กระดาษทราย คืออะไร มีกี่ประเภท พร้อมประโยชน์และการใช้งาน

อัปเดตเมื่อ วันที่ 15 กันยายน 2026

กระดาษทราย คืออะไร มีกี่ประเภท พร้อมประโยชน์และการใช้งาน

กระดาษทราย เป็นอุปกรณ์งานช่างพื้นฐานที่พบได้บ่อยในงานช่างและงาน DIY และมีให้เลือกหลายรูปแบบตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งแต่ละประเภทเหมาะกับงานที่แตกต่างกันออกไป แล้วกระดาษทรายมีกี่ประเภท มีประโยชน์และการใช้งานอย่างไรบ้าง? วันนี้ KACHA จะพาไปทำความรู้จักและเลือกใช้กระดาษทรายให้เหมาะกับงานกันค่ะ

กระดาษทราย คืออะไร

กระดาษทราย คืออะไร

กระดาษทราย คือกระดาษรูปแบบหนึ่งซึ่งมีสารขัดถูติดหรือเคลือบอยู่บนผิวหน้าของกระดาษ ใช้สำหรับขัดพื้นผิวของวัสดุต่าง ๆ เพื่อให้เรียบเนียนขึ้น ลบรอย ขจัดชั้นผิวเก่า หรือปรับพื้นผิวให้มีความขรุขระตามความต้องการ เช่น การเตรียมพื้นผิวก่อนทาสีหรือก่อนติดกาว

กระดาษทรายมีสารขัดถูหลายระดับความหยาบ โดยกระดาษทรายที่มี เบอร์ต่ำจะมีเม็ดขัดหยาบ เหมาะกับการขัดหรือลอกวัสดุออก ส่วน เบอร์สูงจะมีเม็ดขัดละเอียด เหมาะกับการเก็บรายละเอียดและขัดผิวให้เรียบเนียน จึงควรเลือกเบอร์กระดาษทรายให้เหมาะกับวัสดุและลักษณะงาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและไม่ทำให้พื้นผิวเสียหาย

วัสดุที่ใช้ทำกระดาษทราย มีอะไรบ้าง?

วัสดุที่ถูกนำมาใช้สำหรับทำกระดาษทราย มีหลายส่วนและแต่ละส่วนมีคุณสมบัติการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ 1. วัสดุขัดถู 2. วัสดุรองหลัง 3. สารเคลือบ 4. สารยึดเกาะ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

วัสดุที่ใช้ทำกระดาษทราย มีอะไรบ้าง?

1. วัสดุขัดถู

วัสดุที่ใช้สำหรับการขัดถูของกระดาษทรายถูกแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ 1. อะลูมิเนียมออกไซด์ 2. ซิลิกอนคาร์ไบด์ 3. การ์เน็ท ดังนี้ค่ะ

  1. อะลูมิเนียมออกไซด์ (Aluminum oxide) หรือผลิตภัณฑ์ฟิวส์อะลูมินา ใช้สัญลักษณ์ AA, A เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นจากแร่บอกไซต์ เป็นวัตถุดิบขัดถูที่มีความเหนียวทนทานสูง ทนต่อการแตกหักได้ดีเยี่ยม และคุ้มค่าที่สุด จึงถูกใช้งานกันอย่างกว้างขวางในงานขัดผิวโลหะทุกชนิด รวมถึงไม้และพลาสติก ทั้งในรูปแบบของกระดาษทรายและผ้าทราย โดยอะลูมินาขาว White Fused Alumina (WA) มีความบริสุทธิ์และแข็งกว่าอะลูมิเนียมออกไซด์ แต่จะมีความเหนียวทนทานต่อแรงกระแทกน้อยกว่า
  2. ซิลิกอนคาร์ไบด์ (Silicon carbide) ใช้สัญลักษณ์ CC, GC ส่วนใหญ่ทำขึ้นจากทรายซิลิกา แล้วถูกเผาโดยความร้อนสูง  มีความแข็งมาก และขอบที่เกิดจากการตัดจะคมกว่าอะลูมิเนียมออกไซด์ แต่จะเปราะและไม่เหนียวเท่าอะลูมิเนียมออกไซด์ มักจะถูกใช้เพื่อการขัดโลหะมากกว่าการใช้ในการทำงานไม้หรือทำผิวพื้น เป็นต้น
  3. การ์เน็ท (Garnets) ใช้สัญลักษณ์ G สกัดจากแร่ธรรมชาติ และถูกใช้ในวงการเพชรพลอย การใช้งานหลักคือ ผลิตภัณฑ์ขัดถูเคลือบ เมื่อถูกบดและแบ่งประเภทจะมีความคมกว่าฟลินท์มากและแข็งกว่ามาก ดังนั้น จึงใช้ตัดได้เร็วกว่าและสะอาดกว่า และจะทำงานได้ปริมาณมากกว่าฟลินท์ นิยมใช้สำหรับการทำงานไม้เป็นหลัก

2. วัสดุรองหลัง (Backings)

โดยทั่วไปวัสดุรองหลัง จะเป็นกระดาษ ผ้า หรือไฟเบอร์ ซึ่งเม็ดขัดประเภทอะลูมิเนียมออกไซด์ (Aluminum Oxide) หรือซิลิกอนคาร์ไบด์ (Silicon Carbide) จะถูกเคลือบและยึดติดอยู่บนกระดาษคราฟต์ (Kraft Paper) คุณภาพสูงที่มีความเหนียวเป็นพิเศษ โดยน้ำหนักและความหนาของกระดาษรองหลังจะถูกปรับให้สอดคล้องกับขนาดของเม็ดขัด หรือออกแบบมาให้เหมาะสมกับลักษณะงานเฉพาะทางนั้น ๆ

3. สารเคลือบ (Coating)

กระดาษทรายมีการเคลือบเม็ดขัดแตกต่างกัน ตามประเภทของงานและประเภทของผลิตภัณฑ์ที่ถูกขัด โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ เคลือบปิด (Close Coat) และเคลือบเปิด (Open Coat) ดังนี้

  • เคลือบปิด (Close Coat) คือ การเคลือบเม็ดขัดให้มีความหนาแน่นบนพื้นผิวให้มากที่สุด จึงเหมาะกับงานที่ต้องการขัดและขจัดเนื้อวัสดุ เช่น งานขัดโลหะและวัสดุที่มีพื้นผิวแข็ง
  • เคลือบเปิด (Open Coat) คือ การเคลือบเม็ดขัดโดยเว้นช่องว่างระหว่างเม็ดไว้ ทำให้มีพื้นที่สำหรับรองรับฝุ่นและเศษวัสดุจากการขัด ช่วยลดการอุดตันของกระดาษทราย จึงเหมาะกับวัสดุที่เกิดฝุ่นหรือเศษจากการขัดได้ง่าย เช่น ไม้และวัสดุที่มีเนื้ออ่อน

4. สารยึดเกาะ (Bonds)

สำหรับผลิตภัณฑ์ขัดถู เช่น กระดาษทรายและผ้าทราย จะมีการใช้สารยึดเกาะเพื่อช่วยให้เม็ดขัดติดแน่นกับวัสดุรองหลัง ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ ผ้า หรือไฟเบอร์ โดยหลัก ๆ ได้แก่ กาว และ เรซิ่น ซึ่งสามารถเลือกใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือใช้ร่วมกันได้ ตามคุณสมบัติและลักษณะของผลิตภัณฑ์

  • กาว (Glue) เป็นกาวจากสัตว์ที่ผ่านกระบวนการพิเศษซึ่งมีธรรมชาติในการกันน้ำได้น้อยกว่าเรซิ่น จะถูกใช้ในที่ซึ่งต้องการผลิตภัณฑ์ขัดถูเคลือบที่ยืดหยุ่น ผลิตภัณฑ์ขัดถูเคลือบ ฟลินท์และการ์เน็ทส่วนใหญ่มาจากการยึดเกาะ
  • เรซิ่น (Resin) โดยทั่วไปจะเป็นเรซิ่นสังเคราะห์ ส่วนใหญ่จากกลุ่มฟินอลิคเมลามีน, โพลีเอสเตอร์, อีพ็อกซี่ มีคุณสมบัติในด้านความแข็งที่สูงกว่า กันน้ำดีกว่า และยืดหยุ่นที่ดีกว่า ซึ่งถูกใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุดในผลิตภัณฑ์ขัดถู

กระดาษทราย มีกี่ประเภท

การเลือกกระดาษทรายเพื่อให้เหมาะสม หรือถูกประเภทกับงานขัดประเภทต่าง ๆ เช่น งานขัดไม้ งานขัดเหล็ก งานขัดสีรถยนต์ เป็นปัจจัยที่สำคัญต่ออายุการใช้งานของกระดาษทราย โดยกระดาษทรายแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ 1. กระดาษทรายขัดแห้ง 2. กระดาษทรายน้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้

กระดาษทราย มีกี่ประเภท

1. กระดาษทรายขัดแห้ง

ใช้สำหรับงานขัดแบบแห้งเท่านั้น ห้ามใช้น้ำร่วมด้วยเพราะจะทำให้กระดาษเปื่อยและขาดรุ่ย เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ งานขัดสี และงานขัดผิวโลหะเคลือบ มีหลายรูปแบบ เช่น แผ่นกลม แผ่นสี่เหลี่ยม และแบบม้วน สามารถใช้มือขัดหรือใช้ร่วมกับเครื่องขัดได้

  • ขัดหยาบ เป็นการขัดลบรอยจากเครื่องมือ ให้ใช้เบอร์ 120 แต่หากผิวหยาบมากให้ใช้ 80 ก่อนจึงตามด้วย 120
  • ขัดเรียบ เป็นการขัดที่ลดรอยกระดาษทรายจากขั้นตอนแรก ให้ใช้เบอร์ 180 สำหรับงานที่ไม่ต้องการความละเอียดมาก แต่หากเป็นงานเฟอร์นิเจอร์ควรขัดละเอียดต่อ
  • ขัดละเอียด เป็นการขัดที่ทำให้พื้นผิวราบเรียบจนมองไม่เห็นรอยกระดาษทราย ให้ใช้เบอร์ 240 ซึ่งเหมาะสำหรับเก็บรายละเอียดใน งานช่างไม้ และงานตกแต่งพื้นผิว
  • ขัดผิวสีเคลือบ เช่น งานไม้หรือเฟอร์นิเจอร์ ให้ขัดด้วยเบอร์ 320 เพื่อเตรียมพื้นผิวหรือเพิ่มการยึดเกาะระหว่างชั้นสี
  • ใช้สำหรับขัดไม้ มีทั้งแบบแผ่นและแบบม้วน โดยแบบแผ่นมักเป็นขนาด A4 มีเบอร์ที่นิยมตั้งแต่ 0-5 และ ยิ่งเบอร์มาก เนื้อทรายจะยิ่งหยาบ มีเนื้อทรายไม่หนามาก ตัวกระดาษค่อนข้างอ่อน และไม่สามารถใช้ขัดร่วมกับน้ำได้ ส่วนแบบม้วน นิยมจำหน่ายเป็นเมตร สามารถตัดแบ่งเพื่อใช้งานด้วยมือหรือใส่กับเครื่องขัดสั่นได้ มีให้เลือกตั้งแต่เบอร์หยาบถึงละเอียด เนื้อกระดาษแข็งกว่าแบบแผ่นสีเหลือง และมีเนื้อทรายมากกว่า จึงเหมาะกับงานขัดไม้ที่ต้องการใช้งานต่อเนื่อง
  • ใช้กับเครื่องขัดสายพาน (รถถัง) มีเบอร์หยาบจนถึงละเอียด ที่นิยมได้แก่ 60-80-100-120 เป็นต้น ยิ่งเลขมากจะให้ความละเอียดของกระดาษทรายมาก

สำหรับงาน ขัดเหล็กหรือเฟอร์นิเจอร์เหล็กที่มีสนิม เช่น โต๊ะเหล็ก ชั้นวางของเหล็ก หรือเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ก็สามารถเลือกใช้กระดาษทรายที่มีความหยาบเหมาะกับระดับของสนิม โดยเริ่มจากเบอร์หยาบเพื่อขจัดสนิมและผิวเก่า แล้วจึงใช้เบอร์ละเอียดเก็บผิวก่อนทาสีใหม่ได้

และหากใครกำลังมองหา ชั้นวางของเหล็ก ที่แข็งแรง ทนทาน ไม่เป็นสนิมง่าย Kacha (Thailand) ร้านขายชั้นวางของ ให้จำหน่ายชั้นวางของเหล็กหลายขนาด พร้อมสารเคลือบสีป้องกันสนิมอย่างดี ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายและคุ้มค่าในระยะยาวค่ะ

2. กระดาษทรายน้ำ

เป็นกระดาษทรายที่มีความละเอียดมากกว่ากระดาษทรายขัดแห้งทั่วไป เนื้อกระดาษมีความเหนียวทนทาน ไม่เปื่อยยุ่ยง่ายเมื่อเปียกน้ำ ก่อนการใช้งานต้องนำไปชุบน้ำให้เปียกก่อน และต้องหล่อลื่นด้วยน้ำให้เปียกตลอดเวลาขณะใช้งาน เพื่อให้น้ำช่วยระบายเศษผงขัดไม่ให้อุดตันหน้าทราย หากเริ่มแห้งต้องนำไปชุบน้ำหรือพ่นน้ำเพิ่มทันที เหมาะสำหรับงานขัดสีรถยนต์ งานขัดโลหะ และงานละเอียดบนผิวเคลือบเฟอร์นิเจอร์ โดยแบ่งตามลักษณะการทำงานได้ดังนี้

  • งานขัดเตรียมผิวและขัดสีชั้นกลาง ใช้น้ำช่วยชะล้างเศษผงขัดและลดความร้อนบนพื้นผิว นิยมใช้ช่วงเบอร์ 180, 220, 240, 280, 320, 400 ไปจนถึง 600 ยิ่งตัวเลขมากเนื้อทรายจะยิ่งละเอียดขึ้น
  • งานขัดละเอียดพิเศษบนผิวเคลือบ (แลคเกอร์ ยูรีเทน หรือสีรถยนต์) เป็นการขัดเพื่อรักษาผิวชิ้นงานไม่ให้เกิดรอยลึก และเตรียมผิวให้เนียนสนิทก่อนนำไปปัดเงา นิยมใช้เป็นเบอร์ละเอียดพิเศษตั้งแต่เบอร์ 1000, 1200, 1500 ไปจนถึง 2000 ขึ้นไป

ตาราง การเลือกใช้กระดาษทรายตามรูปแบบของงาน

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าต้องเลือกกระดาษทรายอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน สามารถดูตัวอย่างจากตารางด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

ชนิดของงาน เบอร์ของกระดาษทรายที่ควรเลือกใช้
สำหรับงานด่วน สำหรับงานคุณภาพ
ผิวโลหะ เบอร์ 80 – 220 เบอร์ 150 – 220
สีโป๊วพลาสติก เบอร์ 200 – 400 เบอร์ 280 – 600
สีพื้น หรือ สีโป๊วแห้งเร็ว เบอร์ 400 – 800 เบอร์ 600 – 1,000
สีจริง หรือ เคลียร์ทับหน้า เบอร์ 1,000 เบอร์ 1,000 – 1,200
ขั้นสุดท้ายก่อนขัดยา เบอร์ 1,000 เบอร์ 1,200 – 2,000

การเลือกใช้กระดาษทรายสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ต้องเลือกเบอร์ของกระดาษทรายให้เหมาะสมกับวัตถุที่จะนำไปขัด ผู้ใช้ควรเข้าใจก่อนว่าวัตถุชนิดนั้น ๆ มีลักษณะพื้นผิวเป็นอย่างไร ต้องใช้ความละเอียดมากน้อยแค่ไหน หากผู้ใช้ไม่มีความรู้อาจเลือกใช้กระดาษทรายผิดเบอร์ ทำให้เสียเวลา และชิ้นงานนั้นอาจเสียหายได้

ประโยชน์ของ กระดาษทราย ในการเพิ่มการยึดเกาะของการทาสี

การใช้กระดาษทรายขัดพื้นผิวก่อนทาสี ช่วยเตรียมพื้นผิวให้สะอาดและเหมาะสำหรับการยึดเกาะของสีมากขึ้น โดยมีประโยชน์สำคัญ ได้แก่ 1. ช่วยกำจัดคราบฝุ่นและสิ่งสกปรก 2. ช่วยสร้างรอยหยักเล็ก ๆ บนพื้นผิว 3. ช่วยให้สีทับหน้ายึดเกาะกับพื้นผิวได้ดีขึ้น ดังนี้

ประโยชน์ของ กระดาษทราย ในการเพิ่มการยึดเกาะของการทาสี
  1. ช่วยกำจัดคราบฝุ่นและสิ่งสกปรก บนพื้นผิว ซึ่งอาจทำให้สีทับหน้าไม่สามารถยึดเกาะกับวัสดุได้โดยตรง หลังขัดควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดฝุ่นที่เหลืออยู่ก่อนทาสี
  2. ช่วยสร้างรอยหยักเล็ก ๆ บนพื้นผิว ซึ่งแม้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสระหว่างพื้นผิวกับสี ทำให้สีสามารถยึดเกาะได้ดีขึ้น โดยสามารถเลือกใช้กระดาษทรายเบอร์ประมาณ 200 – 600 ตามลักษณะพื้นผิวและงานที่ต้องการ
  3. ช่วยให้สีทับหน้ายึดเกาะกับพื้นผิวได้ดีขึ้น การขัดเตรียมพื้นผิวอย่างเหมาะสมช่วยลดปัญหาสีลอกหรือหลุดร่อน และทำให้ผิวหลังทาสีเรียบสม่ำเสมอมากขึ้น

นอกจากนี้ การเลือกกระดาษทรายให้เหมาะกับงาน ไม่ว่าจะเป็น ประเภท วัสดุขัดถู เบอร์ความละเอียด หรือรูปแบบของกระดาษทราย ล้วนมีผลต่อการใช้งานและคุณภาพของงานทั้งสิ้น ดังนั้น ควรเลือกกระดาษทรายที่เหมาะสมต่อการใช้งานที่สุด เพื่อช่วยให้งานขัดเป็นเรื่องง่ายและได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามต้องการค่ะ

Kacha (Thailand) ร้านขายชั้นวางของชั้นนำในไทย และเป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรช่าง อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เครื่องจักร และเฟอร์นิเจอร์ แบบครบวงจร สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 092-262-6250 หรือ Line: @kachathai และสามารถแวะเข้ามาชมสินค้าจริงได้ที่โชว์รูม Kacha (Thailand) สาขาสาทร 658 ชั้นที่ 1,2,3 ซอยเจริญกรุง 67 แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 เรายินดีดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอน

ดูแผนที่การเดินทางได้ที่ https://maps.app.goo.gl/eD6pbepEwuxWiBLC8

เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย