พรมปูพื้น คือ ของตกแต่งบ้านชนิดหนึ่งที่มีความสวยงาม ช่วยสร้างบรรยากาศ สีสัน และพรมบางชนิดยังช่วยยกระดับความหรูหราให้กับบ้านและคอนโดของผู้ซื้ออีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นพรมปูพื้นห้องนอน พรมปูพื้นห้องนั่งเล่น หรือห้องอื่น ๆ แต่ทว่าพรมปูพื้นก็ยังเป็นของตกแต่งบ้านที่มีข้อเสียหลายอย่าง

เจ้าของบ้านจึงต้องทำความเข้าใจจุดเด่น และจุดด้อยให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ พรมปูพื้น มาตกแต่งบ้าน ไม่เช่นนั้นพรมแต่งบ้านสวย ๆ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในบ้านก็เป็นได้ ตาม KACHA ไปทำความรู้จักกับ พรมปูพื้น ให้มากขึ้นกัน . . .


เรื่องที่ควรรู้ก่อน เลือกซื้อพรมปูพื้น

การปูพรมนั้น ไม่ได้ให้แค่ความสวยงาม และทำให้บ้านดูมีสไตล์เพิ่มขึ้น แต่ยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ซึ่งการปูพรมนั้น จะดีกว่าปล่อยให้พื้นบ้านโล่ง ๆ ยังไง และควรจะเลือกซื้อพรมปูพื้นแบบไหนกัน

210625-Content-พรม-(Carpet)-เรื่องควรรู้ก่อนเลือกซื้อพรมปูพื้น02


ปูพรมนั้นดีอย่างไร?

  • การปูพรม สามารถช่วยเปลี่ยนห้องธรรมดา ให้ดูหรูหรา มีรสนิยมขึ้นมาได้ทันตาเห็น
  • ด้วยลักษณะของพรมที่ให้ความรู้สึกอ่อนนุ่ม ตัดกับพื้นผิวที่ดูแข็งของพื้น และผนัง ทำให้บรรยากาศในห้องนั้นดูผ่อนคลาย
  • เลือกสีให้ดี ดีไซน์ให้โดน รับรองว่าช่วยเพิ่มความสดใส มีชีวิตชีวิตได้แน่นอน
  • เหมาะสุด ๆ สำหรับห้องที่เปิดโฮมเทียร์เตอร์เป็นประจำ เพราะการปูพรมนั้น ช่วยดูดซับเสียงได้
  • ช่วยรักษาอุณหภูมิของ ทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก ประหยัดค่าไฟมากขึ้น
  • เพิ่มสัมผัสที่อ่อนนุ่มให้กับเท้า และป้องกันการลื่นล้มได้ในระดับหนึ่ง


ก่อนจะเลือก พรม ควรดูอะไรบ้าง?

  1. พื้นที่ และลักษณะการใช้งาน

อันดับแรกที่ต้องรู้ คือ พื้นที่ หรือห้องไหนที่ต้องการปูพรม เพื่อที่จะสามารถกำหนดขนาดรวมทั้งลักษณะในการใช้งานได้อย่างเหมาะสม

210625-Content-พรม-(Carpet)-เรื่องควรรู้ก่อนเลือกซื้อพรมปูพื้น03

▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾

  • พรมปูพื้นห้องนั่งเล่น หรือห้องรับแขก
    การปูพรมที่บริเวณห้องนั่งเล่นนั้น เหมือนเป็นการช่วยจำกัดพื้นที่ให้ทุกคนอยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้นไปในตัว ซึ่งการเลือกขนาดของพรมนั้น สามารถดูได้จากพื้นที่ของชุดโซฟาเป็นหลัก ถ้าหากไม่สามารถหาขนาดที่พอดีได้ ก็สามารถเลือกขนาดที่เลยออกมาจากชุดโซฟาเล็กน้อย หรือให้ขนาดของชุดโซฟาเลยออกมาเล็กน้อยได้ โดยพรมที่ใช้ ควรเป็นพรมที่มีขนสั้น หรือผิวเรียบ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีการใช้งาน และโดนกดทับค่อนข้างมาก แถมพรมลักษณะนี้ยังทำความสะอาดได้ง่ายด้วย
  • พรมปูพื้นห้องรับประทานอาหาร
    เช่นเดียวกันกับห้องนั่งเล่น หรือห้องรับแขก ที่ต้องดูพื้นที่ของโต๊ะ และเก้าอี้รับประทานอาหาร ว่ามีความกว้างขนาดไหน ซึ่งเวลานั่งรับประทานอาหารนั้น เก้าอี้ทั้งหมดจะต้องไม่เลยพื้นที่ที่ปูพรมออกมา จึงสามารถเลือกได้ทั้งพรมที่มีขนาดพอดี หรือมีขนาดกว้างกว่าเล็กน้อยนั่นเอง ไม่ควรเลือกแบบที่มีขนาดเล็กกว่า ส่วนพื้นผิวของพรมที่ใช้ ควรจะเป็นแบบขนสั้น หรือผิวเรียบ เช่นเดียวกับห้องรับแขก ที่สามารถทำความสะอาดและดูดฝุ่นได้ง่ายเหมือนกัน
  • พรมปูพื้นห้องนอน
    มาถึงห้องนอนที่ต้องการบรรยากาศผ่อนคลาย เพื่อให้เหมาะกับการพักผ่อนมากที่สุด จึงควรเลือกใช้พรมที่มีลักษณะนุ่มฟู ขนหนาแน่น ส่วนการเลือกขนาดพรมสำหรับปูบริเวณเตียงนอนนั้นก็ไม่ยากเลย เพียงแค่ให้ด้านข้างเตียงทั้งสองฝั่ง มีพรมมารองรับอย่างเต็มพื้นที่ตลอดแนว เพราะเป็นส่วนที่เท้าเราจะสัมผัสเสมอเวลาขึ้น หรือลงจากเตียง บริเวณท้ายเตียง และหัวเตียงนั้น อาจจะสั้น หรือเลยออกมาเล็กน้อยก็ไม่ใช่ปัญหา


2. เลือกจากวัสดุของพรม

หลังจากที่วางแผนการปูพรมโดยดูจากพื้นที่การใช้งานแล้ว ก็ยังต้องมาดูกันต่อในเรื่องของวัสดุที่ใช้ว่า พรมชนิดไหน มีลักษณะ หรือเหมาะกับการใช้งานแบบใดบ้าง

210625-Content-พรม-(Carpet)-เรื่องควรรู้ก่อนเลือกซื้อพรมปูพื้น04

▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾

  • พรมไนลอน (Nylon)
    ถ้าพูดถึงเรื่องความทนทาน และได้รับความนิยมมากที่สุด ก็ต้องยกให้พรมไนลอนเลย เพราะคุณสมบัติที่ทั้งป้องกันน้ำ รอยขีดข่วน เชื้อรา และสารเคมี แถมยังมีหลายสี หลากดีไซน์ รวมทั้งถ้าเทียบกับคุณภาพแล้วก็ถือว่าราคาไม่สูงเกินไปด้วย
  • พรมโพลีโพรไพลีน (Polypropylene)
    พรมที่ได้รับความนิยมรองลงมาจากพรมไนลอน ที่มีคุณสมบัติเด่นในการป้องกันคราบสกปรกต่าง ๆ มากที่สุด จึงเหมาะกับบริเวณที่ได้รับการกดทับ และใช้งานค่อนข้างหนักอย่างการใช้ในห้องนั่งเล่น แถมยังทำความสะอาดง่าย และราคาย่อมเยากว่าพรมชนิดอื่น ๆ
  • พรมโพลีเอสเตอร์ (Polyester)
    ถ้าหากอยากได้พรมสำหรับปูในห้องนอน ขอแนะนำพรมชนิดนี้เลย เพราะด้วยสัมผัสที่นุ่มฟู ดูหรูหรา และมีคุณสมบัติในการกันน้ำ พร้อมทั้งดักจับฝุ่นเป็นเลิศ แต่ก็ทำความสะอาดได้ยาก และไม่เหมาะกับการใช้งานหนัก
  • พรมโพลีเอทิลีน (Polyethylene)
    พรมรักษ์โลกที่ได้ชื่อว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะมีการใช้พลาสติกรีไซเคิลมาเป็นวัสดุในการผลิต ซึ่งข้อดี คือ สามารถป้องกันคราบสกปรกต่าง ๆ รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ราคาไม่สูง ซึ่งแน่นอนว่าจะมีสัมผัสที่ไม่นุ่มเท่าพรมชนิดอื่น ๆ 
  • พรมขนสัตว์ (Wool)
    สำหรับบ้านที่งบถึง และต้องการพรมที่ดูหรูหรา หนานุ่ม และแข็งแรงทนทาน ครบครันในผืนเดียว สามารถเลือกพรมขนสัตว์ที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ 100% ได้เลย ถึงราคาจะสูงแต่คุณภาพก็เหมาะสมกับราคา และแน่นอนว่าการใช้วัสดุจากธรรมชาตินั้น ทำให้ต้องมีการดูแลเป็นพิเศษที่ยากกว่าพรมชนิดอื่น ซึ่งต้องระวังเรื่องของแมลง และการก่อให้เกิดภูมิแพ้ด้วย
  • พรมอะคริลิก (Acrylic)
    หากอยากได้พรมขนสัตว์ในงบประมาณที่ประหยัดกว่า ก็สามารถใช้พรมอะคริลิกแทนได้ เพราะเป็นพรมที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งความทนทานอาจสู้ไม่ได้ แต่โดดเด่นในเรื่องของความสวยงาม และป้องกันคราบรวมทั้งความชื้นได้ดีเลยทีเดียว


3. การเลือกสีหรือดีไซน์ให้เหมาะสม

การเลือกสีของพรมจะช่วยทำให้ห้องมีบรรยากาศที่ต่างกันไป ซึ่งนอกจากความพอใจแล้วก็ยังมีเรื่องของภาพรวมที่เหมาะสมด้วย

  • พรมสีอ่อน จะทำให้ห้องดูกว้างขึ้น รวมทั้งยังดูสว่างและสบายตา ทำให้รู้ผ่อนคลาย แต่ก็ไม่เหมาะกับห้องที่ต้องเจอกับฝุ่นหรือคราบเยอะ
  • พรมสีปานกลาง สามารถกลมกลืนเข้ากับเฟอร์นิเจอร์รวมทั้งส่วนอื่น ๆ ในห้องได้ง่าย ไม่โดดเด่นเกินไป
  • พรมสีเข้ม อาจทำให้ห้องดูมืด แต่จะเพิ่มความหรูหรา เป็นทางการ และยังทำให้ไม่ค่อยเห็นรอบคราบสกปรกที่อาจเกิดขึ้นได้
210625-Content-พรม-(Carpet)-เรื่องควรรู้ก่อนเลือกซื้อพรมปูพื้น05


คุณสมบัติของพรม

พรม เป็นวัสดุอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ในการปูพื้นเป็นอย่างมาก ทั้งในบ้านพักอาศัย สถานบันเทิงต่าง ๆ โรงแรม มีคุณสมบัติ ดังนี้

  • ติดตั้งง่าย ใช้เวลาน้อย
  • มีความสวยงามหรูหรา ไม่มีรอยต่อ หรือแทบไม่เห็นรอยต่อเลย ทำให้ดูเป็นผืนเดียวกันทั้งชิ้น
  • มีผิวสัมผัสที่อ่อนนุ่ม เวลาเดินไม่มีเสียง นิยมใช้กับห้องที่ต้องการความเงียบ เช่น โรงภาพยนต์ สำนักงาน  ห้องอัด
  • มีลวดลาย สีสัน ให้เลือกหลากหลาย พรมบางชนิดสามารถสั่งทำตามดีไซน์ที่ต้องการได้
  • ดูดซับเสียงได้ดี เหมาะกับห้องจัดเลี้ยง ซ้อมดนตรี หรือห้องอัดเสียง ห้องประชุม สัมมนา
  • การดูแลรักษาค่อนข้างยาก เก็บความชื้น เช็ดทำความสะอาดยาก
  • ไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ เพราะพรมจะมีฝุ่นสะสมในตัว
  • ลดการบาดเจ็บจากการหกล้ม จึงนิยมใช้บริเวณบันไดทั้งภายในบ้าน หรือสถานมี่สาธารณะ

ขนาดของพรม โดยทั่วไปพรมชิ้นจะมีขนาดมาตรฐานดังนี้ คือ 3×5, 4×6, 6×9 และ 9×12 นิ้ว พรมแผ่น (carpet tile) มีขนาด 50×50 ซม. ส่วนพรมม้วนก็จะตัดออกมาเป็นชิ้น ๆ ตามขนาดของสถานที่ หรือสั่งทอตามขนาดของสถานที่นั้นก็ได้

การเลือกใช้พรม

พิจารณาจากการใช้งาน  เพราะพรมแต่ละชนิด มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้

  • หากใช้งานชั่วคราว ไม่ต้องการวัสดุที่แพงเกินความจำเป็น เช่น งานบูทแสดงสินค้า ก็ควรเลือกใช้พรมอัด
  • หากต้องการความทนทาน ดูดซับเสียงได้ ดูหรูหรา แต่ผู้ใช้มีจำนวนมาก เช่น สำนักงาน ทางเดินต่าง ๆ ควรเลือกใช้พรมแผ่น carpet tile ซึ่งจะมีการทอแบบ Loop pile ช่วยลดปัญหาการสะสมของฝุ่น และสามารถเปลี่ยนแผ่นพรมซ่อมงานได้ง่าย
  • หากต้องการความหรูหรา และนุ่มนวลสบายเท้า และใช้งานไม่มาก เช่น ห้องพัก หรือภายในบ้าน อาจเลือกพรมชนิดที่ เป็นขนตัด Cut pile


การเลือกพรมปูพื้น เพื่อการใช้งานนั้น ควรเลือกที่เหมาะสมกับรูปแบบตามห้องที่จะติดตั้งด้วย เพื่อความสะดวกสบาย แต่ความสวยงามตามแบบที่ต้องการนั่นเอง ????

>>สามารถติดตามบทความต่าง ๆ ของ KACHA ได้ตามนี้เลย<<