วิธีคำนวณ “BTU แอร์” ให้เหมาะสมก่อนเลือกซื้อ ช่วยประหยัดค่าไฟได้

หลาย ๆ บ้านที่กำลังจะติดตั้งแอร์ บทความนี้ KACHA วิธีคำนวณ BTU แอร์ มาฝากกัน เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจเลือกแอร์ และที่สำคัญช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าในบ้านไปได้เยอะอีกด้วย จะมีวิธีอย่างไรบ้างนั้น ตามไปดู

BTUแอร์ คืออะไร?

ขนาดทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ย่อมาจากคำว่า British Thermal Unit เป็นหน่วยวัดค่าพลังงานความร้อนตามมาตรฐานสากล ซึ่ง 1 ตันความเย็น จะเท่ากับ 12000 BTU ต่อชั่วโมง ดังนั้นการเลือก BTUแอร์ ย่อมมีความสำคัญ เพราะจะเกี่ยวเนื่องกับการประหยัดพลัง และอายุการใช้งานของแอร์ด้วย

230724-Content-วิธีคำนวณ-BTUแอร์-02

BTU เมื่อนำมาใช้ในส่วนของเครื่องปรับอากาศ จะมีหมายถึงความสามารถในการทำความเย็น ถ่ายเทความร้อนออกจากห้องภายในเวลา 1 ชั่วโมง โดยคำนวณเป็น ความร้อน 1 BTU เท่ากับ ปริมาณความร้อนที่ทำให้น้ำ 1 ปอนด์ มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นหรือลดลง 1 องศาฟาเรนไฮต์ ยิ่งตัวเลข BTU เยอะ แสดงว่า แอร์เครื่องนั้น ทำความเย็นได้มากนั่นเอง

ปัจจัยอื่น ๆ ที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อแอร์

  • ขนาดห้องของหน้าต่าง และมุมต่าง ๆ ของห้อง
  • ทิศทางของห้องแต่ละ ว่าโดนแดดมากน้อยเพียงใด
  • วัสดุหลังคา มีฉนวนกันความร้อนภายในบ้านหรือไม่
  • จำนวนบุคคลที่ใช้งานในแต่ละห้อง

เลือก BTUแอร์ แบบไหนถึงจะเหมาะสม?

การเลือก BTU แอร์ให้เหมาะกับห้อง ควรพิจารณาจาก ประเภทห้อง ขนาดห้อง ตำแหน่งทิศทางของห้อง การเข้าถึงของแสงแดด จำนวนผู้พักอาศัย จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องมีมากน้อยเพียงใด โดยปกติแล้ว เครื่องปรับอากาศ จะมีหลายขนาดตั้งแต่ 9,000 – 60,000 BTU ซึ่งแต่ละขนาด เหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอยที่ต่างกันไป เช่น

  • ขนาด 9,000 – 21,000 BTU เหมาะกับ ห้องที่มีขนาดเล็ก-ปานกลาง เช่น คอนโด หรือห้องที่มีความร้อนปานกลางถึงมาก
  • ขนาด 21,000 – 30,000 BTU เหมาะกับ ห้องที่มีพื้นที่ห้องขนาดกลาง-ใหญ่ มีพื้นที่ในการใช้สอย หรือห้องที่มีความร้อนปานกลางถึงมาก เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องโถง
  • ขนาด 30,000 – 60,000 BTU เหมาะกับ ห้องที่มีขนาดใหญ่ มีสิ่งของเครื่องใช้ เช่น Home Office สำนักงาน ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ธุรกิจขนาดย่อม หรือห้องที่มีความร้อนมาก เป็นต้น
  • ขนาด 60,000 BTU ขึ้นไป ควรขอคำแนะนำจากร้านผู้จัดจำหน่าย
230724-Content-วิธีคำนวณ-BTUแอร์-03
230724-Content-วิธีคำนวณ-BTUแอร์-04
230724-Content-วิธีคำนวณ-BTUแอร์-05

รู้ไหม? หากเลือกBTU แอร์ที่สูงไป คอมเพรสเซอร์จะตัดบ่อย ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานน้อยลง ความชื้นในห้องสูง ทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน และราคาสูงเกินความจำเป็น และถ้าเลือกBTU แอร์ที่ต่ำไป คอมเพรสเซอร์จะทำงานหนัก เพราะความเย็นห้องไม่ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน ส่งผลให้อายุการใช้งานของแอร์สั้นลง แอร์เสียเร็วขึ้นได้

วิธีคำนวณ BTUแอร์

การเลือกขนาด BTU ของแอร์ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของห้อง จะช่วยให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่สิ้นเปลืองพลังงาน และประหยัดค่าใช้จ่าย คำนวณได้ ดังนี้

BTU =  พื้นที่ห้อง [กว้าง (เมตร) x ยาว (เมตร)] x ตัวแปรความแตกต่าง 

โดยตัวแปรความแตกต่าง แบ่งได้ ดังนี้

  • ห้องที่มีความร้อนน้อย ใช้เฉพาะกลางคืน = 650 – 700
  • ห้องที่มีความร้อนสูง ใช้ในช่วงกลางวัน = 700 – 800
  • 950 – 1,100 สำหรับ ร้านอาหาร มินิมาร์ท ร้านค้า สำนักงาน ที่โดนแดดน้อย
  • 1,000 – 1,200 สำหรับร้านอาหาร ร้านทำผม มินิมาร์ท ร้านค้า สำนักงาน ที่โดนแดด
  • 1,100 – 1,500 ห้องประชุม ห้องสัมมนา ร้านอาหารที่มีหม้อต้ม เตาความร้อน หรือห้องที่มีจำนวนคนต่อพื้นที่เยอะกว่าปกติหลายเท่า

ยกตัวอย่าง: ขนาดห้องนอน ไม่ค่อยโดนแดด (กว้าง 6 เมตร x ยาว 6 เมตร) x 700

= 36 ตารางเมตร x 700

= 25,200 BTU <= 30,000

ดังนั้น ควรใช้แอร์ขนาด 30,000 BTU (สามารถสูง-ต่ำได้ แต่ไม่ควรเกิน 1,000 BTU)

จบไปแล้ว วิธีคำนวณ BTUแอร์ ที่เรานำมาฝากกัน คงทำให้เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนพอจะมีข้อมูลไปลองคำนวณ และเลือกแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้องกัน บทความหน้าจะมีอะไรดี ๆ มาฝากกันอีกนั้น อย่าลืมติดตามกันด้วย

บทความดี ๆ น่าอ่าน:

KACHA ผู้จัดจำหน่าย เครื่องมือช่างราคาถูก เช่น รอกโซ่ รอกโซ่มือสาว เครนยกของ และอุปกรณ์เสริม สำหรับช่างมืออาชีพ ราคาที่คุณจับต้องได้ รับรองสินค้าคุณภาพ บริการหลังการขายที่ประทับใจ หากคุณกำลังมองหา ผู้รับเหมา ออกแบบก่อสร้างโรงงาน โกดังสินค้าต่าง ๆ บริษัทของเรา มีบริการรับ สร้างโกดัง สร้างโรงงาน สร้างคลังสินค้าต่าง ๆ จากช่างมืออาชีพที่มีประสบการณ์ การันตีผ่านมาตรฐานก่อสร้าง และความปลอดภัยต่าง ๆ อย่างแน่นอน เข้าชมเว็บไซต์ KACHA คลิกเลย

อ้างอิงข้อมูลจาก teddyaircond.com, carrierthailand.com