แม่เหล็กถาวร คืออะไร มีกี่ประเภท? พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน

อัปเดตเมื่อ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026

แม่เหล็กถาวร คืออะไร มีกี่ประเภท? พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน

เชื่อว่าทุกคนคุ้นเคยกับแม่เหล็กมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่รู้กันไหมคะว่า แม่เหล็กที่เรารู้จักและใช้กันอยู่ทุกวันนี้มันมีแบบไหนบ้าง? บทความนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึก ทำความเข้าใจว่า แม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet) มันคืออะไรกันแน่ มีกี่ประเภท แล้วแต่ละประเภทมีข้อดี-ข้อเสีย ราคา ไปจนถึงการใช้งานแตกต่างกันอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วตามเราไปทำความเข้าใจกันเล้ยยยย!!

แม่เหล็กถาวร คืออะไร?

แม่เหล็กถาวร คือ วัสดุแม่เหล็กประเภทหนึ่งที่สามารถ สร้างและรักษาอำนาจแม่เหล็ก หรือสนามแม่เหล็กของตัวเองไว้ได้ “อย่างถาวร” โดย ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า หรือแรงกระตุ้นจากภายนอกเพื่อคงความเป็นแม่เหล็กไว้ ต่างจาก “แม่เหล็กชั่วคราว” (อย่างแม่เหล็กไฟฟ้า) ที่จะแสดงความเป็นแม่เหล็กได้ก็ต่อเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน พอตัดไฟปุ๊บ ก็หมดฤทธิ์ปั๊บ! แต่แม่เหล็กถาวรมันเก็บพลังไว้ในตัวได้เองเลยค่ะ!🧲

คุณสมบัติเด่นที่ทำให้มัน “ถาวร”

  • แรงคงสภาพแม่เหล็กสูง (High Coercivity) หมายถึงความสามารถในการต้านทานการถูกล้างอำนาจแม่เหล็กจากสนามแม่เหล็กภายนอกหรือความร้อน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้มันคงความเป็นแม่เหล็กไว้ได้นาน
  • การเหนี่ยวนำแม่เหล็กเหลือค้างสูง (High Remanence​) คือการที่มันยังคงเหลือความเป็นแม่เหล็กอยู่มาก แม้จะเอาแรงกระตุ้นภายนอกออกไปแล้วนั่นเอง

แม่เหล็กถาวร มีอะไรบ้าง?

แม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet) แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ แม่เหล็กนีโอไดเมียม แม่เหล็กซาแมเรียม-โคบอลต์ แม่เหล็กเฟอร์ไรต์ และ แม่เหล็กอัลนิโค ซึ่งแต่ละประเภทก็ทำมาจากวัสดุที่แตกต่างกัน มีคุณสมบัติเด่นและเหมาะกับการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน ดังนี้ค่ะ

แม่เหล็กนีโอไดเมียม (Neodymium Magnet)

แม่เหล็กนีโอไดเมียม (Neodymium Magnet)

แม่เหล็กนีโอไดเมียม หรือที่รู้จักกันในชื่อ แม่เหล็กแรงสูง เป็นแม่เหล็กที่ “แรงที่สุดในโลก” มีส่วนประกอบหลักคือ นีโอไดเมียม (Nd), เหล็ก (Fe), และโบรอน (B) ถูกอัดขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีพิเศษ ซึ่งทำให้เกิดแม่เหล็กที่มีความหนาแน่นสูงและมีแรงยึดเหนี่ยวมากกว่าแม่เหล็กชนิดทั่วไป สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ใน แม่เหล็กแรงสูง คืออะไร?

จุดเด่น 

  • พลังดูดมหาศาล มีพลังงานแม่เหล็กสูงที่สุด เรียกได้ว่าเป็นแม่เหล็กที่มีแรงดูดสูงที่สุดในโลก (แรงกว่าชนิดอื่นหลายเท่า)
  • ขนาดเล็ก/น้ำหนักเบา ทำให้สามารถสร้างอุปกรณ์ที่เล็กลงแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้
  • ราคาค่อนข้างคุ้มค่า เมื่อเทียบกับความแรงและประโยชน์ของมัน
  • ความต้านทานการล้างอำนาจแม่เหล็กสูง มีความสามารถในการรักษาคุณสมบัติความเป็นแม่เหล็กไว้ได้ แม้ว่าจะอยู่ภายใต้สนามแม่เหล็กภายนอกที่พยายามจะล้างอำนาจแม่เหล็กของมัน (Demagnetize)

ข้อเสีย

  • ทนความร้อนต่ำ คุณสมบัติแม่เหล็กจะลดลงเมื่ออุณหภูมิเกิน 80∘C ถึง 200∘C (ขึ้นอยู่กับเกรด)
  • กัดกร่อนง่าย เนื่องจากมีเหล็กเป็นส่วนประกอบ จึงต้องมีการเคลือบผิว (เช่น นิกเกิล, สังกะสี) เพื่อป้องกันสนิม
  • แตกหักง่าย เมื่อมีการกระแทกหรือปล่อยให้แม่เหล็กสองชิ้นดูดเข้าหากันอย่างรุนแรงจะเปราะและแตกหักได้ง่ายค่ะ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก เช่น หูฟัง, ลำโพง, ไมโครโฟน (ที่ต้องการเสียงชัดและตัวเล็ก)
  • มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง เช่น มอเตอร์ในรถยนต์ไฟฟ้า (EV), กังหันลม (Wind Turbines), โดรน (Drones)
  • ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ใช้ในการควบคุมหัวอ่าน/เขียน

ดูการใช้งานแม่เหล็กนีโอไดเมียมเพิ่มเติมได้ในบทความ แม่เหล็กนีโอไดเมียม ใช้ทำอะไร

แม่เหล็กซาแมเรียม-โคบอลต์ (Samarium Cobalt Magnet)

แม่เหล็กซาแมเรียม-โคบอลต์ (Samarium Cobalt Magnet)

แม่เหล็กซาแมเรียมโคบอลต์ คือ แม่เหล็กถาวรธาตุหายาก ที่มีความแรงสูงมากเช่นกันค่ะ แต่จะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นด้านความทนทานต่อสภาพแวดล้อม มีส่วนประกอบหลักคือ ซาแมเรียม (Sm) และโคบอลต์ (Co)

จุดเด่น

  • ทนความร้อนสูงสุด สามารถทำงานในสภาวะอุณหภูมิสูงได้ดีมาก บางเกรดทนได้ถึง 350∘C โดยที่ความแรงจะลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • ต้านทานการกัดกร่อน ทนทานต่อการเกิดสนิมและการกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อมที่รุนแรงได้ดีกว่านีโอไดเมียมมาก

ข้อเสีย

  • มีแรงดูดน้อยกว่านีโอไดเมียมเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่ทรงพลังที่สุดค่ะ
  • ราคาสูง เป็นแม่เหล็กที่ มีราคาสูงที่สุด เพราะโคบอลต์เป็นวัสดุที่แพงมากค่ะ
  • แตกหักได้ง่าย เช่นเดียวกับนีโอไดเมียม

ตัวอย่างการใช้งาน

  • ระบบนำทางที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงในอุณหภูมิที่ผันผวนและสูงมาก อย่าง อุปกรณ์ดาวเทียม, เครื่องมือการบิน, อุปกรณ์ทางทหาร เป็นต้น
  • มอเตอร์อุตสาหกรรม มอเตอร์ความเร็วสูงหรือมอเตอร์ที่ทำงานใกล้แหล่งความร้อน

แม่เหล็กเฟอร์ไรต์ (Ferrite Magnet)

แม่เหล็กเฟอร์ไรต์ (Ferrite Magnet)

แม่เหล็กเฟอร์ไรต์ หรือ แม่เหล็กเซรามิก (Ceramic Magnet) เป็นแม่เหล็กถาวรที่ถูกใช้มานานและพบได้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันของเรา เป็นที่นิยมที่สุดในโลกเมื่อวัดจากปริมาณการผลิต มีลักษณะเป็น เซรามิกสีเทาเข้ม ที่แข็งและเปราะ ทำจากผงเหล็กออกไซด์ (Fe2​O3​) ผสมกับสารอื่น เช่น สตรอนเชียมคาร์บอเนต

จุดเด่น

  • ราคาถูก มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำที่สุด ทำให้ประหยัดที่สุดสำหรับงานที่ไม่ต้องการความแรงสูง
  • ไม่เป็นสนิม เนื่องจากไม่ได้เป็นโลหะ จึงมีความทนทานต่อการกัดกร่อนและสภาพอากาศภายนอกอาคารได้ดีเยี่ยม ไม่จำเป็นต้องมีการเคลือบผิวเลยค่ะ

ข้อเสีย

  • ความแรงต่ำ เป็นแม่เหล็กที่ อ่อนแอที่สุด ในกลุ่มแม่เหล็กแข็ง ต้องใช้ปริมาตรที่ใหญ่มากเพื่อสร้างความแรงที่เท่ากับนีโอไดเมียมชิ้นเล็ก ๆ
  • แตกหักง่าย แม่เหล็กเฟอร์ไรต์เปราะ และแตกหักง่ายมากเมื่อถูกกระแทก
  • ทนความร้อนปานกลางถึงสูง คุณสมบัติทางแม่เหล็กจะลดลงเมื่ออุณหภูมิลดลงมาก ๆ (ในอุณหภูมิติดลบ)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • อุปกรณ์แยกโลหะ (Magnetic Separators) ในโรงงานอุตสาหกรรม
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า แม่เหล็กในลำโพงทั่วไป, มอเตอร์ DC ขนาดเล็ก (ในพัดลม, ของเล่น)
  • ของใช้ในครัวเรือน แม่เหล็กติดตู้เย็น, ยางขอบประตูตู้เย็น (แบบยืดหยุ่น)

แม่เหล็กอัลนิโค (Alnico Magnet)

แม่เหล็กอัลนิโค (Alnico Magnet)

แม่เหล็กอัลนิโค เป็นแม่เหล็กถาวรรุ่นบุกเบิกเลยก็ว่าได้ค่ะ (ตั้งแต่ยุค 1930s) เคยเป็นแม่เหล็กที่ทรงพลังที่สุดมาก่อน ถูกตั้งชื่อตามส่วนประกอบหลักคือ อะลูมิเนียม (Al), นิกเกิล (Ni), และ โคบอลต์ (Co) ผสมกับเหล็ก (Fe)

จุดเด่น

  • ทนความร้อนสูงสุดในบรรดาแม่เหล็กทั้งหมด มีคุณสมบัติที่ดีที่สุดในการรักษาความแรงแม่เหล็ก บางเกรดสามารถทนความร้อนได้สูงถึง 540∘C โดยที่ค่าความแรงแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลยล่ะค่ะ!!
  • ความแรงสูง ให้ความแรงที่สูงเป็นรองจากแม่เหล็กธาตุหายาก และแรงกว่าเฟอร์ไรต์มาก
  • ต้านทานการกัดกร่อน

ข้อเสีย

  • ถูกล้างอำนาจแม่เหล็กง่าย มีค่า Coercivity ที่ต่ำ ทำให้เสียความเป็นแม่เหล็กได้ง่าย หากถูกแรงแม่เหล็กจากภายนอกที่ไม่พึงประสงค์เข้ามารบกวนจะเสียความเป็นแม่เหล็กง่ายกว่าประเภทอื่น (ต้องติดตั้งอย่างระมัดระวัง)
  • ราคาสูง เนื่องจากมีโคบอลต์ที่ราคาสูงเป็นส่วนประกอบ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • เซนเซอร์และเครื่องมือวัด ใช้ในเครื่องมือวัดและเซนเซอร์ที่ต้องทำงานในอุณหภูมิที่ผันผวน เช่น ในโรงงานอุตสาหกรรมหรือระบบยานยนต์
  • กีต้าร์ไฟฟ้า ใช้ในปิ๊กอัพ (Pickup) เพื่อแปลงการสั่นของสายกีต้าร์เป็นสัญญาณไฟฟ้า (ให้เสียงที่เป็นเอกลักษณ์)
  • อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องทนความร้อนสูงมากเป็นพิเศษ อย่างเช่น อุปกรณ์ในเตาเผา

ตารางเปรียบเทียบแม่เหล็กถาวรแต่ละประเภท

เพื่อให้ทุกคนได้เห็นความแตกต่าง สามารถเปรียบเทียบแม่เหล็กแรงสูงแต่ละประเภท และเลือกใช้แม่เหล็กให้ถูกกับงานได้ง่ายขึ้น เรามีตารางสรุปเปรียบเทียบประเภทของแม่เหล็กถาวรไว้ให้แล้ว ดังนี้ค่ะ

ประเภทแม่เหล็ก ความแรง ความทนทานต่อความร้อน ราคา (โดยประมาณ) งานที่เหมาะสม
แม่เหล็กนีโอดิเมียม สูงที่สุด ต่ำถึงปานกลาง สูง มอเตอร์ EV, หูฟัง, อุปกรณ์เล็กที่ต้องการแรงมาก
แม่เหล็กซาแมเรียม-โคบอลต์ สูง สูงมาก (ถึง 350∘C) สูงที่สุด อากาศยาน, มอเตอร์ในสภาวะความร้อนสูง
แม่เหล็กเฟอร์ไรต์ ต่ำที่สุด ปานกลาง ต่ำที่สุด ลำโพงทั่วไป, แม่เหล็กตู้เย็น, อุปกรณ์ต้นทุนต่ำ
แม่เหล็กอัลนิโค ปานกลาง สูงที่สุด (ถึง 540∘C) ปานกลาง เซนเซอร์ความแม่นยำ, ปิ๊กอัพกีต้าร์ไฟฟ้า

แนะนำการเลือกใช้แม่เหล็กถาวรให้เหมาะกับงาน

กุญแจสำคัญในการเลือกใช้แม่เหล็กถาวรคือการพิจารณา 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ แรงดูด อุณหภูมิ ราคา และ ความคงทน ซึ่งเราสรุปไว้ให้ดังนี้ค่ะ

  1. ถ้าต้องการแรงดูดสูงสุด ไม่ห่วงเรื่องราคามากนัก ควรเลือก แม่เหล็กนีโอไดเมียม ค่ะ
  2. ถ้าต้องการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด (มากกว่า 200∘C) ต้องเลือก แม่เหล็กซาแมเรียม-โคบอลต์ หรือ แม่เหล็กอัลนิโค
  3. ถ้าเน้นความประหยัด และงานไม่ต้องใช้แรงดูดสูง บอกเลยว่า แม่เหล็กเฟอร์ไรต์ เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ
  4. ถ้าต้องการความคงทน ไม่เป็นสนิมง่าย ให้เลือก แม่เหล็กเฟอร์ไรต์ หรือ แม่เหล็กซาแมเรียม-โคบอลต์ จะตอบโจทย์ได้ดี

แนวทางดูแลรักษาแม่เหล็กให้แรงดูดไม่ลดลง

ถึงแม้จะชื่อว่า “แม่เหล็กถาวร” แต่พลังของมันก็สามารถลดลงได้ค่ะหากเราดูแลไม่ถูกวิธี แนวทางดูแลรักษาแม่เหล็กให้แรงดูดไม่ลดลง ควรปฏิบัติดังนี้👩‍🏫

  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง ความร้อนถือเป็นศัตรูของแม่เหล็กเลยล่ะค่ะ! โดยเฉพาะแม่เหล็กนีโอไดเมียม หากความร้อนสูงเกินกว่าอุณหภูมิการทำงานที่กำหนดจะทำให้โครงสร้างโดเมนแม่เหล็กภายในเกิดการจัดเรียงตัวใหม่ และสูญเสียอำนาจแม่เหล็กอย่างถาวร หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้ผลิตเพื่อสอบถามอุณหภูมิสูงสุดที่แม่เหล็กชนิดนั้น ๆ ทนได้นะคะ
  • ระวังการกระแทกหรือตกหล่นรุนแรง การกระแทกอย่างแรงสามารถทำให้โครงสร้างภายในของแม่เหล็กเกิดความเสียหายหรือทำให้โดเมนแม่เหล็กสลับทิศทาง ซึ่งจะส่งผลให้แรงดูดลดลงได้ค่ะ โดยเฉพาะแม่เหล็กที่เปราะบางอย่างนีโอไดเมียม ซาแมเรียม-โคบอลต์ และเฟอร์ไรต์
  • เก็บให้ห่างจากสนามแม่เหล็กภายนอกที่แรงมาก การนำแม่เหล็กถาวรไปวางใกล้กับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่แรงมาก หรือแม่เหล็กถาวรที่มีกำลังสูงมาก ๆ อาจส่งผลให้โดเมนแม่เหล็กภายในเกิดการ “ล้างอำนาจ” หรือเรียงตัวผิดทิศทางได้ค่ะ
  • ป้องกันการกัดกร่อน (สำหรับบางชนิด) สำหรับแม่เหล็กนีโอไดเมียมที่เสี่ยงต่อการเกิดสนิม ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าการเคลือบผิวอยู่ในสภาพดี หากชำรุด อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนหรือหาทางป้องกันเพิ่มเติม
  • ไม่ควรนำมาตีกันบ่อย ๆ การนำขั้วเหมือนกันมาผลักกัน หรือขั้วต่างกันมาดูดกันอย่างรุนแรงบ่อย ๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างภายในของแม่เหล็กได้ในระยะยาวได้เช่นกันค่ะ

การดูแลรักษาอย่างเหมาะสมจะช่วยให้แม่เหล็กถาวรของคุณยังคงประสิทธิภาพและคงแรงดูดได้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ทุกคนคงรู้แล้วว่า แม่เหล็กถาวร คือ วัสดุที่มีสนามแม่เหล็กติดตัวตลอดเวลาโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า มีหลายชนิด ตั้งแต่แบบราคาย่อมเยาไปจนถึงแบบแรงดูดสูงระดับอุตสาหกรรม และถูกนำมาใช้ในทุกสิ่งรอบตัว ตั้งแต่ของเล่นชิ้นเล็กไปจนถึงเครื่องจักรขนาดใหญ่

การเข้าใจในพลังและข้อจำกัดของแม่เหล็กถาวรจะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายมากขึ้น ใครที่มองหา แม่เหล็กนีโอไดเมียม หรือ แม่เหล็กแรงสูง ที่แรงดึงดูดสูงที่สุดในบรรดาแม่เหล็กถาวร สามารถเลือกซื้อได้ใน KACHA ส่วนใครที่ต้องการสั่งซื้อจำนวนมากสามารถ ติดต่อเซลล์ Kacha เพื่อรับราคาส่งได้นะคะ😍

เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย