แชร์ 4 วิธีบัดกรีสายไฟ

อัปเดตเมื่อ วันที่ 16 มิถุนายน 2026

แชร์ 4 วิธี บัดกรีสายไฟ แบบถูกต้อง มือใหม่ทำตามได้แบบสบาย ๆ

หลายคนอาจคิดว่าการบัดกรีสายไฟเป็นเรื่องของช่างมืออาชีพเท่านั้น แค่เห็นอุปกรณ์ก็รู้สึกว่ายุ่งยากแล้ว แต่จริง ๆ แล้วขั้นตอนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด! แค่ต้องเข้าใจพื้นฐาน เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และทำตามขั้นตอนให้ถูกต้อง งานต่อสายไฟเล็ก ๆ ก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายที่มือใหม่ลองทำได้ไม่ยากเลย💡🛠️

บัดกรีสายไฟคืออะไร? เจาะข้อดีที่ทำให้วิธีนี้ยังนิยมใช้

บัดกรีสายไฟ คือ การเชื่อมต่อสายไฟ 2 เส้น (หรือชิ้นส่วนโลหะ) ให้ติดกันแน่นขึ้น โดยใช้ ความร้อนจากหัวแร้ง ทำให้ตะกั่วบัดกรีละลาย แล้วไหลเข้าไปยึดเกาะบริเวณจุดต่อ เมื่อเย็นตัวลงจะเกิดเป็นจุดเชื่อมที่ช่วยให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ต่อเนื่องและมั่นคงมากขึ้น

โดยทั่วไปการบัดกรีไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนการ “หลอมสายทองแดงให้ติดกัน” แต่เป็นการใช้โลหะตัวกลางอย่างตะกั่วบัดกรีช่วยยึดสายไฟที่ถูกจัดวางให้สัมผัสกัน ทำให้จุดเชื่อมมีความแข็งแรง ลดโอกาสสายไฟหลุดหรือเกิดการสัมผัสไม่ดี

ตัวอย่างงานที่นิยมใช้การบัดกรีสายไฟ : 

  • งานซ่อมสายไฟขนาดเล็กที่ขาดหรือหลุด
  • งานต่อสายไฟในงานอิเล็กทรอนิกส์
  • งานเชื่อมสายไฟเข้ากับขั้วต่อ แผงวงจร หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ
  • งาน DIY และงานช่างทั่วไป

ข้อดีของการบัดกรีสายไฟ ทำไมยังนิยมใช้อยู่? : 

  • จุดต่อมีความแน่นหนา
    ทำให้เส้นลวดทองแดงภายในสายไฟรวมตัวกันแน่น ลดโอกาสที่สายไฟจะหลุดหรือแยกออกจากกันง่าย
  • ลดปัญหาสายไฟหลวมที่อาจทำให้เกิดความร้อนสะสม
    สายไฟที่ต่อกันแบบไม่แน่นอาจเกิดการขยับหรือหลุดได้เมื่อใช้งาน การบัดกรีช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้จุดเชื่อมต่อ ทำให้ใช้งานได้มั่นคงขึ้น
  • เหมาะกับงานที่ต้องการความเรียบร้อยและความแม่นยำ
    งานบางประเภท เช่น การต่อสายไฟขนาดเล็ก งานวงจร หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จำเป็นต้องใช้จุดเชื่อมต่อที่มีขนาดเล็กและแน่น
  • ช่วยเพิ่มความทนทานของจุดเชื่อมต่อ
    หากทำอย่างถูกวิธี การบัดกรีช่วยให้จุดต่อสายไฟมีความแข็งแรง รองรับการใช้งานในระยะยาวได้ดีกว่าการต่อสายแบบชั่วคราว

รวม 4 วิธีบัดกรีสายไฟ ที่ช่างนิยมใช้ มือใหม่ทำตามได้ง่าย ๆ

การบัดกรีสายไฟ หลัก ๆ จะนิยมใช้กันอยู่ 4 วิธี คือ บัดกรีสายไฟแบบพันเกลียว บัดกรีสายไฟเข้าขั้วต่อหรืออุปกรณ์ บัดกรีสายไฟแบบต่อชน และการใช้ปลอกต่อสายไฟแบบบัดกรีในตัว ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นและเหมาะกับลักษณะงานที่แตกต่างกันไป มาดูกันว่าแต่ละวิธีทำอย่างไร ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง และแบบไหนเหมาะกับงานของคุณ

วิธีที่ 1 บัดกรีสายไฟแบบพันเกลียว (Western Union / Lineman Splice)

เป็นวิธีที่นิยมมากสำหรับการต่อสายไฟ 2 เส้นเข้าด้วยกัน โดยจะนำปลายสายทองแดงมาพันไขว้กันก่อน แล้วจึงบัดกรีให้ตะกั่วช่วยยึดจุดต่อให้แน่น 

เหมาะสำหรับ : 

  • งานซ่อมสายไฟทั่วไป 
  • งาน DIY 

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม : 

  • หัวแร้งบัดกรี 
  • ตะกั่วบัดกรี 
  • คีมปอกสายไฟ 
  • คีมปากจิ้งจกหรือคีมปากแหลม 
  • ฟลักซ์ (Flux) หรือน้ำยาประสาน 
  • ท่อหด หรือเทปพันสายไฟ

วิธีทำ :

1.ใช้คีมปอกสายไฟ ปอกปลายสายไฟทั้ง 2 เส้นออกประมาณ 2-3 เซนติเมตร

สำหรับใครที่ต้องทำงานบัดกรีเป็นประจำ แนะนำให้ใช้ โต๊ะช่างอเนกประสงค์ หน้าท็อปยาง ที่ผลิตจากแผ่นยาง ESD เป็นตัวช่วยในการป้องกันไฟฟ้าสถิต เหมาะกับงานละเอียดอย่างการบัดกรีและงานซ่อมอุปกรณ์ต่าง ๆ

บัดกรีสายไฟแบบพันเกลียว ขั้นตอนที่ 1 ปอกสายไฟ

2. นำปลายสายไฟมาวางไขว้กัน ใช้มือหรือคีมพันเส้นทองแดงของแต่ละด้านเข้าหากันให้แน่น

บัดกรีสายไฟแบบพันเกลียว ขั้นตอนที่ 2 นำปลายสายไฟมาวางไขว้กัน

3. วางหัวแร้งบริเวณจุดต่อสายไฟ รอให้ความร้อนกระจายเข้าสู่เส้นทองแดงก่อนเติมตะกั่ว

บัดกรีสายไฟแบบพันเกลียว ขั้นตอนที่ 3 วางหัวแร้งบริเวณจุดต่อสายไฟ

4. แตะตะกั่วเข้ากับบริเวณสายไฟที่ร้อน ให้ตะกั่วไหลเคลือบรอบจุดต่ออย่างทั่วถึง

บัดกรีสายไฟแบบพันเกลียว ขั้นตอนที่ 4 แตะตะกั่วเข้ากับบริเวณสายไฟที่ร้อน

5. เมื่อบัดกรีเย็น ให้ใช้ท่อหดหรือเทปพันสายไฟหุ้มทับบริเวณที่ต่ออีกที เพื่อป้องกันไฟรั่ว

บัดกรีสายไฟแบบพันเกลียว ขั้นตอนที่ 5 ใช้ท่อหดหุ้มทับ

วิธีที่ 2 บัดกรีสายไฟเข้าขั้วต่อหรืออุปกรณ์ (Terminal / Connector Soldering)

เป็น วิธีบัดกรีสายไฟกับแผงวงจร เช่น ขั้วต่อ สวิตช์ หรือขั้วไฟต่าง ๆ โดยเน้นความแม่นยำและความเรียบร้อยของจุดเชื่อม ทำให้สายไฟยึดติดแน่นและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

เหมาะสำหรับ :

  • งานอิเล็กทรอนิกส์
  • งาน DIY
  • งานต่อสายเข้ากับอุปกรณ์

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม : 

  • หัวแร้งบัดกรี 
  • ตะกั่วบัดกรี
  • คีมปอกสายไฟ
  • ขาตั้งหรืออุปกรณ์จับชิ้นงาน 
  • ฟลักซ์ (Flux) หรือน้ำยาประสาน
  • ท่อหด หรือเทปพันสายไฟ

วิธีทำ :

1. ใช้คีมปอกสายไฟ ปอกฉนวนปลายสายไฟออกให้เห็นเส้นทองแดง

บัดกรีสายไฟเข้าขั้วต่อหรืออุปกรณ์ ขั้นตอนที่ 1 ปอกสายไฟ

2. นำหัวแร้งแตะที่ปลายสายไฟ แล้วเติมตะกั่วเล็กน้อย เพื่อช่วยให้เส้นทองแดงรวมตัวกัน ไม่แตกกระจาย ทำให้บัดกรีง่ายขึ้น

บัดกรีสายไฟเข้าขั้วต่อหรืออุปกรณ์ ขั้นตอนที่ 2 นำหัวแร้งแตะที่ปลายสายไฟ

3. จากนั้นนำปลายสายไฟวางลงบนจุดเชื่อมของขั้วต่อ หรืออุปกรณ์ ใช้หัวแร้งแตะบริเวณที่สายไฟสัมผัสกับขั้วต่อ

บัดกรีสายไฟเข้าขั้วต่อหรืออุปกรณ์ ขั้นตอนที่ 3 นำปลายสายไฟวางลงบนจุดเชื่อมของขั้วต่อ

4. นำตะกั่วมาแตะเข้ากับบริเวณจุดเชื่อม เมื่อตะกั่วละลายและไหลคลุมบริเวณเชื่อม ให้ยกหัวแร้งออก

บัดกรีสายไฟเข้าขั้วต่อหรืออุปกรณ์ ขั้นตอนที่ 4 นำตะกั่วมาแตะเข้ากับบริเวณจุดเชื่อม

5. เมื่อบัดกรีเย็น ให้ใช้ท่อหดหรือเทปพันสายไฟหุ้มทับบริเวณที่ต่ออีกที เพื่อป้องกันไฟรั่ว

บัดกรีสายไฟเข้าขั้วต่อหรืออุปกรณ์ ขั้นตอนที่ 5 ใช้ท่อหดหุ้มทับ

วิธีที่ 3 บัดกรีสายไฟแบบต่อชน (Butt Joint)

การบัดกรีสายไฟแบบต่อชน เป็นวิธีที่ใช้สำหรับ เชื่อมต่อปลายสายไฟ 2 เส้นเข้าหากันโดยตรง โดยนำปลายสายมาจัดวางให้แตะกัน จากนั้นใช้หัวแร้งและตะกั่วบัดกรีช่วยยึดจุดต่อให้แน่น

เหมาะสำหรับ : 

  • ซ่อมสายไฟที่ขาด
  • ต่อสายไฟที่มีขนาดใกล้เคียงกัน
  • งานซ่อมทั่วไป

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม :

  • หัวแร้งบัดกรี 
  • ตะกั่วบัดกรี 
  • คีมปอกสายไฟ 
  • คีมปากจิ้งจกหรือคีมปากแหลม 
  • ฟลักซ์ (Flux) หรือน้ำยาประสาน 
  • ท่อหด หรือเทปพันสายไฟ

วิธีทำ :

1. ใช้คีมปอกสายไฟนำฉนวนออกจากปลายสายทั้ง 2 เส้น ให้มีความยาวพอเหมาะ

บัดกรีสายไฟแบบต่อชน ขั้นตอนที่ 1 ปอกสายไฟ

2. จัดระเบียบเส้นทองแดง โดยการบิดรวมให้เป็นเกลียวเล็กน้อย

บัดกรีสายไฟแบบต่อชน ขั้นตอนที่ 2 จัดระเบียบเส้นทองแดง

3. นำปลายสายทั้งสองมาวางชนกัน โดยจัดให้ปลายทองแดงทั้ง 2 ฝั่งสัมผัสกันพอดี

บัดกรีสายไฟแบบต่อชน ขั้นตอนที่ 3 นำปลายสายทั้งสองเส้นมาวางชนกัน

4. จากนั้น นำหัวแร้งแตะบริเวณสายไฟที่ต้องการเชื่อม รอให้ความร้อนกระจายเข้าสู่เส้นทองแดง แล้วจึงแตะตะกั่วบริเวณจุดต่อ ให้ตะกั่วไหลเคลือบรอบสายไฟอย่างทั่วถึง

บัดกรีสายไฟแบบต่อชน ขั้นตอนที่ 4 นำหัวแร้งและตะกั่วแตะบริเวณสายไฟที่ต้องการเชื่อม

5. เมื่อบัดกรีเย็น ให้ใช้ท่อหดหรือเทปพันสายไฟหุ้มทับบริเวณที่ต่ออีกที เพื่อป้องกันไฟช็อต ไฟรั่ว

บัดกรีสายไฟแบบต่อชน ขั้นตอนที่ 5 ใช้ท่อหดหุ้มทับ

วิธีที่ 4 การใช้ปลอกบัดกรีสายไฟ (Solder Sleeve / Heat Shrink Solder Sleeve)

เป็นวิธีบัดกรีสายไฟ ไม่ใช้หัวแร้ง โดยจะใช้ปลอกหดที่มีตะกั่วบัดกรีและสารช่วยประสานอยู่ภายในแทน เมื่อได้รับความร้อน ตะกั่วจะละลายและเชื่อมสายไฟเข้าด้วยกัน

เหมาะสำหรับ :

  • มือใหม่ และงานที่ต้องการความรวดเร็วและใช้งานง่าย 

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม :

  • ปลอกบัดกรีสายไฟ 
  • ไฟแช็ก หรือปืนลมร้อน 
  • คีมปอกสายไฟ 
  • คีมปากจิ้งจกหรือคีมปากแหลม
  • กรรไกรหรือคัตเตอร์

วิธีทำ :

1. ใช้คีมปอกสายไฟนำฉนวนออกจากปลายสายทั้ง 2 เส้น ให้มีความยาวพอเหมาะ

การใช้ปลอกบัดกรีสายไฟ ขั้นตอนที่ 1 ปอกสายไฟ

2. สวมปลอกบัดกรีเข้าไปที่สายไฟเส้นใดเส้นหนึ่งก่อน เลื่อนออกจากบริเวณที่จะต่อชั่วคราว เพื่อให้จัดสายไฟได้สะดวก

การใช้ปลอกบัดกรีสายไฟ ขั้นตอนที่ 2 สวมปลอกบัดกรีเข้าไปที่สายไฟเส้นใดเส้นหนึ่งก่อน

3. จากนั้น นำสายไฟทั้งสองเส้นมาเชื่อมต่อกัน โดยการจัดเส้นทองแดงของสายไฟทั้ง 2 ฝั่งให้สัมผัสกัน บิดเกลียวเล็กน้อย

การใช้ปลอกบัดกรีสายไฟ ขั้นตอนที่ 3 นำสายไฟทั้งสองเส้นมาเชื่อมต่อกัน บิดเกลียวเล็กน้อย

4. เลื่อนปลอกบัดกรีมาคลุมบริเวณจุดต่อ จัดตำแหน่งให้วงแหวนตะกั่วด้านในอยู่ตรงกลางบริเวณที่สายไฟเชื่อมกัน

การใช้ปลอกบัดกรีสายไฟ ขั้นตอนที่ 4 เลื่อนปลอกบัดกรีมาคลุมบริเวณจุดต่อ

5. จากนั้น ใช้ไฟแช็ก หรือปืนลมร้อนเป่าความร้อนรอบ ๆ ปลอกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อได้รับความร้อน ปลอกจะหดตัวและตะกั่วด้านในจะเริ่มละลาย รอจนตะกั่วไหลเชื่อมสายไฟและปลอกแนบสนิท

การใช้ปลอกบัดกรีสายไฟ ขั้นตอนที่ 5 ใช้ปืนลมร้อนเป่าความร้อนรอบ ๆ ปลอกอย่างสม่ำเสมอ

6. รอให้จุดต่อเย็นตัว ก่อนจะตรวจสอบความเรียบร้อย แล้วจึงนำไปใช้งานได้ตามปกติ

การใช้ปลอกบัดกรีสายไฟ ขั้นตอนที่ 6 รอให้จุดต่อเย็นตัว และตรวจสอบความเรียบร้อย

 Kacha ขอย้ำว่า การบัดกรีสายไฟต้องทำอย่างถูกวิธี เพราะหากใช้ความร้อนไม่เหมาะสม ใส่ตะกั่วมากเกินไป หรือไม่หุ้มฉนวนหลังบัดกรี อาจทำให้จุดต่อเสียหายหรือเกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยได้

บัดกรีสายไฟไม่ติด? ไขสาเหตุ พร้อมวิธีแก้แบบง่าย ๆ

บัดกรีสายไฟไม่ติด มักเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น สายไฟมีคราบสกปรกเกาะอยู่ หัวแร้งให้ความร้อนไม่เพียงพอ สายไฟไม่ได้รับการเตรียมก่อนบัดกรี หรือการใช้ตะกั่วบัดกรีไม่เหมาะสม แต่ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ไม่ยาก เพียงรู้เทคนิคการบัดกรีที่ถูกต้อง และปรับวิธีทำให้เหมาะกับงาน ก็ช่วยให้ตะกั่วเกาะสายไฟได้ดีขึ้น มาดูกันว่าต้องแก้ตรงไหนบ้าง!

1. สายไฟมีคราบสกปรกหรือออกไซด์เกาะอยู่
เส้นทองแดงที่ผ่านการใช้งานนาน ๆ อาจมีคราบออกไซด์ ฝุ่น หรือสิ่งสกปรก ทำให้ตะกั่วไม่สามารถเกาะผิวโลหะได้ดี

วิธีแก้

  • ทำความสะอาดปลายสายไฟก่อนบัดกรี
  • ขัดคราบที่ผิวทองแดงเบา ๆ หากจำเป็น
  • ใช้ฟลักซ์ช่วยให้ตะกั่วไหลและยึดเกาะได้ดีขึ้o

2. หัวแร้งให้ความร้อนไม่เพียงพอ
หากปลายหัวแร้งร้อนไม่ถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม ตะกั่วจะไม่ละลายหรือไหลไม่ทั่วจุดต่อ 

วิธีแก้

  • รอให้หัวแร้งร้อนเต็มที่ก่อนใช้งาน
  • เลือกกำลังวัตต์ของหัวแร้งให้เหมาะกับขนาดสายไฟ
  • ทำความสะอาดปลายหัวแร้งก่อนเริ่มบัดกรี

3. สายไฟไม่ได้รับการเตรียมก่อนบัดกรี
หากเส้นทองแดงกระจาย ไม่เรียงตัว หรือมีฉนวนติดอยู่บางส่วน อาจทำให้ตะกั่วไม่สามารถไหลเข้าไปยึดเกาะได้ 

วิธีแก้

  • ปอกสายไฟให้เรียบร้อย
  • บิดรวมเส้นทองแดงให้เป็นระเบียบ
  • เคลือบปลายสายด้วยตะกั่วเล็กน้อย (Tinning) ก่อนต่อ

4. ใช้ตะกั่วบัดกรีไม่เหมาะสม
ตะกั่วบางชนิดคุณภาพต่ำ หรือไม่มีสารช่วยประสาน อาจทำให้ละลายยากและเกาะสายไฟไม่ดี 

วิธีแก้

  • เลือกใช้ตะกั่วบัดกรีที่เหมาะกับงาน
  • ใช้ตะกั่วที่มี Flux Core เพื่อช่วยให้บัดกรีง่ายขึ้น

เห็นไหมว่าการบัดกรีสายไฟไม่ได้ยากอย่างที่คิด! เพียงเข้าใจขั้นตอน เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และเลือกวิธีให้เหมาะกับงาน ก็สามารถเริ่มต้นฝึกทำได้ด้วยตัวเอง ใครที่อยากเพิ่มสกิลงานช่างเล็ก ๆ ติดตัวไว้ ลองหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาแล้วเริ่มจากงานง่าย ๆ กันได้เลย และถ้าอยากต่อยอดพื้นฐานงานไฟให้แน่นขึ้น อย่าลืมศึกษา วิธีต่อสายไฟ เพิ่มเติม เพราะเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญที่ช่วยทำให้งานซ่อมต่าง ๆ ง่ายขึ้นกว่าเดิม🔧✨  

สำหรับใครที่ยังลังเลว่าจะเลือกแบรนด์ไหนมาเป็นผู้ช่วยงานช่าง Kacha (Thailand) คืออีกตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะเราคัดสรรอุปกรณ์คุณภาพ พร้อมให้คำแนะนำอย่างผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 092-262-6250 หรือ Line: @kachathai และยังสามารถแวะเข้ามาชมสินค้าจริงได้ที่โชว์รูม Kacha (Thailand) สาขาสาทร 658 ชั้นที่ 1,2,3 ซอยเจริญกรุง 67 แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เรายินดีดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอน

เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย