KACHA
KACHA
แม่แรงมีกี่แบบ? ต่างกันยังไง พร้อม 4 เช็กลิสต์ที่ต้องดูก่อนเลือกซื้อ

อัปเดตเมื่อ วันที่ 5 ตุลาคม 2026

แม่แรงมีกี่แบบ? ต่างกันยังไง พร้อม 4 เช็กลิสต์ที่ต้องดูก่อนเลือกซื้อ

แม่แรงมีกี่แบบ? แต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหนบ้าง เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่กำลังมองหาแม่แรงไว้ใช้งาน เพราะแม่แรงแต่ละประเภทมีทั้งรูปแบบ วิธีใช้งาน และความสามารถในการรับน้ำหนักที่แตกต่างกัน บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักแม่แรงแต่ละแบบ พร้อมแนะนำวิธีเลือกให้เหมาะกับรถและการใช้งาน ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ

แม่แรง คืออะไร?

แม่แรง คืออะไร?

แม่แรง หรือ แม่แรงยกรถ เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อยกรถขึ้นจากพื้น เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับเปลี่ยนยาง ตรวจสอบช่วงล่าง หรืองานซ่อมบำรุง มีหลายแบบให้เลือก แม่แรงบางตัวเป็นแบบ ระบบกลไก ในขณะที่บางตัวเป็น ระบบไฮดรอลิก โดยแม่แรงระบบกลไก ส่วนใหญ่ใช้สกรู หรือคันโยก ที่ต้องหมุนเพื่อใช้งาน ส่วนแม่แรงระบบไฮดรอลิก จะใช้กระบอกไฮดรอลิกที่เต็มไปด้วยแรงดัน เพื่อสร้างแรงเพียงพอที่จะยกของหนัก

ในขณะที่แม่แรงทำหน้าที่ยกรถ รถจะถูกยกสูงขึ้นจากพื้นในระดับหนึ่งที่แม่แรงสามารถทำได้ แต่ก็ไม่ได้ทำเพื่อรับน้ำหนักไว้ จึงจำเป็นต้องมีขาตั้งแม่แรงคู่หนึ่งทำหน้าที่เป็นตัวค้ำ และรับน้ำหนักควบคู่กันด้วย

ขาตั้งรถ ไม่ใช่แม่แรง แต่ใช้ รองรับน้ำหนักรถหลังยกด้วยแม่แรง เพื่อความปลอดภัย ควรจอดรถบนพื้นเรียบ ใส่เบรกมือ ใช้ขาตั้งที่รับน้ำหนักได้เหมาะสม และไม่ควรทำงานใต้รถขณะใช้แม่แรงเพียงอย่างเดียว – Kacha Thailand

แม่แรง มีกี่ประเภท?

แม่แรงสามารถแบ่งตาม ระบบการทำงานได้ 2 ประเภท คือ ระบบไฮดรอลิกและระบบกลไก ซึ่งแต่ละประเภทมีหลักการทำงาน ขนาด และความสามารถในการรับน้ำหนักแตกต่างกัน จึงเหมาะกับการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน ดังนี้

  1. แม่แรงระบบไฮดรอลิก เป็นระบบที่ใช้น้ำมันไฮดรอลิกเป็นตัวกลางในการช่วยขับแรงดันไปยังส่วนต่าง ๆ ของระบบไฮดรอลิค เช่น กระบอกสูบ และมอเตอร์ไฮดรอลิก ข้อดี คือ สามารถยกงานที่มีน้ำหนักเยอะได้ดี ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องออกแรงมากนัก
  2. แม่แรงระบบกลไกล ใช้ระบบเพลาขับเฟือง หรือสายพานของเครื่องมือเป็นตัวกลางในการส่งผ่านกำลัง โดยอาศัยการทำงานโดยตรงระหว่างแรงคนและแรงกล ข้อเสีย คือ รับน้ำหนักได้น้อย ต้องออกแรงมากขึ้นในการยกน้ำหนัก ข้อดี คือ ดูแลรักษาง่ายพกพาสะดวก

แม่แรงมีกี่แบบ? แต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหน

แม่แรงมีกี่แบบ? โดยทั่วไปแม่แรงที่พบในการใช้งานสามารถแบ่งตามรูปแบบและลักษณะการใช้งานได้ 7 แบบหลัก ได้แก่ 1. แม่แรงสะพาน / แม่แรงขากรรไกร 2. แม่แรงเกลียว 3. แม่แรงตะเข้ 4. แม่แรงกระปุก 5. แม่แรงยกข้าง 6. แม่แรงไฟฟ้า 7. แม่แรงลม แต่ละแบบมีจุดเด่นและเหมาะกับการใช้งานแตกต่างกัน ดังนี้

แม่แรงมีกี่แบบ? แต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหน

1. แม่แรงสะพาน / แม่แรงขากรรไกร (Scissor Jack)

ลักษณะ: แม่แรงสะพาน มีโครงสร้างทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ยืด-หดด้วยเกลียวหมุน พับเก็บแล้วแบนราบ พกพาง่าย เป็นตัวเลือกที่ราคาประหยัดและมีน้ำหนักเบาที่สุด

นิยมใช้เป็นแม่แรงติดรถมาตรฐานสำหรับเก๋งและกระบะ ใช้มือหมุนเพื่อยกรถขึ้นในระยะเล็ก ๆ เหมาะกับรถขนาดเล็ก, ขนาดกลาง

แม่แรงมีกี่แบบ? แต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหน

2. แม่แรงเกลียว (Screw Jack)

ลักษณะ: แม่แรงเกลียว เป็นแม่แรงทรงกระบอกที่ใช้แรงขันเกลียวเฟืองขับตรง จุดเด่นคือล็อกตำแหน่งค้างไว้ได้มั่นคง ไม่ต้องกลัวน้ำมันไฮดรอลิกรั่ว

นิยมใช้ตั้งระดับโครงสร้าง หรืองานยกค้ำยันระยะยาว เหมาะใช้ในโรงงาน อู่ซ่อมรถ อู่ต่อเรือ ฯลฯ

แม่แรงมีกี่แบบ? แต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหน

3. แม่แรงตะเข้ (Floor Jack / Trolley Jack)

ลักษณะ: ทำงานด้วยระบบไฮดรอลิก แนวนอนมีล้อเลื่อนและด้ามโยกยาว สอดเข้าใต้ท้องรถได้ลึก ยกรถได้เร็ว มีทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่นโหลดเตี้ยสำหรับรถสปอร์ต/รถ EV ถูกออกแบบสำหรับใช้ยกเครื่องยนต์หรือวัตถุหนัก

แม่แรงตะเข้ เหมาะกับงานซ่อมแซมและบำรุงรักษารถยนต์ที่ต้องการความรวดเร็ว มั่นคง และใช้งานในพื้นที่เรียบ เช่น อู่ซ่อมรถหรือโรงรถประจำบ้าน

แม่แรงมีกี่แบบ? แต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหน

4. แม่แรงกระปุก (Bottle Jack)

ลักษณะ: เป็นทรงกระบอกไฮดรอลิกแนวตั้ง ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกติดรถง่าย แต่พลังยกสูงมาก (ตั้งแต่ 2 ตันถึงหลายสิบตัน)

แม่แรงกระปุก เหมาะสำหรับงานยกรถยนต์ขนาดใหญ่ รถบรรทุก รถกระบะบรรทุกของหนัก หรือเครื่องจักรที่มีน้ำหนักมากและมีพื้นที่ใต้ท้องรถจำกัด

แม่แรงมีกี่แบบ? แต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหน

5. แม่แรงยกข้าง (Toe Jack / Claw Jack)

ลักษณะ: เป็นแม่แรงไฮดรอลิกที่มี “เขี้ยวยื่น” (Claw) ด้านล่าง สอดเข้าช่องว่างแคบระดับไม่กี่เซนติเมตรได้ นิยมใช้ยกเครื่องจักรหนักในโรงงาน หรือยกตู้คอนเทนเนอร์

แม่แรงยกข้าง เหมาะกับงานยกสูง ยกเตี้ยเคลื่อนย้ายอาคาร งานติดตั้งเครื่องจักร เป็นต้น

แม่แรงมีกี่แบบ? แต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหน

6. แม่แรงไฟฟ้า (Electric Car Jack)

ลักษณะ: ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เสียบไฟจากที่จุดบุหรี่ 12V หรือหนีบขั้วแบตเตอรี่ ยกขึ้น-ลงด้วยการกดรีโมต ผ่อนแรงฉุกเฉินได้ดีสำหรับผู้หญิงหรือคนที่ไม่สะดวกออกแรงโยก

แม่แรงไฟฟ้า เหมาะกับงานเปลี่ยนยางฉุกเฉินริมทางและงานซ่อมบำรุงรถยนต์ส่วนบุคคล ไม่เหมาะกับการยกแช่นานๆ หรือใช้ซ่อมช่วงล่างในอู่ซ่อมรถมืออาชีพที่ต้องความทนทานสูง

แม่แรงมีกี่แบบ? แต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหน

7. แม่แรงลม (Pneumatic Jack)

ลักษณะ:  ใช้แรงดันลมจากปั๊มลมขับไฮดรอลิก (หรือแบบถุงลม Air Bag) ยกของหนักระดับสิบล้อ รถบรรทุก หรือรถบัสได้อย่างรวดเร็ว นิยมใช้ในอู่รถใหญ่และสถานีบริการยาง

แม่แรงลม เหมาะสำหรับงานยกของที่มีน้ำหนักมากและต้องการความสะดวกรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้แรงโยกมาก เช่น งานซ่อมบำรุงรถบรรทุกขนาดใหญ่ รถพ่วง รถบัส

4 เช็กลิสต์สำคัญก่อนเลือกซื้อแม่แรง

ก่อนจะเลือกซื้อแม่แรงมาใช้งาน มี 4 เช็กลิสต์สำคัญ ที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อ ได้แก่ 1. การรับน้ำหนัก 2. ระดับความสูงต่ำของแม่แรง 3. ประเภทของแม่แรง 4. มาตรฐานและความปลอดภัย เพื่อให้สามารถใช้งานอย่างปลอดภัยและคุ้มค่า

  • การรับน้ำหนัก เลือกแม่แรงที่มีพิกัดรับน้ำหนักเหมาะสมกับรถและลักษณะงาน โดยควรตรวจสอบพิกัดที่ผู้ผลิตกำหนด และไม่ใช้แม่แรงเกินความสามารถในการรับน้ำหนัก
  • ระดับความสูงต่ำของแม่แรง ตรวจสอบความสูงต่ำสุดและสูงสุด ให้เหมาะกับความสูงของรถ ยกตัวอย่างเช่น
    • สำหรับรถแต่งซิ่งหรือรถโหลดเตี้ย ต้องเลือกแม่แรงประเภท โหลดเตี้ย (Low Profile) เพื่อให้สามารถสอดแม่แรงเข้าใต้ท้องรถได้โดยไม่ติดสเกิร์ต
    • สำหรับรถยกสูง รถกระบะ หรือ SUV ต้องเลือกแม่แรงที่สามารถยกได้สูงพอที่จะทำให้ล้อลอยพ้นพื้นเพื่อเปลี่ยนยางได้
  • ประเภทของแม่แรง แม่แรงแต่ละประเภทมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน เช่น ขนาด ความสะดวกในการพกพา วิธีใช้งาน และความสามารถในการรับน้ำหนัก จึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน
  • มาตรฐานและความปลอดภัย ควรเลือกแม่แรงที่มีข้อมูลพิกัดรับน้ำหนักและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชัดเจน รวมถึงตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ก่อนใช้งาน และใช้งานบนพื้นเรียบมั่นคงตามคำแนะนำของผู้ผลิต

ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อแม่แรงยกรถ ควรดูทั้งพิกัดรับน้ำหนัก ขนาดความสูง ประเภทของแม่แรง และมาตรฐานความปลอดภัยควบคู่กัน เพื่อให้ได้แม่แรงที่เหมาะกับรถและใช้งานได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ข้อควรระวังในการใช้แม่แรง

เพื่อให้การใช้งานแม่แรงถูกใช้งานอย่างปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน มีข้อควรระวังที่ต้องคำนึงถึง ดังนี้

  • ถ้าจะใช้ฐานรองแม่แรง ควรคำนึงถึงน้ำหนักของที่จะยกเป็นสำคัญ ไม่ควรเป็นอุปกรณ์ที่แตกหักง่าย เช่น อิฐแดง หินปูน หรือไม้อัด เป็นต้น
  • ระวังแม่แรงล้ม หรือเคลื่อนที่ขณะยกรถขึ้นด้วยแม่แรง ให้เลื่อนเกียร์รถมาอยู่ในตำแหน่ง P พร้อมดึงเบรกมือไว้ และหาที่กั้นล้อ เพื่อป้องกันรถไหล หรือรถหล่นจากแม่แรง
  • ไม่ควรขึ้นแม่แรงค้างไว้นาน ๆ ควรหาสามขาค้ำยันมารองอีกขั้น เพื่อป้องกันการไหลของแม่แรง
  • ควรใช้แม่แรงให้ถูกประเภทกับลักษณะงาน ไม่ใช้แม่แรงยกขนาดเล็กยกของที่มีน้ำหนักมาก เพราะจะทำให้แม่แรงชำรุด และเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานได้

สำหรับใครที่สงสัยว่า แม่แรงมีกี่แบบ ก็คงจะได้คำตอบกันแล้วนะคะว่า แม่แรงมีหลายรูปแบบ และแต่ละแบบก็เหมาะกับการใช้งานต่างกัน ก่อนเลือกซื้อจึงควรดูทั้ง น้ำหนักรถ ประเภทแม่แรง และลักษณะการใช้งาน ให้เหมาะสม พร้อมใช้งานอย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัย

สำหรับใครที่กำลังมองหาแม่แรง สำหรับใช้ในงานซ่อมบำรุงและยกเครื่องจักรต่าง ๆ Kacha (Thailand) ร้านขายชั้นวางของ เราไม่ได้จำหน่ายแค่ชั้นวางของเหล็กและอะไหล่ทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมีแม่แรงหลากหลายแบบให้เลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็น แม่แรงเกลียว แม่แรงกระปุก หรือ แม่แรงไฟฟ้า และอื่น ๆ อีกมากมายให้เลือกซื้อตามการใช้งานค่ะ

สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 092-262-6250 หรือ Line: @kachathai และยังสามารถแวะเข้ามาชมสินค้าจริงได้ที่โชว์รูม Kacha (Thailand) สาขาสาทร 658 ชั้นที่ 1,2,3 ซอยเจริญกรุง 67 แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 เรายินดีดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอน

ดูแผนที่การเดินทางได้ที่ https://maps.app.goo.gl/eD6pbepEwuxWiBLC8

เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย