
อัปเดตเมื่อ วันที่ 28 October 2026
LIFO คืออะไร? สรุปหลักการจัดการสต็อก พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับสินค้า
การจัดการสต็อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่จัดเก็บเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยการวางแผนลำดับการจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้าให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ แล้ว LIFO คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร และแตกต่างจาก FIFO และ FEFO อย่างไร? มาทำความเข้าใจพร้อมแนวทางเลือกใช้ให้เหมาะกับคลังสินค้าของคุณในบทความนี้
LIFO คืออะไร ย่อมาจากอะไร พร้อมตัวอย่างการจัดการสต็อก
LIFO คือ หลักการจัดการสินค้าคงคลังแบบ “เข้าทีหลัง ออกก่อน” ย่อมาจาก Last In, First Out อ่านว่า “ไลโฟ” โดยสินค้าที่รับเข้าคลังล่าสุดจะถูกเบิกออกไปก่อน หลักการนี้เหมาะกับสินค้าที่ไม่ต้องเบิกตามอายุหรือวันที่รับเข้า เช่น วัสดุก่อสร้าง กระเบื้อง หรือสินค้าที่ไม่มีวันหมดอายุ และควรใช้คู่กับรูปแบบการจัดเก็บที่หยิบสินค้าล็อตล่าสุดออกได้ง่าย

ตัวอย่างระบบ LIFO หากคลังรับสินค้าเข้ามา 3 ล็อตตามลำดับ ได้แก่ ล็อต A, ล็อต B และล็อต C เมื่อเบิกสินค้าออกตามระบบ LIFO จะเริ่มจากล็อต C ตามด้วยล็อต B และล็อต A ตามลำดับ ทั้งนี้ ต้องจัดวางสินค้าให้สามารถเข้าถึงล็อตล่าสุดได้ก่อน
อย่างไรก็ตาม LIFO ในการจัดการสินค้าทางกายภาพแตกต่างจาก LIFO ในการคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือทางบัญชี โดยมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ใช้ในไทยไม่อนุญาตให้ใช้ LIFO เป็นสูตรคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือ
หลักการทำงานของระบบ LIFO เป็นอย่างไร?
ระบบ LIFO ทำงานโดยนำสินค้าที่เข้าคลังล่าสุดออกก่อน ส่วนสินค้าที่เข้ามาก่อนจะยังคงอยู่ในคลังจนกว่าจะถูกเบิกออกตามลำดับที่กำหนด วิธีนี้ต้องอาศัยการบันทึกข้อมูลสินค้าและการจัดตำแหน่งที่เอื้อต่อการหยิบสินค้าล็อตล่าสุด ขั้นตอนการจัดการสินค้าแบบ LIFO สามารถแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้
- รับสินค้าเข้าคลังและบันทึกข้อมูล ตรวจนับจำนวนสินค้า บันทึกวันที่รับเข้า รหัสสินค้า และข้อมูลล็อต เพื่อให้ตรวจสอบลำดับการรับสินค้าได้
- จัดเก็บสินค้าในตำแหน่งที่กำหนด นำสินค้าเข้าพื้นที่จัดเก็บตามผังคลัง โดยต้องคำนึงถึงลำดับการนำสินค้าออก น้ำหนัก และความปลอดภัย
- เบิกสินค้าล็อตล่าสุดก่อน เมื่อมีคำสั่งเบิกสินค้า ให้เลือกสินค้าที่เข้ามาล่าสุดตามระบบที่กำหนดและสามารถเข้าถึงได้จริง
- บันทึกการเบิกและตรวจสอบยอดคงเหลือ ปรับข้อมูลในระบบให้ตรงกับสินค้าจริง พร้อมตรวจสอบสินค้าที่เหลือและรายการที่ยังไม่ได้เบิก
ตัวอย่างการใช้ LIFO ในคลังสินค้า
สมมติว่าคลังสินค้าแห่งหนึ่งรับพาเลทสินค้าชนิดเดียวกันเข้ามา 3 รอบ โดยแต่ละล็อตมีจำนวน 10 พาเลท และกำหนดให้หยิบสินค้าแบบ LIFO
| ล็อตสินค้า | วันที่รับเข้า | ลำดับการรับสินค้า | ลำดับการเบิกตาม LIFO |
|---|---|---|---|
| ล็อต A | วันที่ 1 | เข้าก่อน | ออกลำดับที่ 3 |
| ล็อต B | วันที่ 2 | เข้าลำดับที่ 2 | ออกลำดับที่ 2 |
| ล็อต C | วันที่ 3 | เข้าทีหลัง | ออกลำดับที่ 1 |
จากตัวอย่าง หากต้องเบิกสินค้าออกทีละล็อต ลำดับจะเป็น ล็อต C → ล็อต B → ล็อต A ซึ่งตรงกับหลักการ Last In, First Out
อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างนี้เป็นการจำลองลำดับการเบิกสินค้า ไม่ได้หมายความว่าพาเลทสินค้าทั้งสามล็อตจะสามารถจัดวางซ้อนกันได้อย่างปลอดภัยในทุกสถานการณ์ การจัดเก็บจริงต้องพิจารณาขนาดและน้ำหนักสินค้า ความสามารถในการรับน้ำหนักของชั้นวาง วิธีเข้าถึงพาเลท และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของคลังสินค้า
LIFO เหมาะกับสินค้าอะไร?
LIFO เหมาะกับสินค้าที่ไม่เน่าเสียง่าย ไม่มีข้อกำหนดให้หยิบตามวันรับเข้าหรือวันหมดอายุ และสามารถเข้าถึงสินค้าล็อตล่าสุดได้สะดวก โดยเฉพาะสินค้าที่มีลักษณะเหมือนกันจำนวนมากและสามารถจัดเก็บตามรูปแบบที่รองรับการนำสินค้าเข้าถึงตามลำดับได้ ตัวอย่างสินค้าและสถานการณ์ที่อาจพิจารณาใช้ LIFO มีดังนี้

1. วัสดุก่อสร้างบางประเภท
วัสดุก่อสร้างบางชนิด เช่น อิฐหรือวัสดุที่จัดเก็บซ้อนเป็นกองได้ อาจใช้แนวทาง LIFO ได้หากสินค้าที่เข้ามาทีหลังอยู่ในตำแหน่งที่หยิบออกได้ก่อน และการจัดเก็บเป็นไปตามข้อกำหนดด้านน้ำหนักและความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม หากการนำวัสดุออกจำเป็นต้องรื้อหรือเคลื่อนย้ายสินค้าล็อตเก่าก่อน ระบบนี้อาจไม่เหมาะกับการใช้งานจริง
2. สินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่เสื่อมสภาพง่าย
สินค้าอุตสาหกรรมบางประเภทที่ไม่มีข้อกำหนดให้เบิกตามวันรับเข้า และไม่เสื่อมสภาพจากการเก็บรักษาในระยะเวลาสั้น ๆ อาจจัดการแบบ LIFO ได้ หากลักษณะการใช้งานและการเข้าถึงสินค้าเอื้ออำนวย
ตัวอย่างเช่น วัสดุหรือชิ้นส่วนที่มีคุณสมบัติคงที่และสามารถตรวจสอบล็อตได้ โดยต้องพิจารณาข้อกำหนดของผู้ผลิตและกระบวนการควบคุมคุณภาพประกอบด้วย
3. สินค้าบนพาเลทที่มีลักษณะเหมือนกัน
คลังสินค้าที่เก็บสินค้าชนิดเดียวกันจำนวนมากบนพาเลท อาจใช้ LIFO ได้เมื่อการจัดวางและวิธีเบิกสินค้ารองรับการนำพาเลทที่เข้ามาล่าสุดออกก่อน
ตัวอย่างเช่น คลังที่จัดเก็บสินค้ามาตรฐานจำนวนมากในช่องจัดเก็บแบบลึก ซึ่งสามารถนำสินค้าเข้าหรือออกตามลำดับที่ระบบชั้นวางกำหนดได้
4. สินค้าที่จัดเก็บในคลังแบบหนาแน่น
คลังสินค้าบางประเภทที่ต้องการใช้พื้นที่จัดเก็บอย่างหนาแน่น อาจพิจารณาระบบ LIFO ร่วมกับชั้นวางที่ออกแบบให้จัดเก็บสินค้าได้หลายตำแหน่งในแนวลึก โดยต้องตรวจสอบว่ารูปแบบการรับและเบิกสินค้าสอดคล้องกับหลักการ LIFO จริง
ทั้งนี้ ไม่ควรเลือกใช้ระบบเพียงเพราะช่วยเพิ่มจำนวนตำแหน่งจัดเก็บ แต่ต้องคำนึงถึงความสะดวกในการหยิบสินค้า การตรวจสอบสต็อก และความปลอดภัยในการปฏิบัติงานด้วย
สินค้าประเภทไหนไม่ควรใช้ LIFO?
สินค้าที่ต้องควบคุมอายุการเก็บรักษา วันหมดอายุ หรือคุณภาพตามระยะเวลาอย่างเคร่งครัด มักไม่เหมาะกับการใช้ LIFO เป็นหลักการหมุนเวียนสินค้าเพียงอย่างเดียว เพราะสินค้าเก่าที่อยู่ในคลังอาจไม่ได้ถูกหยิบออกตามลำดับที่จำเป็น
ตัวอย่างเช่น
- อาหารสดและอาหารที่มีวันหมดอายุ
- ยาและเวชภัณฑ์ที่ต้องควบคุมวันหมดอายุ
- วัตถุดิบที่เสื่อมคุณภาพตามระยะเวลาการเก็บรักษา
- สินค้าที่กำหนดให้เบิกตามล็อตหรือวันที่รับเข้า
สำหรับสินค้าที่มีวันหมดอายุ ควรพิจารณาระบบ FEFO ซึ่งเน้นนำสินค้าที่หมดอายุก่อนออกก่อน หรือ FIFO ซึ่งเน้นนำสินค้าที่เข้าคลังก่อนออกก่อน ตามลักษณะและข้อกำหนดของสินค้า
ส่วนสินค้าแฟชั่นหรือสินค้าเทคโนโลยี ไม่ได้เหมาะกับ LIFO โดยอัตโนมัติ แม้ธุรกิจอาจต้องการนำสินค้ารุ่นใหม่ออกขายก่อน แต่การจัดการสต็อกจริงยังต้องพิจารณาอายุสินค้า นโยบายการขาย และวิธีจัดเก็บร่วมด้วย
ข้อดีและข้อจำกัดของระบบ LIFO
ระบบ LIFO มีข้อดีเด่นชัดเรื่องความสะดวกในการหยิบสินค้าล็อตล่าสุดและประหยัดพื้นที่คลังสินค้าเมื่อจัดเก็บแบบแนวลึก แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญคือมักทำให้สินค้าล็อตเก่าค้างสต็อกอยู่ด้านในจนอาจเสื่อมสภาพ จึงต้องพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสม
ข้อดีของระบบ LIFO
- เข้าถึงสินค้าล็อตล่าสุดได้ไว หากคลังออกแบบมารองรับ พนักงานสามารถหยิบสินค้าที่เพิ่งรับเข้ามาล่าสุดได้ทันที
- ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ เอื้อต่อการจัดเก็บสินค้าแบบแนวลึก (High-Density Storage) ช่วยให้ใช้พื้นที่คลังได้อย่างคุ้มค่า
- ลดการเคลื่อนย้ายซ้ำซ้อน ลดขั้นตอนและเวลาทำงาน เพราะไม่ต้องเสียเวลารื้อหรือเคลื่อนย้ายสินค้าล็อตเก่าออกมาก่อน
- ตอบโจทย์สินค้าคงทน เหมาะกับกระบวนการจัดเก็บสินค้าที่ไม่จำเป็นต้องหมุนเวียนตามวันรับเข้าหรือวันหมดอายุ
ข้อจำกัดของระบบ LIFO
- เสี่ยงสินค้าเก่าค้างสต็อก สินค้าที่รับเข้ามาก่อนสุดอาจถูกทิ้งไว้ด้านในสุดของคลังเป็นเวลานานจนเสื่อมสภาพ
- ไม่เหมาะกับของมีวันหมดอายุ ทำให้ควบคุมและหมุนเวียนสินค้าตามอายุยาก จึงไม่ควรใช้กับอาหาร ยา หรือของสดเด็ดขาด ควรใช้ FEFO หากธุรกิจที่ต้องควบคุมวันหมดอายุ FEFO คือ First Expired, First Out การจัดการสต็อกแบบ “หมดอายุก่อน ออกก่อน” โดยเบิกสินค้าที่ใกล้วันหมดอายุที่สุดออกไปใช้หรือขายก่อนเสมอ
- ต้องใช้ชั้นวางให้เหมาะสม หากใช้ชั้นวางทั่วไปที่ไม่รองรับ การหยิบแบบ LIFO อาจทำให้ต้องรื้อของหลายรอบจนทำงานซับซ้อนขึ้น
- ข้อจำกัดด้านการทำบัญชี การใช้ LIFO ในคลังสินค้าเป็นเพียงการหยิบของจริง ซึ่งมาตรฐานการบัญชี (IAS 2) ไม่อนุญาตให้ใช้ LIFO เป็นสูตรคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือ ธุรกิจจึงต้องแยกเรื่องนี้ออกจากกัน
LIFO, FIFO และ FEFO แตกต่างกันอย่างไร?

LIFO, FIFO และ FEFO เป็นหลักการจัดการสินค้าคงคลังที่กำหนดลำดับการนำสินค้าออกแตกต่างกัน โดย LIFO นำสินค้าที่เข้ามาทีหลังออกก่อน ส่วน FIFO นำสินค้าที่เข้ามาก่อนออกก่อน และ FEFO นำสินค้าที่มีวันหมดอายุก่อนออกก่อน การเลือกใช้ต้องพิจารณาว่าสินค้าจำเป็นต้องควบคุมตามวันรับเข้า วันหมดอายุ หรือรูปแบบการเข้าถึงสินค้าในคลัง
ตารางเปรียบเทียบ LIFO, FIFO และ FEFO
| หัวข้อเปรียบเทียบ | LIFO | FIFO | FEFO |
|---|---|---|---|
| ชื่อเต็มภาษาอังกฤษ | Last In, First Out | First In, First Out | First Expired, First Out |
| ความหมาย | เข้าทีหลัง ออกก่อน | เข้าก่อน ออกก่อน | หมดอายุก่อน ออกก่อน |
| หลักการทำงาน | นำสินค้าที่รับเข้าล่าสุดออกก่อน | นำสินค้าที่รับเข้าก่อนออกก่อน | นำสินค้าที่มีวันหมดอายุก่อนออกก่อน |
| เกณฑ์การจัดลำดับ | ลำดับการรับสินค้า โดยหยิบล็อตล่าสุดก่อน | วันที่หรือเวลารับสินค้าเข้าคลัง | วันหมดอายุของสินค้า |
| สินค้าหรือสถานการณ์ที่เหมาะสม | สินค้าที่ไม่จำเป็นต้องหมุนเวียนตามอายุ และเข้าถึงล็อตล่าสุดได้สะดวก | สินค้าที่ต้องการหมุนเวียนตามลำดับรับเข้า | สินค้าที่ต้องควบคุมวันหมดอายุหรืออายุการเก็บรักษา |
| ข้อดีสำคัญ | อาจสะดวกต่อการหยิบล็อตล่าสุด และรองรับการจัดเก็บแบบหนาแน่นบางรูปแบบ | ช่วยให้สินค้าล็อตเก่าถูกนำออกก่อน | ช่วยให้สินค้าที่ใกล้หมดอายุได้รับการนำออกก่อน |
| ข้อควรระวัง | สินค้าล็อตเก่าอาจค้างคลังนาน | ต้องจัดตำแหน่งและกระบวนการให้เข้าถึงล็อตเก่าได้ตามลำดับ | ต้องบันทึกและตรวจสอบวันหมดอายุให้ถูกต้อง |
| ตัวอย่างการใช้งาน | คลังสินค้าบางประเภทที่จัดเก็บเป็นแนวลึกและรองรับการหยิบล็อตล่าสุดก่อน | คลังสินค้าที่ต้องการเบิกตามลำดับรับเข้า | คลังอาหาร เครื่องดื่ม หรือสินค้าอื่นที่ต้องควบคุมวันหมดอายุ |
FIFO คือ First In, First Out หลักการจัดการสต็อกแบบ “เข้าก่อน ออกก่อน” โดยเบิกสินค้าที่รับเข้ามาในคลังล็อตแรกสุดออกไปใช้หรือขายก่อน เพื่อป้องกันสินค้าเก่าค้างสต็อก เสื่อมสภาพ หรือหมดอายุ
การเลือกใช้ระบบจัดการสินค้าคงคลังที่เหมาะสมกับประเภทสินค้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนสินค้า ลดความเสี่ยงจากสินค้าค้างสต็อก และช่วยให้การบริหารคลังสินค้าเป็นไปอย่างมีระบบมากขึ้น
อัปเกรดคลังสินค้าด้วย ชั้นวางพาเลท จาก Kacha (Thailand)

ไม่ว่าจะจัดสต็อกด้วยระบบ LIFO หรือรูปแบบใด โครงสร้างคลังสินค้าที่แข็งแรงคือสิ่งสำคัญที่สุด ขอแนะนำ ชั้นวางพาเลท จาก Kacha ราคาคุ้มค่า มั่นใจ 100% การันตียอดขายกว่า 10,000 ชิ้นทั่วประเทศ!
- วัสดุเหล็กรีดเย็น แข็งแรงทนทาน โครงสร้างมั่นคง ไม่โยกเอน พร้อมฐานยึดน็อตเพิ่มความแข็งแรง รับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 2.5 ตัน
- ปลอดภัยด้วยตัวล็อค Safety Pin มีระบบป้องกันคานหลุดเลื่อน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้า
- ปรับระดับความสูงได้อิสระ เสาพาเลทมีความสูงสูงสุดถึง 6 เมตร พร้อมรูเจาะห่างทุก ๆ 7.5 ซม. ทำให้ปรับระยะระหว่างชั้นได้พอดีกับสินค้า
- ถอดประกอบและต่อเติมได้ง่าย มีให้เลือกทั้งแบบ “ชุดพร้อมประกอบ” สำหรับตั้งระบบใหม่ และ “สั่งแยกชิ้นส่วน” เพื่อนำไปอัปเกรดชั้นวางเดิม
- อะไหล่เสริมใช้งานร่วมกันได้ลงตัว คานชั้นวางและเหล็กค้ำคานมาในขนาดกว้าง 1 เมตร ออกแบบให้ใช้งานคู่กันเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การจัดการสต็อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพ ควรเริ่มจากการเลือกระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายให้เหมาะกับประเภทสินค้า ไม่ว่าจะเป็น LIFO, FIFO หรือ FEFO พร้อมวางแผนพื้นที่คลังสินค้าให้หยิบใช้งานได้สะดวกและปลอดภัย
หากกำลังมองหา ชั้นวางของเหล็ก หรือ ชั้นวางพาเลท สำหรับจัดเก็บสินค้า KACHA (Thailand) ร้านขายชั้นวางของ มีชั้นวางให้เลือกหลากหลายรูปแบบ พร้อมให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้งานได้เหมาะกับพื้นที่และลักษณะสินค้ามากที่สุด สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 092-262-6250 หรือ Line: @kachathai หรือแวะชมสินค้าจริงได้ที่โชว์รูม
ดูแผนที่การเดินทางได้ที่ https://maps.app.goo.gl/eD6pbepEwuxWiBLC8
เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย




