
อัปเดตเมื่อ วันที่ 28 เมษายน 2026
แชร์ วิธีติดตั้งเครน ฉบับเข้าใจง่าย ทำตามได้ไม่ยาก!
หลายคนอาจคิดว่าการติดตั้ง เครนยกของ หรือ เครื่องทุ่นแรง อื่น ๆ เป็นเรื่องยาก ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วถ้าเข้าใจขั้นตอนและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ก็สามารถทำตามได้ไม่ยากอย่างที่คิด แล้วต้องเริ่มจากตรงไหนบ้าง? วันนี้ Kacha จะพามาดูวิธีติดตั้งเครนแบบเข้าใจง่ายไปพร้อมกัน!💪
เลือกจุด ติดตั้งเครน ยังไง ให้ใช้งานง่ายและมั่นใจทุกครั้ง
รู้ไหมว่าแค่เลือกตำแหน่งติดตั้งเครนผิดไปนิดเดียว ก็อาจทำให้ใช้งานไม่สะดวกหรือเสี่ยงอันตรายได้โดยไม่รู้ตัว แล้วจุดไหนกันล่ะที่เหมาะที่สุด ทั้งใช้งานง่ายและปลอดภัย ลองมาหาคำตอบกันเลย
- พื้นที่ต้องแข็งแรง รับน้ำหนักไหว
เลือกจุดที่โครงสร้างมั่นคง เช่น พื้นคอนกรีตหรือโครงเหล็ก เพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงทรุดหรือโยก - มีพื้นที่ให้เครนทำงานได้เต็มที่
ตำแหน่งที่ดีควรยกของได้สะดวก หมุนหรือเคลื่อนย้ายได้คล่อง ไม่ติดขัดระหว่างใช้งาน - เลี่ยงจุดแคบ หรือมีสิ่งกีดขวางเยอะ
บริเวณรอบ ๆ จุดติดตั้งควรมีพื้นที่เพียงพอ ไม่อยู่ใกล้ผนัง เสา หรือเครื่องจักรอื่นมากเกินไป เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ - พื้นที่ตรวจเช็กและดูแลได้สะดวก
เลือกจุดที่สามารถเข้าถึงได้สะดวกสำหรับการตรวจเช็ก ซ่อมบำรุง หรือบำรุงรักษาในอนาคต - คำนึงถึงความปลอดภัยไว้ก่อนเสมอ
ตำแหน่งติดตั้งควรอยู่ในจุดที่ปลอดภัย มีพื้นที่ให้ผู้ปฏิบัติงานเคลื่อนไหวได้สะดวก และสามารถมองเห็นการทำงานของเครนได้ชัดเจน
เพียงเท่านี้ ก็จะสามารถติดตั้งเครนได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น และถ้าอยากเลือกเครนให้เหมาะกับลักษณะงานของตัวเองแบบเป๊ะ ๆ ลองไปทำความรู้จักกับ ประเภทของเครน เลือกใช้งานให้เหมาะสม เพิ่ม อาจจะได้เครนใหม่ที่ตรงใจมากขึ้นก็ได้นะ
เปิด! วิธีติดตั้งเครน แบบง่าย ๆ ทำตามได้ทันที
หลังจากที่ได้รู้วิธีเลือกทำเลติดตั้งเครนกันไปแล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาลงมือจริงกันบ้าง หลายคนอาจแอบกังวลว่าการติดตั้งจะยุ่งยากไหม ต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน แต่ไม่ต้องห่วง เพราะเราสรุปวิธีติดตั้งเครนแบบง่าย ๆ มาให้แล้ว ทำตามได้จริงแน่นอน!
ขั้นตอนที่ 1 วางฐานของเครนเพื่อยึดพื้น
1. สอดเหล็กลงไปในช่องฐานของเครน ทั้ง 2 ด้าน ตรงข้ามกัน

2. จากนั้น ใช้ปากกากำหนดจุดที่ต้องการเจาะเพื่อยึดพื้น

3. ใช้สว่านเจาะรู ตามรอยปากกาที่กำหนดจุดไว้

4. จากนั้น ให้เจาะรูที่พื้นในตำแหน่งเดียวกันไว้ด้วย

5. เมื่อเจาะรูที่พื้นเรียบร้อยแล้ว ให้ใส่ พุกสแตนเลส ลงไปในรูที่ทำไว้

6. สอดเหล็กกลับเข้าไปที่ฐานเครน กะให้รูที่เจาะเหล็กและพื้นอยู่ตรงกัน จากนั้นขันน็อตเข้าตามรูพุกที่เจาะไว้ ยึดเหล็กติดกับพื้นให้แน่น เป็นอันเสร็จ

ขั้นตอนที่ 2 ติดตั้งหัวเครน
1. เมื่อยึดฐานมั่นคงแล้ว ให้ยกหัวเครนขึ้นมาประกอบเข้ากับฐาน โดยให้รูน็อต อยู่ตรงกันทั้ง 2 ส่วน

2. จากนั้น ใช้น็อต ขันยึดหัวเครนกับฐานให้แน่น

3. เมื่อประกอบหัวเครนเสร็จแล้ว ให้ยกแท่นวางมอเตอร์ ขึ้นมาวางที่แขนด้านหลังเครน ขันน็อตยึดให้แน่น

4. จากนั้น ให้ยกมอเตอร์ขึ้นวางบนแท่น โดยให้กล่องควบคุมอยู่ตรงหน้าคนขับ แล้วจึงยึดแท่นและมอเตอร์ด้วยน็อตให้แน่น เป็นอันเสร็จ

ขั้นตอนที่ 3 ติดตั้งลวดสลิง
1. ถอนตะปูที่ใช้ยึดสลิงไว้ แล้วค่อย ๆ ดึงสลิงออกจากมอเตอร์ โดยลำเลียงสลิง สอดผ่านแกนเหล็กทั้ง 2 ตามภาพ
สำหรับใครที่อยากทำความเข้าใจลวดสลิงให้มากขึ้น แวะไปเก็บความรู้จาก ลวดสลิง คืออะไร รับรองได้ทั้งความรู้และเคล็ดลับดี ๆ แน่นอน

2. ดึงสลิงสอดผ่านหัวเครน ตามช่องลูกรอกล้อ

3. เมื่อสอดลวดสลิงออกมาพอประมาณแล้ว ให้ทำการติดตั้งตะขอโดยการปลดสลัก แล้วสอดห่วงสลิงเข้าไป

4. จากนั้น สอดสลักกลับเข้าไปผ่านห่วงสลิง แล้วทำการยึดสลักให้แน่น เป็นอันเสร็จ

เพียงทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ที่เรานำมาฝาก เครนก็พร้อมลุยงานได้ทันที จะยก จะย้าย ก็ทำได้อย่างมั่นใจ แถมยังใช้งานร่วมกับ ตาข่ายยกของ ได้สบาย ๆ เพิ่มความคล่องตัวและความปลอดภัยให้ทุกงานยก
ข้อควรรู้ด้านความปลอดภัย ในการใช้งานเครน
เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ เพราะแค่ระวังเพิ่มอีกนิด ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้อีกเยอะ มาดูข้อควรรู้ด้านความปลอดภัยกันสักหน่อย จะได้ใช้งานได้อย่างมั่นใจและสบายใจมากขึ้น
- ผู้ขับเครน ต้องมี “ใบอนุญาตผู้บังคับปั้นจั่น”
หรือที่มักเรียกกันว่า ใบเซอร์เครน (4 ผู้) ซึ่งได้รับจากการผ่านการอบรมและทดสอบตามกฎหมายกำหนด - ตรวจเช็กอุปกรณ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง
ก่อนเริ่มงานควรตรวจดูสภาพเครน สลิง ตะขอ หรืออุปกรณ์ยกต่าง ๆ ว่ายังอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ไม่มีรอยชำรุดหรือหลวม - อย่าใช้งานเกินน้ำหนักที่กำหนด
เครนแต่ละรุ่นมีน้ำหนักบรรทุกสูงสุด (Load Capacity) ที่แตกต่างกัน การฝืนใช้งานเกินพิกัดอาจทำให้โครงสร้างเสียหายหรือเกิดอันตรายได้ - จัดพื้นที่ทำงานให้ปลอดภัย
บริเวณรอบ ๆ ควรไม่มีสิ่งกีดขวาง และไม่ควรมีคนยืนอยู่ใต้ของที่กำลังยก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด - สื่อสารกับผู้ช่วยยกของอย่างชัดเจน
และหยุดการใช้งานเครนทันทีหากพบความผิดปกติ - ห้าม ดัดแปลง หรือแก้ไขเครนโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ห้าม ใช้เครนเพื่อยกบุคคล หรือสิ่งมีชีวิต
Kacha ขอย้ำว่า เครนที่ดีต้องติดตั้งตามมาตรฐาน และตรวจสอบระบบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ คือสิ่งที่ป้องกันอุบัติเหตุใหญ่ได้
เช็กให้ชัวร์ก่อนใช้งาน เครนแต่ละชนิดรับน้ำหนักได้เท่าไหร่?
พูดง่าย ๆ เลยว่า Load Capacity คือ “ตัวเลขชี้ชะตา” ของการใช้งานเครน เพราะเป็นค่าที่บอกว่าเครนยกน้ำหนักได้มากแค่ไหนอย่างปลอดภัย เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เดี๋ยวเราพาไปดูตัวอย่างเครนและน้ำหนักบรรทุกของแต่ละแบบกันเลย
เครนรอกโซ่ไฟฟ้า (Electric Chain Hoist)
เครนรอกโซ่ไฟฟ้ารองรับน้ำหนักได้ประมาณ 0.5 – 5 ตัน เหมาะสำหรับงานยกของในโรงงาน โกดัง หรือเวิร์กช็อปทั่วไป นิยมใช้กับรอกโซ่ไฟฟ้า และถ้ากำลังมองหาอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน สามารถเข้าไปเลือกดู รอกไฟฟ้า ของ Kacha ที่เหมาะกับลักษณะงานของคุณได้เลย
เครนแขนยื่น (Jib Crane)
เครนแขนยื่นรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 0.25 – 5 ตัน เหมาะกับพื้นที่เฉพาะจุด เช่น มุมโรงงาน หรือไลน์ผลิต ที่ต้องยกของซ้ำ ๆ ในบริเวณเดิม นิยมใช้กับรอกโซ่ไฟฟ้าและรอกสลิงไฟฟ้า
เครนเหนือศีรษะ (Overhead Crane)
เครนเหนือศีรษะรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 1 – 50 ตัน เหมาะสำหรับโรงงานขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ที่ต้องยกของหนักและเคลื่อนย้ายในพื้นที่กว้าง นิยมใช้กับรอกสลิงไฟฟ้า
เครนสนาม (Gantry Crane)
เครนสนามรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 1 – 20 ตัน เหมาะกับงานกลางแจ้ง เช่น ลานสินค้า ลานก่อสร้าง หรือโกดังที่ไม่มีโครงสร้างอาคารรองรับ นิยมใช้กับรอกสลิงไฟฟ้า
เครนมือถือ/เครนยกเครื่องยนต์ (Engine Crane)
เครนมือถือ/เครนยกเครื่องยนต์ รองรับน้ำหนักได้ประมาณ 1 – 3 ตัน เหมาะสำหรับใช้ในอู่ซ่อมรถ หรือการยกเครื่องจักรขนาดเล็ก เคลื่อนย้ายสะดวก ใช้งานง่าย นิยมใช้กับรอกโซ่มือสาว
และถ้าใครยังสงสัยว่ารอกโซ่กับรอกสลิงต่างกันยังไง? ลองไปอ่านบทความ รอกสลิง กับ รอกโซ่ ต่างกันยังไง ดูนะ รับรองว่าจะช่วยให้เลือกใช้งานได้ตรงจุดมากขึ้นแน่นอน
เป็นยังไงบ้างคะ? แค่ทำตามขั้นตอนที่เราแนะนำ การติดตั้งเครนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ขอแค่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม ก็พร้อมลุยงานได้อย่างมั่นใจ และถ้าอยากได้ความรู้ดี ๆ เรื่องงานยก งานเครน หรืออุปกรณ์ช่างอื่น ๆ อีก อย่าลืมติดตาม Kacha ไว้ เรามีทริกเด็ด ๆ มาฝากกันอีกเพียบ! 🔧
สำหรับใครที่ยังลังเลว่าจะเลือกแบรนด์ไหนมาเป็นผู้ช่วยงานช่าง Kacha คืออีกตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะเราคัดสรรอุปกรณ์คุณภาพ พร้อมให้คำแนะนำอย่างผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 092-262-6250 หรือ Line: @kachathai และยังสามารถแวะเข้ามาชมสินค้าจริงได้ที่โชว์รูม 658 ซ.เจริญกรุง 67 ยานนาวา สาทร (ใกล้ BTS สะพานตากสิน) เรายินดีดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอน เพื่อให้งานของคุณปลอดภัย และคุ้มค่าในระยะยาว
เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย





