“ผ้าปูที่นอน” ก่อนเลือกซื้อ ต้องดูอะไรบ้าง?

นอนหลับสบายและพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มด้วย ผ้าปูที่นอน อีกหนึ่งไอเทมสำคัญในห้องนอนที่ขาดไม่ได้

ตัวช่วยเสริมประสิทธิภาพของเตียง พร้อมเพิ่มความสวยงามให้ห้องสมบูรณ์แบบขึ้น

จะมีวิธีเลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์การใช้งาน ตาม KACHA ไปดูเลย!!

เทคนิคในการเลือกผ้าปูที่นอน

1. เลือกขนาดให้พอดีกับที่นอน

อันดับแรก เราต้องทราบขนาดของที่นอนหรือเบาะก่อนว่ามีขนาดเท่าใด เพื่อที่จะได้เลือกซื้อขนาดของผ้าปูให้พอดีที่สุด ไม่ควรใช้ผ้าปูที่นอนที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่กว่าที่นอน เพราะจะทำให้ผ้าไม่เรียบตึง เคลื่อนที่ไปมา สร้างความรำคาญขณะนอนหลับ

ขนาดที่นอนมาตรฐานที่นิยมใช้โดยทั่วไป มี 4 ขนาด ดังนี้

  • ขนาด 3 ฟุต (Single Size) = กว้าง 91 ซม. X ยาว 198 ซม.
  • ขนาด 3.5 ฟุต (Twin Size) = กว้าง 106 ซม. X ยาว 198 ซม.
  • ขนาด 5 ฟุต (Queen Size) กว้าง 150 ซม. X ยาว 198 ซม.
  • ขนาด 6 ฟุต (King size) = กว้าง 180 ซม. X ยาว 198 ซม.

2. ประเภทของเนื้อผ้า

เนื้อของผ้าปูที่นอนเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะส่งผลต่อคุณภาพผ้าปูที่นอนโดยตรง ในปัจจุบันมีเนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป เช่น

  • ผ้าฝ้าย (Cotton) เนื้อมีความเหนียวแน่น สัมผัสนุ่ม ถ่ายเทอากาศได้ดี ไม่ร้อนอึดอัด ให้ความเย็นสบายขณะนอนหลับ
  • ผ้าฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ (Poly-cotton) มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับผ้าฝ้าย ให้ความนุ่มลื่น เหนียวแน่น ยับยาก ราคาถูก แต่ระบายอากาศไม่ดีเท่าผ้าฝ้ายแท้
  • ผ้าซาติน (Satin) เป็นผ้าที่มีส่วนผสมของเส้นใยโพลีเอสเตอร์ 100% โดดเด่นในเรื่องความนุ่มลื่น ผิวมัน และมีน้ำหนัก ให้ความเย็นสบาย หรูหราสวยงาม สร้างบรรยากาศที่โรแมนติก
  • ผ้าใยไผ่ (Bamboo) เนื้อผ้านุ่มนวล เงางาม มีลวดลายที่เกิดจากธรรมชาติของเส้นใย ดูดซับน้ำและความชื้นได้ดี เส้นใยโปร่งระบายอากาศได้ ต้านการเจริญของแบคทีเรียได้ดี
  • ผ้าไหม (Silk) เนื้ออ่อนนุ่มแต่เหนียวแน่น มีความยืดหยุ่นสูง เนื้อผ้ามันวาวสวยงาม น้ำหนักเบา ดูหรูหรา แต่ราคาค่อนข้างแพง ทำความสะอาดยาก และไม่คงทนเท่าผ้าชนิดอื่น
  • ผ้าสักหลาด (Flannel) เป็นการผสมระหว่างผ้าฝ้ายและเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ทำให้ผ้าปูที่นอนชนิดนี้มีความนุ่ม ทนทานมากกว่าผ้าซาติน และช่วยให้ความอบอุ่นได้ดีกว่าผ้าฝ้าย ส่วนใหญ่นิยมใช้ในฤดูหนาว และใช้เป็นผ้าปูที่นอนสำหรับเด็ก

3. จำนวนเส้นด้ายที่ถักทอ

จำนวนเส้นด้ายที่ใช้ในการผลิตเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความละเอียดหนานุ่มของเนื้อผ้า หากใช้เส้นด้ายจำนวนมากในถักทอ ก็จะทำให้ผ้าปูที่นอนมีเนื้อละเอียดตามไปด้วย โดยปกติแล้วจำนวนเส้นใยของผ้าปูที่นอนคุณภาพดี ควรมีปริมาณตั้งแต่ 300 เส้นต่อตารางซม. ขึ้นไป ยิ่งเป็นเส้นใยที่มีคุณภาพด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะเสริมผ้าปูที่นอนผืนนั้นให้มีความละเอียดนุ่มขึ้นไปอีก

4. คุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติม

            ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการผลิตผ้าปูที่นอนมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่มากขึ้น นอกจากจะปูเพื่อรองที่นอนไม่ให้สกปรกแล้ว ยังมีหลายยี่ห้อที่พัฒนาผ้าปูที่นอนให้มีคุณสมบัติป้องกันไรฝุ่น เพื่อช่วยลดอาการภูมิแพ้ ลดการเกิดสิว เหมาะกับคนที่มีปัญหาสิวหรือผิวแพ้ง่าย หรือจะเป็นผ้าปูที่นอนยี่ห้อที่ออกแบบกันให้สามารถกันน้ำ กันเหงื่อ หรือของเหลวได้ สำหรับผู้ใช้ที่อเป็นเด็กหรือผู้สูงอายุ เป็นต้น

5. ดีไซน์และการออกแบบ

ลวดลายและสีสันของผ้าปูที่นอนก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนให้ความสำคัญ เพราะส่งผลต่อความสวยงาม สามารถปรับเปลี่ยนบรรยากาศของห้องได้อีกทางหนึ่ง ถือเป็นของตกแต่งบ้านที่บ่งบอกถึงรสนิยมของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การเลือกดีไซน์ของผ้าปูที่นอนจึงขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล แต่โดยส่วนมากนิยมเลือกให้เข้ากับโทนของห้อง เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งอื่น เพื่อให้มีทิศทางไปในแนวเดียวกัน เช่น ห้องสไตล์มินิมอล ผ้าปูควรมีสีพื้นหรือลวดลายที่มีความเรียบง่าย หรือถ้าเป็นห้องสไตล์วินเทจก็อาจจะเลือกผ้าปูที่มีความย้อนยุค ลวดลายมีเอกลักษณ์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การเลือกผ้าปูที่นอนแบบเซต ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีการออกแบบทั้งปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน และผ้าห่ม ให้สวยงามและเข้ากันได้ดี แถมยังช่วยประหยัดเวลาในการเลือกซื้อเครื่องนอนแยกแต่ละชิ้นอีกด้วย

 10 ไอเดีย ผ้าปูที่นอน สวยๆ

1. ผ้าปูที่นอนสีขาว 

เรียบ ๆ สบาย ๆ จะแมตต์กับผ้าห่ม หมอน แบบไหนก็ดูดี หรือจะคุมโทนสีขาวทั้งหมดให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย บริสุทธื์ ดูสะอาดตา พร้อมสำหรับการพักผ่อนในทุกค่ำคืน

2. ผ้าปูที่นอนสีน้ำตาล

ผ้าปูที่นอนสีน้ำตาล

 สีน้ำตาลตกแต่งง่าย เข้ากับห้องทุกสไตล์ ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย พักผ่อนเต็มอิ่มในทุก ๆ วัน

sponsored (โฆษณา)

3. ผ้าปูที่นอนสีเทาอ่อน

ผ้าปูที่นอนสีเทา

 สีเทาอ่อน สียอดนิยมในการตกแต่ง ให้ความโมเดิร์น ทันสมัย สร้างความดึงดูด มีเสน่ห์ ให้บรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลาย 

4. ผ้าปูที่นอนสีเทาเข้ม

สีเทาเข้มให้ความรู้สึกทันสมัย เมื่อนำไปตกแต่งจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ น่าค้นหา ดูลึกลับน่าสนใจ 

5. ผ้าปูที่นอนสีน้ำเงิน

ผ้าปูที่นอนสีน้ำเงิน

สีน้ำเงิน ให้ความสุขุม เป็นทางการ แต่ยังให้ความรู้สึกสงบเย็น ผ่อนคลายได้ภายในตัว เหมาะกับคนที่ชอบโทนสีเข้ม ๆ เป็นสีที่สร้างความโดดเด่นให้กับเตียงนอนได้ดี

6. ผ้าปูที่นอนสีส้ม

ผ้าปูที่นอนสีส้ม

สีส้ม ช่วยกระตุ้นพลังงานและความสดชื่น เพิ่มความสดใสให้กับห้องนอนได้ดี สำหรับใครที่ชอบความสนุกสนาน แนะนำสีนี้เลย

7. ผ้าปูที่นอนแบบคลาสสิก

ผ้าปูที่นอนวินเทจ

เติมเต็มความหรูหราให้กับห้องนอน ด้วยผ้าปูสไตล์คลาสสิกที่โดดเด่นด้วยลวดลายที่มีเอกลักษณ์ เรียบหรู ดูแพง มอบความสบายใจ ทุกครั้งที่นอนหลับ

8. ผ้าปูที่นอนลายสัตว์

ผ้าปูที่นอนลายสัตว์

สร้างความแตกต่างอย่างลงตัวด้วย ผ้าปูลายสัตว์ ให้ความใกล้ชิดกับธรรมชาติ มอบความผ่อนคลายแบบไม่เรียบง่ายจนเกินไป

9. ผ้าปูที่นอนลายจุด

ผ้าปูที่นอนลายจุด

หากเบื่อกับเตียง หมอน ผ้าห่ม ที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยม ลองเพิ่มผ้าปูที่นอนลายจุด หรือ วงกลม เพื่อสร้างความสมดุลให้แก่ห้องนอน

10. ผ้าปูที่นอนวินเทจ

ผ้าปูที่นอนวินเทจ

สร้างเอกลักษณ์ให้กับห้องนอนด้วยผ้าปูแบบวินเทจ โดดเด่นด้วยลวดลายที่สวยงาม มอบบรรยากาศที่อบอุ่น เหมือนพักผ่อนที่บ้าน

จบไปแล้วสำหรับบทความนี้ หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้ความรู้และเทคนิคในการเลือกผ้าปูที่นอนให้เหมาะกับเราที่สุด ตลอดจนได้ไอเดียในการเลือกดีไซน์และลวดลายให้เข้ากับห้อง เมื่อได้แบบที่ถูกใจแล้ว อย่าลืมซักผ้าปูที่นอนให้สะอาดก่อนนำมาใช้งาน เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจในการนอนพักผ่อนน้าา

ข้อมูลอ้างอิง: Lotus, Beger

KACHA ผู้จัดจำหน่าย เครื่องมือช่างราคาถูก และอุปกรณ์เสริม สำหรับช่างมืออาชีพ ราคาที่คุณจับต้องได้ รับรองสินค้าคุณภาพ บริการหลังการขายที่ประทับใจอย่างแน่นอน!!

????เลือกดูสินค้าจาก KACHA คลิกเลย ????

Sponsered (โฆษณา)