การออกแบบห้องครัว ให้มีความสวยงาม อาจจะไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องมีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วนด้วย เพื่อให้กิจกรรมทำครัว เป็นไปอย่างต่อเนื่อง สะดวกรวดเร็ว และปลอดภัย บทความนี้ KACHA ขอแชร์ไอเดีย แบบห้องครัว ที่สามารถประยุกต์ใช้ และหาซื้อวัสดุอุปกรณ์ได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก มาฝากกัน จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

ประเภทแบบห้องครัว มีกี่แบบ?

แบบห้องครัวที่ลงตัวกับเนื้อที่ในบ้าน ขนาดพื้นที่ห้องครัว จะเป็นตัวกำหนดได้ว่า บ้านของเราเหมาะกับ แบบห้องครัว แบบไหน และต้องตกแต่งห้องครัว ยังไงให้เติมเต็ม หรือแก้ปัญหาที่เกิดจากข้อจำกัดต่าง ๆ ได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วแบบห้องครัว จะแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทด้วยกัน คือ

  • แบบห้องครัวตัว I หรือ One Wall Kitchen

จะเป็นห้องครัวแบบที่อยู่ชิดติดกับผนังด้านใดด้านหนึ่งไปเลยด้านเดียว ส่วนอีกด้านเว้นโล่งไว้สำหรับเป็นทางเดิน ซึ่งควรมีความกว้าง 90 ซม. ขึ้นไป เพื่อจะได้มีพื้นที่ทำครัวสะดวก ๆ ในขณะที่เคาน์เตอร์ครัวควรมีความลึกตามมาตรฐาน 60 ซม. แต่จัดวางตำแหน่งของข้าวของต่าง ๆ ให้หยิบจับได้ง่าย ๆ เรียกว่าเป็นแบบห้องครัวสวย ๆ ที่เหมาะกับครัวที่มีพื้นที่ไม่มากนัก ห้องครัวในคอนโดมิเนียม หรือห้องครัว ที่ทำอาหารทานเองไม่บ่อยมากนัก และหากยังพอเหลือพื้นที่ว่าง ก็อาจจะนำโต๊ะอาหารเล็ก ๆ มาเสริม เพื่อประหยัดพื้นที่ในบ้านไปด้วย

220517-Content-แชร์ไอเดียแบบห้องครัว-มีอะไรบ้าง-เลือกอย่างไรให้เหมาะสม02
  • แบบห้องครัวตัว L

ห้องครัวสวย ๆ ยอดฮิตที่หลาย ๆ บ้านนิยมใช้งาน คือ ห้องครัวแบบตัว L ที่มีพื้นที่กว้างขึ้นมาอีกนิด หรือมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 2 x 2.5 ม. โดยลักษณะของครัวตัว L เป็นแบบรูปร่างตัว L เลย คือ มีการจัดวางเคาน์เตอร์แบบเข้ามุมด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อให้ส่วนกลางของห้องโล่ง ๆ ใครที่มีเนื้อที่บ้านประมาณนี้ แต่ไม่ค่อยทำอาหารบ่อยนัก ครัวแบบนี้ก็น่าจะตอบโจทย์แล้ว

  • แบบห้องครัวตัว U

ห้องครัวแบบตัว U ที่ใครชอบทำอาหาร และมีพื้นที่ห้องครัวเหลือ ๆ กว้างสัก 2.5 x 3 ม. ขึ้นไป ต้องตกหลุมรัก ห้องครัวรูปแบบนี้ทั้ง 3 ด้านของห้องครัว จะถูกล้อมรอบไปด้วยเคาน์เตอร์ ที่สามารถจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ทั้งอุปกรณ์ทำอาหาร เครื่องปรุง เครื่องใช้ไฟฟ้า และภาชนะต่าง ๆ ได้อย่างจุใจ แถมยังเหลือพื้นที่ว่างให้เตรียมอาหารได้แบบจุก ๆ หรือจะตกแต่งห้องครัว ให้ออกมาสวยเหมือนครัวในฝันแค่ไหนก็ย่อมได้

220517-Content-แชร์ไอเดียแบบห้องครัว-มีอะไรบ้าง-เลือกอย่างไรให้เหมาะสม03
  • แบบห้องครัวคู่ขนาน หรือ Galley Kitchen

ห้องครัวแบบ Galley Kitchen จะเป็นห้องครัวแบบที่มีเคาน์เตอร์ครัวอยู่ชิดติดผนังทั้ง 2 ด้านแบบคู่ขนานกันไป ตามความยาวของห้อง โดยเว้นทางเดินตรงกลางเอาไว้ ซึ่งความกว้างตรงส่วนทางเดินนี้ ควรมีความกว้างอย่างน้อย 1.2 ม. ห้องครัวบ้านไหนที่มีพื้นที่ทั้งด้านยาว และด้านลึก จึงนิยมใช้ครัวรูปแบบนี้มากที่สุด

ข้อควรระวัง คือ ควรเว้นช่องแสงไว้ให้มากกว่าครัวแบบอื่น ๆ เพราะหากผนังห้องครัว เป็นแบบทึบ หรือติดตั้งตู้แขวนเต็มพื้นที่ทั้ง 2 ด้าน อาจจะทำให้ห้องครัวดูมืดทึบจนเกินไปได้

  • แบบห้องครัวแบบมีเกาะกลาง หรือ Island

ห้องครัวที่มี Island หรือเกาะกลางตรงกลางของห้อง โดยห้องครัวประเภทนี้ สามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับแบบห้องครัวก่อนหน้าอีก 4 แบบได้ตามใจชอบ เช่นเดียวกับส่วนของ Island ที่สามารถประยุกต์ เป็นพื้นที่ใช้สอยได้หลากหลายแบบ ทั้งพื้นที่เตรียมอาหาร พื้นที่ติดตั้งเตาไฟฟ้า เพื่อปรุงอาหาร หรือแม้แต่พื้นที่รับประทานอาหารในช่วงเวลาเร่งด่วน ที่ไม่จำเป็นต้องไปใช้เวลากับการจัดเตรียมโต๊ะอาหารมากนัก หรือบางบ้าน อาจจะใช้เป็นบาร์ กลางห้องก็ยังได้ เหมาะกับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่สุด ๆ

มีเนื้อที่น้อย ตกแต่งห้องครัวให้ดูกว้างขึ้นได้อย่างไร?

จากแบบห้องครัว ทั้ง 5 แบบ ที่กล่าวกันไปแล้ว คงพอรู้กันแล้วว่าพื้นที่ครัวที่บ้านของตัวเองนั้น เหมาะกับห้องครัวรูปแบบไหน หรือแบบไหนตอบโจทย์และใกล้เคียงกับห้องครัวที่ต้องการไว้มากที่สุด ส่วนใครที่มีพื้นที่ห้องครัวน้อย อาจจะยังกังวลว่าห้องครัวที่ออกมาจะดูแคบ หรือทึบตันเกินไป อย่าเพิ่งกังวล มีเทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยให้ห้องครัวแคบ ๆ ดูกว้างขึ้นด้วย ดังนี้

  • ออกแบบชุดครัวให้ตอบโจทย์ที่สุด

ขั้นตอนแรก คือ การสำรวจ และออกแบบชุดครัวขนาดเล็กให้ออกมาครอบคลุม และตอบโจทย์การใช้งานของคนในครอบครัวมากที่สุด เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะในเมื่อมีพื้นที่ไม่มากนัก ฟังก์ชันต่าง ๆ ที่จะใช้งาน อาจจะต้องเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นให้มากที่สุด เช่น พื้นที่จัดเก็บข้าวของ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่อาจจะต้องอยู่ใต้เคาน์เตอร์ หรือเลือกใช้พื้นที่จัดเก็บแนวตั้งบนผนัง เพื่อไม่ให้ไปทับซ้อนกับเนื้อที่ในการเตรียมอาหาร ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนอีกว่าทำอาหารหนักเบาหรือบ่อยแค่ไหนนั่นเอง

  • วางแปลนชุดครัวที่ต้องการ

แปลนห้องครัวนั้น มีมากถึง 5 แบบให้เลือกใช้งาน แต่ด้วยข้อจำกัดของขนาดพื้นที่ บางบ้านอาจจะเลือกใช้ได้เฉพาะครัวขนาดเล็ก อย่างเช่น ครัวตัว I หรือครัวตัว L ซึ่งแม้ว่า ครัวตัว L จะมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า ครัวตัว I  แต่ก็ยังต้องลองประเมิน ขนาดพื้นที่กันดูให้ดี ว่าหากจะทำครัวแบบตัว L แต่เป็นตัว L แบบหางสั้น ๆ แบบนั้น จะใช้พื้นที่ได้จริงไหม และจะคุ้มค่ากับงบประมาณที่ต้องจ่ายไปหรือเปล่านั่นเอง

  • ซ่อนฟังก์ชันการใช้งานไว้อย่างแนบเนียน

อีกหนึ่งวิธีเพิ่มพื้นที่ การใช้งานในครัวแคบ ๆ ให้มากขึ้น คือ การดีไซน์ครัว ให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ด้วยการซ่อนฟังก์ชันการใช้งานอื่น ๆ เอาไว้ เช่น โต๊ะอเนกประสงค์ สำหรับจัดเตรียมอาหาร หรือใช้เป็นพื้นที่ทานอาหาร ที่สามารถเลื่อนเก็บไว้ใต้เคาน์เตอร์ได้ เมื่อไม่ใช้งาน เป็นต้น นอกจากจะช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดีแล้ว ยังทำให้ครัวดูมีลูกเล่น แปลกตาสุด ๆ เลยด้วย

  • เลือกโทนสีที่เหมาะกับห้องครัว

โทนสีที่ใช้ในห้องครัว ก็มีผลอย่างมากต่อเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก ถ้าอยากให้ห้องครัวแคบ ๆ ดูปลอดโปร่ง ไม่อึดอัด หรือทึบตัน ควรจะเลือกใช้สีผนัง หรือสีเคาน์เตอร์ครัว โทนสว่าง อย่างสีโทนเย็น และสีเอิร์ธโทน เช่น สีขาว สีครีม สีเปลือกไข่ สีฟ้าอ่อน สีเขียวอ่อน เป็นต้น

  • เพิ่มความสว่างด้วยแสงไฟ

ความเล็ก และแคบของห้องครัว อาจจะทำให้เกิดความมืด ทึบ จนทำให้รู้สึกอึดอัด แต่การเพิ่มแสงสว่าง ด้วยการติดตั้งไฟ LED ให้กับชุดครัว ไม่ว่าจะติดตั้งใต้ตู้ลอย หรือในชั้นวางของ ก็ช่วยให้ห้องครัวดูสว่าง ปลอดโปร่ง ไม่อึดอัด ช่วยให้การทำอาหารสะดวกสบายขึ้น และยังเข้ากับ ห้องครัวสวย ๆ ทุกสไตล์อีกด้วย

อ่านบทความ : เปรียบเทียบ LED กับ Fluorescent ข้อดี-ข้อเสีย เป็นอย่างไร?

  • กระจกเงาเพิ่มความกว้าง

การตกแต่งห้องครัว ด้วยกระจกเงา จะช่วยหลอกตาให้ห้องครัวขนาดเล็ก ดูกว้างขึ้นได้ แถมยังให้ความรู้สึกสวยงาม หรูหรา และทำความสะอาดง่ายขึ้นอีกด้วย

  • เพิ่มความสดชื่นด้วยต้นไม้

อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ห้องครัวขนาดเล็กดูสบายตา น่าใช้งาน และดูสดชื่นขึ้นมาได้ ด้วยวิธีง่าย ๆ คือ การตกแต่งห้องครัว ด้วยต้นไม้ขนาดเล็ก สีเขียวของต้นไม้เหล่านี้ จะช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และยังช่วยให้ห้องครัวดูโปร่ง โล่ง สบายตาขึ้น

  • จัดของในครัวให้เป็นระเบียบ

ไม่ว่าจะเป็นห้องครัวขนาดเล็ก หรือห้องครัวขนาดใหญ่ก็ดูรกตา เมื่อใช้งานเป็นประจำ อย่าปล่อยให้ห้องครัวดูรก หรือเลอะเทอะ เพราะจะทำให้ไม่น่าใช้งานแน่นอน 

220517-Content-แชร์ไอเดียแบบห้องครัว-มีอะไรบ้าง-เลือกอย่างไรให้เหมาะสม04

ปัญหาที่พบบ่อยในห้องครัว มีอะไรบ้าง?

พื้นที่ระหว่างเคาน์เตอร์แคบ

เมื่อพื้นที่แคบ ปัญหาการเดินชนกัน จึงมักเจออยู่บ่อย ๆ พื้นที่ทางเดินในครัวที่ 2 คนเดินสวนกันได้ ควรกว้างอย่างน้อย 1.20 เมตร เพราะการดึงลิ้นชัก และเปิดตู้ต้องใช้พื้นที่มาก โดยเฉพาะครัวที่วางแปลนแบบ Island และช่วยกันทำครัวหลายคน ซึ่งถ้าพอมีพื้นที่ควรทำทางเดินกว้าง 1.60 เมตรไปเลย รองรับการใช้งานที่คล่องตัวยิ่งขึ้น จะยกหม้อ หรือหยิบของก็ไม่ชนกันอย่างแน่นอน

อย่าปูหินอ่อนในห้องครัว

หากอยากใช้หินอ่อนปูพื้น หรือทำเคาน์เตอร์ในครัวไทย แนะนำให้คิดใหม่ เพราะเนื้อหินอ่อน โดยธรรมชาติ จะมีความพรุน จึงดูดซับน้ำ และสิ่งสกปรกมากกว่าหินแกรนิต และกระเบื้องเซรามิก แม้ทาน้ำยากันซึม ก็ช่วยได้ไม่นาน ถ้าน้ำแกงหก หรือกระเด็นโดนบ่อย ๆ หินสวย ๆ อาจเสียโฉมได้ แต่หากชอบหินอ่อนจริง ๆ แนะนำให้ใช้กระเบื้องลายหินอ่อนจะดีกว่า

ตู้เก็บของสูงเกินไป

หลาย ๆ บ้าน มักนิยมทำตู้บิลท์อินติดผนัง ให้สูงถึงฝ้าเพดาน เพื่อให้มีที่เก็บของเยอะ ๆ แต่เวลาจะหยิบก็เอื้อมไม่ถึง หากเรามีความสูงโดยเฉลี่ย 160-170 เซนติเมตร ควรทำตู้สูงประมาณ 1.35 เมตร จากระดับพื้นห้อง แต่ถ้าความสูงน้อยกว่า 160 เซนติเมตร ก็ควรลดความสูงตู้ลงมาเหลือ 1.25 เมตร เพื่อสามารถหยิบของ ที่วางไว้ชั้นส่วนล่างของตู้ได้สะดวก ส่วนชั้นที่อยู่สูงกว่า ก็มีไว้เก็บของที่ใช้ไม่บ่อย หรือหาอุปกรณ์ช่วย เช่น ติดตั้งชั้นตะแกรง ที่ดึงลงมาได้ หรือหาเก้าอี้ที่แข็งแรงไว้ใช้งานสักตัว นอกจากใช้นั่งแก้เมื่อยแล้วยังใช้ปีนหยิบของได้อีกด้วย

อย่าทำตู้เย็นแบบบิลท์อิน ไว้ใกล้เตาอบ

หลายคนชอบทำทุกอย่างให้เป็นบิลท์อิน ทั้งเตาอบ ตู้เย็น หรือไมโครเวฟ ดูแล้วสวยงาม แต่อย่าลืมว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนใหญ่เมื่อใช้งาน จะเกิดความร้อน โดยเฉพาะตู้เย็น ที่ควรตั้งไว้ในที่เย็น ๆ เพื่อให้เครื่องทำงานได้ดี ดังนั้น จึงไม่ควรวางตู้เย็นให้ใกล้อุปกรณ์ที่สร้างความร้อน อีกทั้ง อย่าลืมทำช่องระบายอากาศ เพื่อช่วยให้เครื่องทำงานได้ปกติ และประหยัดไฟ

ควรแยกเบรกเกอร์สำหรับตู้เย็น

บางครั้งที่ติดธุระ ไม่อยู่บ้านหลายวัน หากสับคัตเอาต์ลง หรือปลดวงจรเซอร์กิตเบรกเกอร์ทั้งหมด เกรงว่าของในตู้เย็น อาจเสียหายได้ ดังนั้น เราควรแยกวงจรไฟฟ้า สำหรับตู้เย็นโดยเฉพาะ ออกจากวงจรของตัวบ้าน ทำให้สามารถตัดไฟทั้งบ้านได้ โดยที่ตู้เย็นยังทำงานอยู่

ควรมีถังดักไขมัน

ไขมัน จากอาหารมีผลทำให้ท่อน้ำทิ้งอุดตัน มีกลิ่นเหม็น และทำลายสภาพแวดล้อม จึงจำเป็นต้องติดตั้งถังดักไขมันก่อนปล่อยน้ำทิ้ง ลงถังบำบัด แนะนำให้ใช้ถังดักไขมันสำเร็จรูป ซึ่งมี 2 ชนิด คือ ชนิดตั้งบนดิน ที่สามารถวางใต้เคาน์เตอร์ หรือวางนอกบ้านก็ได้ และชนิดฝังดิน ที่ดูไม่เกะกะ ที่สำคัญ คือ ต้องวางถังให้สะดวกในการเข้าทำความสะอาด และควรตักเศษอาหารออกทุกวัน ตักไขมันออกอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และล้างถังดักไขมันทุก 6 เดือน

อ่านบทความ : ถังดักไขมัน สำคัญอย่างไร ทำไมต้องมีทุกบ้าน!

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ แบบห้องครัว เวลาพิจารณาเรื่องความสวยงาม การออกแบบห้องครัวเป็นเรื่องสำคัญเพราะ การออกแบบห้องครัว จะเป็นตัวกำหนดฟังก์ชันการใช้งานทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นชุดครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว ภาชนะใส่อาหารหรือเครื่องดื่ม รวมไปถึงของตกแต่งต่าง ๆ อย่าลืมเลือกใช้ของที่มีคุณภาพดี ครบเครื่องทั้งดีไซน์ และฟังก์ชันกันด้วยนะจ๊ะ

สามารถติดตามบทความต่าง ๆ ของ KACHA ได้ตามนี้เลย

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง :

● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ●

KACHA ผู้จัดจำหน่าย เครื่องมือช่างราคาถูก และอุปกรณ์เสริม สำหรับช่างมืออาชีพ ราคาที่คุณจับต้องได้ รับรองสินค้าคุณภาพ บริการหลังการขายที่ประทับใจอย่างแน่นอน!!

เลือกดูสินค้า ชั้นเหล็กวางของ คลิกเลย ????????

อ้างอิงข้อมูลจาก baanlaesuan.com, hba-th.org, thegrandvilles.com