
อัปเดตเมื่อ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026
สแตนเลส 201 กับ 304 ต่างกันอย่างไร เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับงาน?
หากพูดถึงเกรดของ สแตนเลสสตีล ยอดฮิตในบ้านเรา คงหนีไม่พ้น สแตนเลส 304 กับ สแตนเลส 201 ซึ่งหน้าตาดูคล้ายกันสุด ๆ จนแยกแทบไม่ออก แต่คุณภาพ ความทนทาน และ ราคา นั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว! สิ่งที่หลายคนสงสัยเหมือนกันคือ สแตนเลส 201 กับ 304 มันต่างกันยังไงนะ? บทความนี้จะพาไปดูว่ามันคืออะไร ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งาน ไปดูกันนนนน!!
สแตนเลส คืออะไร?

สแตนเลส หรือ เหล็กกล้าไร้สนิม คือ โลหะผสมที่มีองค์ประกอบหลักคือเหล็ก (Fe) และมีส่วนผสมที่สำคัญที่สุดที่ทำให้มันเป็น “เหล็กกล้าไร้สนิม” คือ โครเมียม (Chromium – Cr) ยิ่งมีปริมาณโครเมียมเยอะ ก็ยิ่งทนสนิมมากขึ้น และนี่คือเหตุผลที่สแตนเลสถูกใช้ใน
- เครื่องครัว
- โต๊ะเตรียมอาหาร
- เครื่องมือการแพทย์
- เฟอร์นิเจอร์โรงงาน
- งานตกแต่งสไตล์ลอฟต์
แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ สแตนเลสแต่ละเกรด ไม่ได้เหมือนกันหมด! บางเกรดทนสนิมดีเยี่ยม บางเกรดแข็งแรงแต่ไม่ทนสนิม บางเกรดก็มีราคาที่ประหยัดกว่า และในบทความนี้เราจะพามาเจาะลึก เปรียบเทียบสแตนเลสเกรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่าง เกรด 201 กับ 304 ค่ะ
สแตนเลส 201 กับ 304 ต่างกันอย่างไร?
สแตนเลส 201 กับ 304 แตกต่างกันที่ “ส่วนผสมทางเคมี” นั่นเองค่ะ โดยเฉพาะปริมาณของ “นิกเกิล” แต่ก่อนจะไปเทียบเกรด เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานกันก่อนว่า สแตนเลส 201 กับ 304 คืออะไร?
สแตนเลส 201 คืออะไร?

สแตนเลส 201 เป็นเกรดที่ถูกพัฒนาขึ้นมาพื่อ ตอบโจทย์เรื่องราคา เป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่าเกรด 304 มากค่ะ โดยมีเทคนิคการผลิตที่ ลดปริมาณนิกเกิล (Nickel) ซึ่งเป็นธาตุราคาแพงลงไปเยอะเลย และแทนที่ด้วย แมงกานีส (Manganese) ที่มีราคาถูกกว่าแทน ทำให้ราคาของ 201 ถูกลงแบบเห็นได้ชัด แต่ก็ต้องแลกมากับคุณสมบัติบางอย่างที่ด้อยลงไปด้วย
ข้อดีของสแตนเลส 201
- ราคาประหยัดกว่า 304 แบบเห็นได้ชัด
- แข็งแรง ทนแรงกระแทกดี
- ใช้กับงานทั่วไปได้สบาย เช่น ชั้นวางของ เฟอร์นิเจอร์ในที่แห้ง
- ดูผิวเผินแทบไม่ต่างจากสแตนเลส 304
ข้อจำกัดของสแตนเลส 201
- ทนสนิมได้น้อยกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง หรือบริเวณที่ระบายอากาศไม่ดี
- หากโดนน้ำเป็นประจำ มีโอกาส “คราบสนิมผิว” ได้ ถ้าโดนน้ำขังหรือความชื้นนาน ๆ อาจเกิดเป็นคราบสีน้ำตาลแดงได้ง่ายกว่า
- ไม่เหมาะกับงานครัวที่สัมผัสอาหารหรือความชื้นหนัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นซิงค์ล้างจาน หรือเคาน์เตอร์ที่ต้องโดนน้ำ โดนกรดจากอาหารบ่อย ๆ
- ไม่เหมาะกับร้านอาหารหรือโรงงานที่ต้องใช้งานหนักทุกวัน เพราะอายุการใช้งานจะไม่ยืนยาวเท่าเกรด 304
สแตนเลส 201 เหมาะกับงานแบบไหน?
- เฟอร์นิเจอร์ทั่วไป
- โต๊ะในพื้นที่แห้ง (เช่น โต๊ะวางของในออฟฟิศ)
- ชั้นวางที่ไม่โดนน้ำ
- งานตกแต่งบ้านภายในที่ไม่สัมผัสความชื้น
สแตนเลส 304 คืออะไร?

สแตนเลส 304 คือเกรดที่ได้รับความนิยมสูงสุดในงานอุตสาหกรรมอาหาร และในครัวเรือน และถูกยกให้เป็น “King of Stainless Steel” ในการใช้งานทั่วไปเลยค่ะ! เกรดนี้มีปริมาณ นิกเกิล (Nickel) ที่สูงมาก (ประมาณ 8-10.5%) ซึ่งนี่แหละค่ะที่ทำให้ 304 มีคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เหนือกว่า 201 หลายเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นการทนสนิมได้ดีเยี่ยม แม้จะเจอความชื้นสูง โดนกรด-ด่าง หรือโดนสารเคมี ก็ยังอึดกว่า 201 มากค่ะ!
ข้อดีของสแตนเลส 304
- กันสนิมได้ดีที่สุดในกลุ่มใช้งานทั่วไป ทนต่อการกัดกร่อนจากน้ำ สารเคมี ได้ดีเยี่ยม
- เหมาะกับครัวร้านอาหาร งานอบไอน้ำ หรือโดนน้ำบ่อย
- ปลอดภัยสำหรับงานอาหารและเครื่องมือแพทย์ ทำความสะอาดง่าย และไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร
- อายุการใช้งานยาวนานกว่า 201 แบบเห็นผล ลงทุนครั้งเดียว ใช้กันไปยาว ๆ คุ้มค่าในระยะยาวแน่นอน
- มีความยืดหยุ่นสูง ดัดโค้ง ขึ้นรูป หรือทำซิงค์ล้างจานลึก ๆ ได้ง่ายกว่า 201
ข้อจำกัดของสแตนเลส 304
- ราคาสูงกว่า 201
- หากเจองานกระแทกหนักมาก อาจบุบง่ายกว่า 201 เล็กน้อย เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูง
- น้ำหนักมากกว่าเล็กน้อยในบางรูปแบบผลิต
สแตนเลส 304 เหมาะกับงานแบบไหน?
- โต๊ะเตรียมอาหาร
- โต๊ะสแตนเลสในร้านอาหารและโรงอาหาร
- ซิงก์ล้างจานและอ่างล้างมือทุกชนิด
- เครื่องใช้ที่ต้องโดนความชื้นตลอดเวลา (เครื่องล้างจาน, ตู้แช่เย็น)
- ครัวโรงแรม–โรงงานอาหาร–โรงเรียน
ตารางเปรียบเทียบสแตนเลส 201 กับ 304
เราสรุปความแตกต่างระหว่างสแตนเลส 201 กับ 304 มาในรูปแบบตารางเพื่อให้ทุกคนเข้าใจง่าย ดังนี้ค่ะ
| คุณสมบัติ | สแตนเลส 201 | สแตนเลส 304 |
| ราคา | ถูกกว่า | สูงกว่า |
| ความทนทานต่อสนิม | ปานกลาง | ดีมาก |
| นิกเกิล (Ni) | ต่ำ (3.5% – 5.5%) | สูง (8% – 10.5%) |
| แมงกานีส (Mn) | สูง (5.5% – 7.5%) | ต่ำ (Max 2%) |
| ความแข็งแรง | แข็งแรงกว่า 304 เล็กน้อย | แข็งแรงปานกลางแต่ทนทาน |
| อายุการใช้งาน | ปานกลาง | ยาวนานมากที่สุด |
เลือกใช้สแตนเลส 201 กับ 304 อย่างไรให้เหมาะกับงาน
ถ้าหากถามว่าเกรดไหน “ดีกว่า” เราก็ต้องบอกว่า 304 ดีกว่าในภาพรวมเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องกันสนิมและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า แต่การเลือกใช้ก็ต้องมองที่ “ความเหมาะสม” และ “งบประมาณ” ด้วยค่ะ เพราะบางงานใช้ 201 ก็เพียงพอต่อการใช้งานและสามารถประหยัดงบได้เยอะเลย!
งานที่เหมาะกับ สแตนเลส 201
- งานที่ต้องการราคาประหยัด งบประมาณจำกัด หรือต้องการลดต้นทุนในโครงการ
- ใช้งานในที่แห้ง หรือพื้นที่ที่ไม่โดนน้ำหรือความชื้นสะสม
- ไม่โดนน้ำหรือสารเคมีบ่อย ไม่ต้องสัมผัสกับกรด-ด่าง หรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
- ใช้งานทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการความทนสนิมสูง เช่น เฟอร์นิเจอร์หรือชั้นวางของภายในอาคารที่ไม่ใช่พื้นที่เปียก
งานที่เหมาะกับ สแตนเลส 304
- งานที่ใช้ในครัวหรือร้านอาหาร เป็นเกรดมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์ทำอาหาร เพราะปลอดภัยและถูกสุขอนามัย
- ต้องโดนน้ำทุกวัน เช่น ซิงก์ล้างจาน, อ่างล้างมือ, หรือท่อน้ำต่างๆ
- ต้องการอายุใช้งานยาว ๆ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ไม่ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนบ่อย
- ต้องการความปลอดภัยสำหรับอาหาร เหมาะสำหรับโต๊ะเตรียมอาหาร หรืออุปกรณ์การผลิตอาหารโดยตรง
- ใช้ในโรงงาน โรงแรม ฯลฯ งานอุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาด ทนทาน และต้องมีการทำความสะอาดอย่างเข้มข้น
วิธีเช็กเกรดสแตนเลส ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ

เนื่องจากสแตนเลส 201 และ 304 หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ผู้ขายบางรายอาจใช้โอกาสนี้สวมรอยเกรด 201 มาขายในราคา 304 ได้ค่ะ ดังนั้นเราเลยเอาวิธีเช็คเกรดของใช้สแตนเลสเองแบบง่าย ๆ มาฝากทุกคน
- การทดสอบด้วยน้ำยา (Test Kit) ใช้น้ำยาเคมีเฉพาะทางสำหรับทดสอบสแตนเลสโดยเฉพาะ น้ำยานี้จะทำปฏิกิริยากับส่วนผสมของนิกเกิลและแมงกานีส เมื่อหยดลงบนผิวสแตนเลส
- สแตนเลส 304 น้ำยาจะเปลี่ยนสีช้ามาก หรือแทบไม่เปลี่ยนสีเลย
- สแตนเลส 201 น้ำยาจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มอย่างรวดเร็ว (ภายในไม่กี่วินาที)
- การทดสอบด้วยแม่เหล็ก โดยทั่วไป สแตนเลสเกรด 304 และ 201 จะเป็นสแตนเลสในกลุ่ม Austenitic ซึ่งมีคุณสมบัติ “ดูดแม่เหล็กไม่ติด” (หรือดูดติดอ่อนมาก ๆ ที่บริเวณรอยเชื่อม) ให้ใช้ แม่เหล็กแรงสูง มาทดสอบจะช่วยให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้น
- สแตนเลส 304 มักไม่ดูดแม่เหล็ก หรือดูดเบามาก
- สแตนเลส 201 มีคุณสมบัติเป็นแม่เหล็ก ดูดติดแน่น กว่า เพราะมีแมงกานีสและไนโตรเจนสูงกว่าและนิกเกิลต่ำกว่า
- ดูความเงา
- สแตนเลส 304 จะเงาใสกว่า
- สแตนเลส 20 จะออกโทนหม่นเล็กน้อย
- ตรวจสอบใบรับรอง
- หากซื้อโต๊ะสแตนเลสหรืออุปกรณ์ร้านอาหาร ควรขอใบรับรองวัสดุ (Material Certificate) เพื่อความมั่นใจ
หากใครอยากอ่านรายละเอียดที่มากกว่านี้ สามารถตามไปอ่านได้ในบทความ วิธีเช็คสแตนเลสแท้
หวังว่าข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างสแตนเลส 201 และ 304 จะทำให้ทุกคนเห็นภาพชัดเจนขึ้นนะคะ การเลือกระหว่าง สแตนเลส 201 กับ 304 ไม่มีคำว่าถูกหรือผิด มีแต่ “เหมาะกับงานหรือไม่” หากต้องการความทนสนิมสูง ใช้งานในครัว หรือโดนน้ำเป็นประจำ การลงทุนกับ สแตนเลส 304 จะคุ้มค่ามากกว่าในระยะยาว แต่ถ้าต้องการใช้ทั่วไปในพื้นที่แห้ง สแตนเลส 201 ก็เพียงพอและประหยัดงบได้ดีเช่นกันค่ะ
หากคุณกำลังมองหา โต๊ะสแตนเลส สำหรับใช้งานที่บ้าน ครัวเรือน หรือสำหรับโรงงาน KACHA กล้ารับประกันคุณภาพด้วยความจริงใจ เรามีทั้งโต๊ะสแตนเลส 201 และโต๊ะสแตนเลส 304 หลายแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม รับรองว่า แข็งแรง ทนทาน และตอบโจทย์งานทุกประเภท ติดต่อ Line: @kachathai หรือ โทร 092-262-6250 ได้เลยนะคะ😊
เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย





