เครื่องดูดควัน มีกี่แบบ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับครัวในบ้าน

เครื่องดูดควัน เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยกำจัดกลิ่น ควัน ละอองไขมัน ขณะทำอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวช่วยดี ๆ สำหรับผู้ที่ชอบประกอบอาหาร ไม่ว่าเมนูไหนก็ทำได้อย่างสบายใจ

มีวิธีเลือกยังไงให้เหมาะกับห้องครัว ตาม KACHA มาดูกันเลย!!

ประเภทของเครื่องดูดควัน

แบ่งตามระบบการทำงาน

1) ระบบต่อท่อดูดอากาศออกสู่ภายนอก (DUCT-OUT)

เป็นระบบที่นิยมใช้ภายในบ้านมากที่สุด เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานสูง และทำงานเสียงเบา หลักการทำงาน คือ ดูดกลิ่นและเขม่าควันออกนอกตัวอาคารผ่านท่อ เหมาะสำหรับห้องครัวที่เป็นบ้านเดี่ยว เพราะต้องเจาะผนังหรือเพดาน เพื่อต่อท่อออกภายนอก

2) ระบบหมุนเวียนอากาศ (RECIRCULATING)

เครื่องดูดควันประเภทนี้จะดูดอากาศที่เต็มไปด้วยเขม่า กลิ่นเหม็น และไขมันขณะที่เราทำอาหาร ผ่านฟิลเตอร์คาร์บอนและแผ่นกรองไขมันในเครื่องดูดอากาศ แล้วนำอากาศที่ผ่านการกรองแล้วหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ นิยมติดตั้งในคอนโดหรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด เพราะไม่จำเป็นต้องเจาะผนังหรือหลังคา

เครื่องดูดควัน กระโจมกลางห้อง กระโจมติดผนัง

แบ่งตามรูปลักษณ์และการดีไซน์

1) เครื่องดูดควันกระโจมกลางห้อง ( ISLAND HOOD)

เป็นเครื่องดูดควันที่มีประสิทธิภาพการดูดสูง ดีไซน์สวยงาม ระบบโครงสร้างแข็งแรง ออกแบบมาสำหรับห้องครัวที่มีเคาน์เตอร์ประกอบอาหารอยู่กลางห้อง ผู้ปรุงอาหารมีความสะดวกสบายในการเคลื่อนที่ เหมาะสำหรับห้องครัวที่มีพื้นที่กว้าง หรือห้องครัวที่มีการปรุงอาหารหนัก ๆ เป็นประจำ

2) เครื่องดูดควันกระโจมติดผนัง (CHIMNEY HOOD)

เหมาะสำหรับห้องครัวที่มีส่วนปรุงอาหารอยู่ติดผนัง ประสิทธิภาพและแรงดูดเทียบเท่ากับเครื่องดูดควันกระโจมกลางห้อง วัสดุไม่แตกต่างกันมาก ส่วนมากมักราคาต่ำกว่า แต่อาจมีข้อจำกัดเรื่องดีไซน์บ้างเล็กน้อย การติดตั้งไม่กินพื้นที่ใช้สอย เหมาะสำหรับห้องครัวที่มีขนาดเล็ก-ปานกลาง เป็นเครื่องดูดควันที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน

3) เครื่องดูดควันมาตรฐาน / สลิมไลน์ (SLIMLINE HOOD)

เครื่องดูดควันมาตรฐานหรือสลิมไลน์จะมีแรงดูดไม่เท่ากับประเภทอื่น ส่วนใหญ่นิยมใช้ระบบหมุนเวียนที่ใช้ระบบกรองกลิ่นด้วยแผ่นฟิลเตอร์และแผ่นคาร์บอน นิยมติดตั้งไว้ใต้ตู้ลอยเหนือเตา เหมาะสำหรับห้องครัวที่มีพื้นที่จำกัด เช่น อพาร์ตเมนต์ คอนโด หรือห้องครัวที่ไม่ได้ประกอบอาหารเป็นประจำ

4) เครื่องดูดควันดาวน์ดราฟท์ (DOWNDRAFT HOOD)

ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของเครื่องดูดควัน เพราะมีดีไซน์ที่ทันสมัยและมีลูกเล่นในการทำงานที่แปลกใหม่ คือ สามารถดูดควัน กลิ่นอาหาร คราบเขม่า ควันต่าง ๆ ได้โดยตรงจากปากภาชนะ และสามารถจัดเก็บตัวเองให้กลืนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัวได้เลย นอกจากจะใช้สำหรับดูดควันแล้ว บางห้องครัวยังติดตั้งไว้เป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งพื้นที่ให้ดูเรียบหรูทันสมัยขึ้นอีกด้วย

sponsored (โฆษณา)

วิธีเลือก เครื่องดูดควัน ให้เหมาะกับการใช้งาน

เครื่องดูดควัน การใช้งาน
  • ประเภทของเครื่องดูดควัน

ทุกคนคงพอทราบกันไปแล้วว่า เครื่องดูดควัน แต่ละแบบมีการทำงานยังไง เพราะฉะนั้น ข้อนี้ทำได้ไม่ยาก เพียงสังเกตลักษณะของห้องครัวที่บ้าน แล้วนำมาเปรียบเทียบกับจุดเด่นของเครื่องดูดควันในแต่ละแบบ จากนั้นเลือกตามความเหมาะสม เช่น ถ้าเป็นบ้านเดี่ยวหรืออาคารที่สามารถเจาะผนังหรือหลังคาได้ ควรใช้เครื่องดูดควันแบบต่อท่อออก เพราะมีประสิทธิภาพการทำงานสูง แต่ถ้าเป็นคอนโดที่ไม่อนุญาตให้เจาะผนัง ควรใช้เครื่องดูดควันประเภทหมุนเวียนแทน เพราะเหมาะกับพื้นที่จำกัดมากกว่า

  • ขนาดของเครื่องดูดควัน

เมื่อมีประเภทของเครื่องดูดควันที่ต้องการแล้ว ขั้นต่อไปคือการเลือกขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ของห้องครัว โดยปกติแล้วขนาดเครื่องดูดควันที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มี 3 ขนาด คือ 60, 90 และ 120 ซม. ถ้าต้องการขนาดที่เล็กหรือใหญ่กว่า ต้องหาบริษัทที่ผลิตเครื่องดูดควันขนาดนั้น ๆ หรือสั่งทำพิเศษเฉพาะ ซึ่งจะมีราคาสูงกว่าที่ขายในท้องตลาดถึงประมาณ 2-3 เท่า ถ้าใครไม่ได้มีความจำเป็น แนะนำให้เลือกไซซ์ที่นิยมขายและหาได้ทั่วไปจะดีกว่า ส่วนการเลือกนั้นให้เลือกตามขนาดของเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าที่อยู่ในห้องครัว

  • กำลังดูดอากาศ

กำลังดูดอากาศ ถือเป็นหัวใจหลักของการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องดูดควัน เนื่องจากส่งผลต่อประสิทธิภาพในการใช้งานโดยตรง คือ ยิ่งมีแรงดูดอากาศสูงเท่าไหร่ ยิ่งดูดกลิ่นและควันออกจากห้องได้ดีเท่านั้น สามารถสังเกตกำลังดูดได้จากข้อมูลตัวเครื่องที่มีหน่วยวัดเป็น “ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง” ถ้าเป็นห้องครัวที่ต้องทำอาหารหลากหลายประเภท ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด หรือทำอาหารกลิ่นแรง ควรใช้เครื่องดูดควันที่มีแรงดูดอย่างน้อย 1500 ลบ.ซม. ขึ้นไป ถึงจะสามารถกำจัดกลิ่นและควันออกได้อย่างหมดจด แต่ถ้าห้องครัวไหนที่ประกอบอาหารนาน ๆ ครั้ง หรือเป็นเมนูที่ไม่หนักมาก แนะนำให้เลือกเครื่องที่มีแรงดูดประมาณ 1,000 ลบ.ซม. ส่วนห้องครัวที่มีการทำอาหารน้อยครั้ง หรือเมนูที่กลิ่นไม่แรง สามารถใช้เครื่องที่มีแรงดูดต่ำกว่านี้ได้เลย

วิธีคำนวณกำลังดูดอากาศที่เหมาะสม = ปริมาตรของห้องครัว (กว้าง x ยาว x สูง) x 10 หน่วยเป็นลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง

  • ชนิดของมอเตอร์ภายในเครื่องดูดควัน มอเตอร์ที่มีในเครื่องดูดควันทั่วไป มี 3 ชนิด ดังนี้
  1. มอเตอร์ที่ทำจากอัลลอยด์ เป็นมอเตอร์ที่ทนความร้อนได้ดีที่สุด ทำงานได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน
  2. มอเตอร์ที่ทำจากเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ข้อดีคือไม่ทำให้เหล็กเป็นสนิม ช่วยยืดอายุของมอเตอร์ให้ใช้ได้ยาวนาน แต่มีความคงทนน้อยกว่ามอเตอร์แบบอัลลอยด์
  3. มอเตอร์ที่ทำจากพลาสติกกิลล่อน เป็นพลาสติกคุณภาพที่สามารถทนความร้อนได้ดีระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนาน ๆ เพราะจะทำให้มอเตอร์เสื่อมคุณภาพเร็ว
ฟิลเตอร์ เครื่องดูดควัน
  • ฟิลเตอร์คาร์บอน

เครื่องดูดควันแบบหมุนเวียนอากาศภายในจำเป็นต้องมีฟิลเตอร์คาร์บอน เพราะฟิลเตอร์คาร์บอนจะทำหน้าที่ในการดูดซับกลิ่น ควัน ไขมัน และสารเคมีจากการประกอบอาหาร รวมถึงฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ก่อนปล่อยควันออกไปหมุนเวียนอากาศภายในห้อง ซึ่งคาร์บอนที่ใช้ในเครื่องดูดควันจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ

  1. คาร์บอนแบบตลับ มีประสิทธิภาพในการดูดซับกลิ่นและควันได้ดี มีอายุการใช้งานยาวนาน
  2. คาร์บอนแบบแผ่น เหมาะสำหรับเครื่องดูดควันแบบสลิมไลน์ เพราะเป็นแผ่นฟิลเตอร์ที่มีขนาดเล็ก ใช้งานและทำความสะอาดง่าย แต่ประสิทธิภาพในการดูดซับกลิ่นและควันจะไม่ดีเท่าแบบตลับ
  • ฟิลเตอร์กรองน้ำมัน

เครื่องดูดควันที่ผลิตมาสำหรับครัวที่ต้องประกอบอาหารหนัก ๆ เช่น ครัวไทย จำเป็นต้องมีฟิลเตอร์กรองน้ำมัน หรือถ้วยรองน้ำมันภายในตัวเครื่อง ถ้าเป็นห้องครัวที่ต้องประกอบอาหารหนักหน่วง เช่น ร้านขายกับข้าว แนะนำให้ใช้แบบที่มีฟิลเตอร์กรองน้ำมันโดยเฉพาะหรือมีถ้วยรองน้ำมันแยกต่างหาก เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด รวมถึงยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์ให้ยาวนานขึ้นด้วย

  • วัสดุที่ใช้ผลิตเครื่องดูดควัน

แนะนำให้เลือกตัวเครื่องที่ผลิตจาก สแตนเลส AISI304 เพราะเป็นสแตนเลสคุณภาพสูง ไม่เป็นสนิม และทำความสะอาดง่าย นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัย เพราะมีความคงทนต่อการกัดกร่อน ต่างจากสแตนเลสประเภทอื่นที่อาจเกิดการกัดกร่อนจนทำให้ปลิวลงไปในอาหารได้ เมื่อเรารับประทานเข้าไป สารเคมีเหล่านั้นก็จะถูกสะสมภายในร่างกาย ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดโรคที่ร้ายแรงในอนาคต

  • ฟังก์ชันและการดีไซน์

ในปัจจุบันมีการผลิตเครื่องดูดควันออกมาอย่างหลากหลาย นอกจากจะออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานแล้ว ยังมีการดีไซน์ตัวเครื่องให้สวยงาม เรียบหรู เพื่อให้เข้ากับห้องครัวที่หลากสไตล์ การเลือกก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ละคน ส่วนฟังก์ชันที่ออกแบบมาก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความต้องการของผู้ซื้อ ซึ่งแน่นอนว่าราคาเครื่องดูดควันก็จะเพิ่มขึ้นตามฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้นไปด้วย ตัวอย่างฟังก์ชันที่ช่วยอำนวยความสะดวกในเครื่องดูดควัน คือ ฟังก์ชันการตั้งเวลาการทำงานล่วงหน้า และตั้งเวลาการปิดเครื่องอัตโนมัติ, ฟังก์ชันให้เครื่องทำงานอัตโนมัติเมื่อมีกลิ่นและควันจากการประกอบอาหาร, ฟังก์ชันการควบคุมการทำงานด้วยรีโมทคอนโทรล และยังมีฟังก์ชันอีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับผู้เลือกซื้อว่าต้องการความสะดวกสบายขนาดไหน

จบไปแล้วสำหรับบทความเรื่อง เครื่องดูดควัน หวังว่าทุกคนจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนี้เพิ่มมากขึ้น หากใครต้องการติดตั้ง อย่าลืมพิจารณาคุณสมบัติที่เรานำมาฝากกัน รับรองว่า ทุกคนจะได้เครื่องดูดควันที่เหมาะกับห้องครัวในบ้านอย่างแน่นอน!

ขอบคุณข้อมูลจาก : KITCHENFORM

KACHA ผู้จัดจำหน่าย เครื่องมือช่างราคาถูก และอุปกรณ์เสริม สำหรับช่างมืออาชีพ ราคาที่คุณจับต้องได้ รับรองสินค้าคุณภาพ บริการหลังการขายที่ประทับใจอย่างแน่นอน!!

Sponsered (โฆษณา)