทนอุ่น (Warm White) จากโคมไฟตั้งพื้นหรือโคมไฟติดผนัง จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศห้องธรรมดา ๆ ให้ดูหรูหราและอบอุ่นขึ้นได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเงินรีโนเวตผนังใหม่ค่ะ

มัดรวม 15 ของแต่งบ้าน ยอดฮิต ดีไซน์สวย ที่ทุกบ้านควรมี

ของแต่งบ้านยอดฮิตที่ทุกบ้านควรมี คือไอเทมที่ช่วยเติมเต็มความสวยงาม เพิ่มประโยชน์ใช้สอย และสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัวในงบสบายกระเป๋า โดยไม่จำเป็นต้องรีโนเวตใหม่ เพียงเลือกชิ้นงานที่ฟังก์ชันดีและคุมโทนเข้ากับห้อง ก็ช่วยเปลี่ยนมุมธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นมุมโปรดได้ทันที ซึ่งเราได้รวบรวม 15 ไอเทมเด็ดที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์มาไว้ให้แล้ว ดังนี้ค่ะ

1. ผ้าม่าน (Curtain)

ผ้าม่าน ของตกแต่งห้อง

ผ้าม่าน ของแต่งบ้านสารพัดประโยชน์ที่นอกจากจะป้องกันแสงแดดที่ส่องเข้ามาในบ้านแล้ว ยังช่วยแบ่งห้องให้เป็นสัดส่วน พลางสายตาจากคนภายนอก และที่สำคัญคือสามารถเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องได้อย่างน่าทึ่ง หากใครเบื่อกับห้องเก่าที่ให้ความรู้สึกจืดชืด ลองเปลี่ยนเป็นผ้าม่านที่มีสีสันสดใส จะช่วยแต่งเติมพื้นที่ให้รู้สึกสนุกสนานขึ้น หรือหากใครเป็นสายมินิมอล ชอบความเรียบง่าย สบาย ๆ ลองใช้เป็นผ้าม่านที่เป็นสีอ่อน หรือผ้าม่านแบบโปร่งแสงที่มีความพลิ้วไหว ให้บรรยากาศที่โปร่งโล่ง รับลมได้ดี แต่หากใครต้องการห้องที่มีความคลาสสิคหรือย้อนยุค แนะนำให้เลือกผ้าม่านสไตล์วินเทจบวกกับราวม่านไม้ จะให้ความสวยงาม ชวนให้นึกถึงบรรยากาศในอดีตมากขึ้น

2. วอลเปเปอร์ (Wallpaper)

จะเปลี่ยนสีผนังให้เปลืองค่าใช้จ่ายไปทำไม ในเมื่อมี ของแต่งบ้าน ที่เรียกว่า “วอลเปเปอร์” ลอกออกหรือจะเปลี่ยนใหม่ก็ทำได้สะดวก แถมยังถูกกว่าสีทาบ้านบางยี่ห้ออีกด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยปกปิดความด่างพร้อยของผนังที่อาจจะเป็นรูหรือเป็นรอยที่ไม่น่ามองได้อย่างแนบเนียน ในปัจจุบันวอลเปเปอร์มีลวดลายให้เลือกเยอะมาก เช่น ลวดลายของไม้ ต้นไม้ หรือดอกไม้ ที่ให้บรรยากาศที่เน้นความเป็นธรรมชาติ หรือจะเป็นลวดลายของอิฐหรือปูนที่เหมาะกับบ้านสไตล์ลอฟท์ แนวดิบ ๆ เท่ ๆ เน้นโชว์โครงสร้างและผิวของวัสดุก่อสร้าง นอกจากนี้ลวดลายของวอลเปเปอร์ยังส่งผลต่อมุมมองการมองเห็น เช่น วอลเปเปอร์ลายใหญ่จะทำให้ห้องดูแคบลง จึงไม่เหมาะกับห้องเล็กหรือห้องที่มีผนังแคบ วอลเปเปอร์ลายเล็กหรือลายเรียบทำให้ห้องดูกว้างขึ้น เหมาะกับห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์เยอะ ๆ เป็นต้น แม้ว่าวอลเปเปอร์จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน คือ มีอายุการใช้งานสั้น หลุดร่อนง่าย และอาจเกิดเชื้อราบนผนังได้ถ้าติดในพื้นที่ที่มีความชื้น เพราะฉะนั้น เราควรเลือกใช้วอลเปเปอร์ที่ผลิตจากวัสดุที่ได้มาตรฐาน เป็นมิตรต่อผนัง หรือศึกษารายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมก่อนติดตั้ง

3. ชั้นวางของ

ชั้นวางของ และ ชั้นวางของเหล็ก

หนึ่งในของแต่งบ้านที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและฟังก์ชันการจัดเก็บคือ ชั้นวางของ โดยเฉพาะบ้านสไตล์ลอฟท์ โมเดิร์น หรือมินิมอล การเลือกใช้ ชั้นวางของเหล็ก ที่มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถใช้จัดวางหนังสือ ต้นไม้ประดับ หรือกล่องเก็บของ ช่วยจัดระเบียบห้องให้ดูโปร่งโล่ง ไม่รกสายตา เป็นตัวช่วย จัดบ้านให้โล่ง และดูโปร่งสบายแบบมือโปร แถมยังเป็นไอเทมที่คุ้มค่าและใช้งานได้ยาวนานอีกด้วย

ถ้าใครยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหนดี สามารถเข้าไปอ่านบทความ แนะนำชั้นวางของ เพื่อเทียบดีไซน์และฟังก์ชันของแต่ละแบรนด์ก่อนเลือกซื้อได้เลย

4. โคมไฟ (Lamp)

โคมไฟ เป็นของแต่งบ้านอีกประเภทหนึ่งที่นอกจากให้แสงสว่างภายในและนอกบ้านแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสวยงาม สร้างเสน่ห์ให้ห้องดูน่าดึงดูดมากขึ้น  เพราะการเลือกใช้ประเภทและรูปแบบของโคมไฟ บ่งบอกรสนิยมของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี  แสงสว่างจากโคมไฟหลากหลายประเภทให้ความสวยงามและให้แสงสว่างที่แตกต่างกัน เหมาะสำหรับการตั้งประดับบริเวณห้องนั่งเล่น โต๊ะอาหาร หรือจะนำไปตั้งมุมโต๊ะทำงานเพื่อช่วย แต่งออฟฟิศ และมุมนั่งทำงานในบ้านให้ดูผ่อนคลาย ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชันการใช้งานก็ลงตัวไม่แพ้กันค่ะ

5. โต๊ะกลาง (Coffee Table)

โต๊ะ ของแต่งบ้าน

โต๊ะกลาง เป็นทั้งเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน โดยเฉพาะห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่กว้างขวาง โต๊ะกลางจะเป็นจุดหลักที่เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของผู้คนในบ้านหรือแขกที่มาเยี่ยมเยือน ถือเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจอีกที่หนึ่ง ดังนั้น การเลือกโต๊ะกลางที่โดดเด่นและมีสไตล์ จะยิ่งช่วยเสริมให้จุดนั้นมีความสวยงามน่านั่งมากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายเช่นเดียวกับของตกแต่งบ้านชนิดอื่น สามารถเลือกให้เข้าสไตล์ของห้องได้ตามความต้องการ ส่วนขนาดของโต๊ะกลางที่เหมาะสม ควรมีขนาดที่สัมพันธ์กับขนาดห้องและขนาดโซฟา ทั้งความกว้างและความสูง จะทำให้สะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

6. โซฟา (Sofa)

โซฟา ของแต่งบ้าน

เมื่อมีโต๊ะกลางตั้งวางภายในห้องแล้ว ไอเทมที่ขาดไม่ได้เลย คือ โซฟา หนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ประจำบ้านที่มีความสำคัญ ถือเป็นของแต่งบ้านที่ต้องใช้ความละเอียดในการพิจารณา เพราะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีอายุการใช้งานยาวนานและมีราคาแพง ดังนั้น จึงควรเลือกโซฟาที่ผลิตจากวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน มีการออกแบบที่ดี นุ่ม นั่งแล้วสบายตัว ส่วนลวดลายและดีไซน์ ให้พิจารณาจากการตกแต่งห้องนั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์น ควรเลือกโซฟาที่มีขอบเส้นน้อย ดีไซน์ทันสมัย สีสันสดใส ขาโซฟาขัดกลมเกลี้ยง หรือถ้าต้องการตกแต่งห้องแบบคลาสสิคร่วมสมัย ควรเลือกโซฟาที่มีดีไซน์เรียบง่าย รูปทรงทั่วไป หรือถ้ากลัวว่าห้องจะน่าเบื่อจนเกินไป สามารถเลือกเครื่องหุ้มที่มีลวดลายหรือตกแต่งด้วยหมอนสีสันสะดุดตาเพิ่มเติมได้

7. หมอนอิง (Backrest Pillow)

หมอนอิง ของแต่งบ้าน

หมอนอิง หรือ หมอนพิงหลังโซฟา เป็นของตกแต่งบ้านที่มักถูกมองข้าม เนื่องจากมีขนาดเล็ก บางคนมองว่าไม่มีความจำเป็น แต่ความเป็นจริงแล้วหมอนอิงถือเป็นของแต่งบ้านชิ้นสำคัญในการช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับโซฟา ช่วยให้ห้องนั่งเล่นนั้นสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ถ้าต้องการเปลี่ยนบรรยากาศให้ห้องดูสนุกสนาน ลองเปลี่ยนเป็นหมอนอิงที่มีสีสันสดใส ตัดกับสีพื้นเรียบ ๆ ของโซฟา หรือเลือกโทนสีที่แตกต่างเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งภายในห้อง เช่น สีน้ำเงิน-เหลือง สีแดง-ดำ ที่เมื่อจับคู่กันแล้ว จะเข้ากันได้เป็นอย่างดี ส่วนตำแหน่งการจัดวางหมอนอิงโซฟานั้นไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนอยากจะจัดหมอนอิงเล็ก หมอนอิงใหญ่ สลับกันให้เต็มโซฟา หรือจัดวางไว้ตรงกลางก็ได้เช่นกัน แต่สำหรับการจัดวางแบบพื้นฐาน เพียงแค่จัดหมอนอิงให้สมดุลกันทั้งซ้ายและขวาก็สวยงามเป็นระเบียบดีแล้ว

8. บีนแบ็ก (Bean Bag)

บีนแบ็ค บีนแบ็ก ของแต่งบ้าน

บีนแบ็ก โซฟาอเนกประสงค์สุดชิค ที่ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะกับสรีระของทุกคน นั่งแล้วสบายตัวเหมือนนอนอยู่บนเตียงนุ่ม ๆ ที่สำคัญคือมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย จะนั่งเล่น นั่งทำงานที่ไหนก็ทำได้สะดวก ตอบโจทย์ทั้งบ้านขนาดใหญ่จนไปถึงคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด สามารถแต่งห้องให้สวย ทันสมัย และดูมินิมอลได้ภายในตัว หรือถ้าใครชอบแนวหรูหรา บีนแบ็กหนัง ถือเป็น ของแต่งบ้าน ที่ดี เพราะดูสวยเรียบหรู มองแล้วไม่น่าเบื่อ และถ้าใครมีห้องที่กว้างมาก บีนแบ็กเซต ที่มีหลาย ๆ ชิ้น ก็น่าสนใจ เพราะนอกจากจะดูสวยเข้ากันได้ดีแล้ว ยังเพิ่มพื้นที่นั่งให้สามารถสังสรรค์หรือทำงานแบบเป็นกลุ่มได้

9. รูปภาพ (Pictures)

กรอบรูป ของแต่งบ้าน

การใช้ รูปภาพ พร้อมกรอบสวย ๆ ติดผนัง วางบนชั้นวางของ หรือบนโต๊ะ เป็นหนึ่งในไอเดียแต่งบ้านยอดนิยมที่ช่วยเสริมให้บ้านดูน่าสนใจมากขึ้นแถมยังสร้างเอกลักษณ์ให้กับที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี เช่น รูปบุคคล รูปสัตว์เลี้ยงแสนรัก ภาพวาด ภาพพิมพ์ที่ชื่นชอบ หรือรูปข้อความความหมายดี ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต กรอบรูป เป็นของแต่งบ้านอีกอย่างหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนบรรยากาศภายห้องได้ ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงรสนิยมทางด้านศิลปะของเจ้าของบ้านได้ดี ซึ่งกรอบรูปไม่จำเป็นต้องติดไว้กลางห้องเท่านั้น แต่ยังเลือกติดไว้ที่มุมใดมุมหนึ่ง เพื่อสร้างความน่าสนใจเฉพาะจุด หรือจะสร้างความแตกต่างด้วยการติดกรอบรูปผสมผสานทั้งแนวตั้งและแนวนอน เพื่อความเก๋ไก๋ ชิคแบบไม่เหมือนใครก็ได้เช่นกัน

10. นาฬิกา (Clock)

นาฬิกา ของแต่งบ้าน

นาฬิกา ไอเทมที่ทุกบ้านต้องมี จะดีกว่าไหมถ้าเราจะใช้ประโยชน์ให้มากกว่าการดูเวลา ลองเปลี่ยนผนังที่ว่างเปล่าให้น่าดึงดูดด้วยนาฬิกาดีไซน์เก๋ ๆ ให้เข้ากับสไตล์ห้อง ถ้าเป็นนาฬิกาติดผนัง ควรเลือกเรือนที่มีขนาดใหญ่พอสมควร เพื่อที่จะได้มองเห็นในระยะทางที่ไกลขึ้น ทั้งนี้แนะนำให้ดูขนาดของห้องร่วมด้วย เพื่อที่จะได้เลือกขนาดที่พอดี หรือถ้าเป็นนาฬิกาแบบตั้งโต๊ะ ควรเลือกแบบอะนาล็อกเป็นตัวเลขบอกค่าต่าง ๆ  เพื่อความรวดเร็วในการดูเวลา ส่วนฟังก์ชันและการดีไซน์นั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล แต่ถ้าใครยังไม่มีไอเดีย ให้สังเกตสไตล์ของห้องและของแต่งห้องอื่น ๆ ว่ามีการตกแต่งในลักษณะไหน แล้วเลือกนาฬิกาที่มีความเหมาะสมได้เลย

11. เทียนหอม (Aroma Candles)

เทียนหอม ของแต่งบ้านที่สร้างบรรยากาศสุดโรแมนติก เป็นไอเทมที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและตกแต่ง เพราะมีกลิ่นที่หอมอบอวล สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย และยังมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม ช่วยตกแต่งห้องให้มีเสน่ห์เพิ่มขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ เทียนหอมมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละแบบจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน เช่น เทียนหอมแบบแท่งที่วางบนเชิงเทียน จะให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับ เทียนหอมแบบก้อน ให้ความรู้สึกสบาย ๆ สไตล์มินิมอล เทียนหอมแบบเจลที่มีลักษณะโปร่งใส ประดับด้วยเปลือกหอย หัวใจ ของจิ๋ว หรือโมเดลขนาดเล็ก เน้นโชว์รายละเอียดความคิดสร้างสรรค์ หรือจะเป็น เทียนหอมในถ้วยที่ ใช้งานง่าย วางสะดวก สีสันสวยงาม แถมยังมีลวดลายและลักษณะของถ้วยที่ช่วยเพิ่มมิติความสวยงาม

12. แจกันดอกไม้/กระถางต้นไม้ (Flowerpot)

ของแต่งบ้านที่ทำให้รู้สึกสดชื่น ใกล้ชิดกับธรรมชาติ คงหนีไม่พ้นสีเขียวของใบไม้และสีสันสดใสของดอกไม้ นอกจากจะสวยงามแล้ว ไม้ประดับบางชนิดยังช่วยฟอกอากาศ ดูดซับสารพิษ มอบอากาศที่บริสุทธิ์ ปลอดโปร่ง สร้างความร่มรื่นภายในบ้านได้ดี นอกจากนี้ สไตล์และสีสันของแจกันหรือกระถางยังช่วยเสริมให้ห้องมีความโดดเด่นขึ้นไปอีก ส่วนการจัดวาง สามารถวางแบบเดี่ยว แบบคู่ หรือจัดกลุ่ม ไว้ตามมุมห้อง บนบันได บนโต๊ะ หรือทางเข้าบ้านได้ตามความชอบ แต่อาจจะต้องคำนึงถึงขนาดของโต๊ะ ขนาดพื้นที่ และความเหมาะสมโดยรวมร่วมด้วย

13. หนังสือ (Books)

หนังสือ อีกหนึ่งของแต่งบ้านที่ฮอตฮิตมากในปัจจุบัน ตัวช่วยเติมเต็มให้โต๊ะหรือชั้นวางให้สมบูรณ์แบบ นอกจากจะช่วยเพิ่มกิมมิคให้พื้นที่มีความน่าสนใจแล้ว ประเภทของหนังสือยังบ่งบอกถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี โดยหนังสือที่นิยมนำมาตกแต่งเพิ่มความสวยงาม ส่วนมากจะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับแฟชั่น แบรนด์หรู หรือไลฟ์สไตล์ที่มีความโมเดิร์น ตลอดจนหนังสือประวัติศาสตร์ที่มีความคลาสสิค

14. พรม (Carpet)

นอกจากจะช่วยป้องกันการขีดข่วนของพื้น เพิ่มสัมผัสความอ่อนนุ่มให้เท้า และป้องกันการลื่นล้มแล้ว พรม ยังเป็น ของแต่งบ้าน ที่ช่วยทำให้บ้านดูหรูหรามากยิ่งขึ้น แถมยังสร้างบรรยากาศของห้องให้ต่างกันอย่างลิบลับ เพราะลวดลายหรือสีสันของพรมเป็นตัวกำหนด Mood & Tone โดยรวมของห้องอีกอย่างหนึ่ง ส่วนเทคนิคสำหรับการเลือกพรม สิ่งแรกที่เราต้องทราบและหาคำตอบให้ได้อย่างชัดเจน คือ ทิศทางการตกแต่งบ้านของเราเป็นไปในแนวทางไหน ขนาดห้องเท่าไหร่ เฟอร์นิเจอร์มีมากน้อยแค่ไหน พฤติกรรมการใช้งานเป็นอย่างไร เช่น พรมสีโทนอ่อน จะช่วยให้ห้องดูกว้างขวาง โปร่ง ดูสว่าง และสบายตามากขึ้น แต่อาจจะไม่เหมาะกับห้องที่ต้องเจอฝุ่นละอองเยอะ เพราะจะเห็นคราบสกปรกได้ชัดเจน ส่วนพรมปูพื้นสีโทนกลางนั้นเป็นสีที่เข้าได้ดีกับทุกห้อง เพราะจะกลมกลืนไปกับเฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย ดูไม่โดดเด่นสะดุดตาจนเกินไป ในขณะที่พรมปูพื้นโทนสีเข้มจะทำให้ห้องดูหรูหรา โมเดิร์น เป็นทางการ เป็นต้น

15. กระจก (Mirror)

กระจก เป็นของแต่งบ้านอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยทำให้บ้านหรือพื้นที่ดูกว้างกว่าที่เป็นจริงได้ แถมยังช่วยในการเพิ่มแสงสว่าง เมื่อสะท้อนกับแสงไฟนุ่ม ๆ หรือแสงแดดอ่อน ๆ ก็จะเกิดมิติวับวับ ช่วยสร้างความหรูหราได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าเลือกติดกระจกที่มีดีไซน์เก๋ ๆ ด้วย ก็จะยิ่งทำให้บ้านดูมีรสนิยม ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศบ้านที่แสนน่าเบื่อ ให้กลับมาน่าอยู่มากขึ้น สำหรับห้องที่ไม่มีหน้าต่าง การเพิ่มกระจกที่มีกรอบหรือดีไซน์คล้ายกับหน้าต่างเข้าไป จะช่วยสะท้อนมุมมองของฝั่งตรงข้าม ทำให้ห้องดูสว่าง กว้างขวาง และมีมิติมากขึ้นกว่าเดิม แถมยังช่วยพรางตา ทำหน้าที่เหมือนเป็นหน้าต่างบานหนึ่งของห้องไปในตัว

ประโยชน์ของการแต่งบ้าน ที่ให้มากกว่าความสวยงาม

ประโยชน์ของการแต่งบ้านที่ให้มากกว่าความสวยงาม คือการช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตและลดความเครียดจากการอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่เป็นระเบียบ สบายตา พร้อมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตประจำวันให้สะดวกสบาย และสะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้านได้อย่างแท้จริง โดยมีข้อดีที่น่าสนใจ ดังนี้

  • ช่วยลดความเครียดและรักษาสุขภาพจิต บ้านที่จัดแต่งอย่างเป็นระเบียบและสะอาดตา จะช่วยให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล และสร้างความรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น ทุกครั้งที่ได้กลับมาพักผ่อน

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการใช้ชีวิต การจัดสรรพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนด้วยอุปกรณ์จัดเก็บ เช่น ชั้นวางของ หรือเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ จะช่วยให้หยิบจับสิ่งของได้สะดวก ประหยัดเวลา และทำให้ชีวิตประจำวันราบรื่นยิ่งขึ้น

  • สะท้อนเอกลักษณ์และรสนิยมส่วนตัว การเลือกโทนสี สไตล์ และของตกแต่ง เป็นการแสดงออกถึงตัวตนและความชอบของเจ้าของบ้าน ทำให้รู้สึกผูกพันและมีความสุขกับพื้นที่ส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

  • ช่วยฝึกความคิดสร้างสรรค์และการวางแผน การตกแต่งบ้านถือเป็นงานอดิเรกที่ช่วยกระตุ้นไอเดียใหม่ ๆ และฝึกกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเลือกวัสดุ การจัดวาง ไปจนถึงการควบคุมงบประมาณ

จากลิสต์ 15 ของแต่งบ้าน ที่เรานำมาฝากกัน จะเห็นได้ว่าการแต่งบ้านให้สวยและมีเอกลักษณ์ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมคะ เพียงแค่วางแผนคุมโทนสีให้เข้ากับสไตล์ที่ชอบ และเลือกของตกแต่งที่ผสมผสานระหว่างดีไซน์กับประโยชน์ใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นไอเทมชิ้นเล็กที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศ หรือเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ที่ช่วยจัดระเบียบพื้นที่ ก็สามารถเปลี่ยนห้องเดิม ๆ ที่แสนน่าเบื่อให้กลายเป็นมุมโปรดที่น่าอยู่ขึ้นได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณบานปลายค่ะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาเฟอร์นิเจอร์ ชั้นวางของมินิมอล ชั้นวางของสแตนเลส และเครื่องมือช่างเพื่อมาช่วยเติมเต็มบ้านในฝันให้สมบูรณ์แบบ Kacha (Thailand) ร้านขายชั้นวางของ คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะเราคัดสรรสินค้าและอุปกรณ์คุณภาพ พร้อมให้คำแนะนำอย่างผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 092-262-6250 หรือ Line: @kachathai และยังสามารถแวะเข้ามาชมสินค้าจริงได้ที่โชว์รูม Kacha (Thailand) สาขาสาทร 658 ชั้นที่ 1, 2, 3 ซอยเจริญกรุง 67 แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 เรายินดีดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอนค่ะ

เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย