
อัปเดตเมื่อ วันที่ 25 กันยายน 2026
เครน มีกี่ประเภท? ไขข้อสงสัย ต้องเลือกแบบไหนให้ถูกกับการใช้งาน
เครนไม่ได้มีไว้แค่ยกของหนัก แต่ยังช่วยทุ่นแรง เพิ่มความคล่องตัว และทำให้งานยกเคลื่อนย้ายเป็นระบบมากขึ้น แต่ละประเภทก็ออกแบบมาให้เหมาะกับงานและพื้นที่ที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ให้ถูกจึงสำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติงานได้ แล้วเครนแบบไหนจะเหมาะกับงานของคุณ? ตามไปรู้จักเครนแต่ละประเภท พร้อมไขข้อแตกต่างกันแบบชัด ๆ กันเลย! 🏗️ 👀
เครน คืออะไร?

เครน คือ เครื่องจักรกลที่ใช้ยกสิ่งของหนัก ขึ้นลงตามแนวดิ่ง และเคลื่อนย้ายสิ่งของในลักษณะแขวนลอยไปตามแนวราบ แล้วเคลื่อนที่ไปมาโดยรอบหรือตามทิศทางที่กำหนดไว้ โดยการออกแบบเครนนั้น จะใช้คานตรงกลางของเครนเป็นที่รับน้ำหนักของการยก ซึ่งจำเป็นที่จะต้องได้รับการออกแบบให้แข็งแรงและปลอดภัยต่อการใช้งาน โดยทั่วไปในอุตสาหกรรม จะใช้รูปแบบของเครน เป็นตัวแบ่งประเภทของเครนตามลักษณะของเครนที่รับน้ำหนัก
เครน มีกี่ประเภท? เจาะลึกแต่ละแบบ แบ่งตามลักษณะการใช้งานได้อย่างไร
เครนมีหลายแบบกว่าที่คิด เพราะแต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้เหมาะกับงานและพื้นที่ที่แตกต่างกัน บางแบบเคลื่อนที่ไปหน้างานได้คล่องตัว ขณะที่บางแบบติดตั้งอยู่กับที่เพื่อรองรับงานยกโดยเฉพาะ แล้ว เครน มีกี่ประเภท และแต่ละแบบต่างกันอย่างไร? แบบไหนเหมาะกับงานลักษณะไหน? ไปเจาะลึกแต่ละประเภท พร้อมดูการใช้งานให้ชัด ๆ กันเลย!
- เครนเหนือศรีษะ และเครนขาสูง (Overhead Crane and Gentry Crane)
หรือเรียกอีกอย่างว่า เครนยกของ ใช้ยกสิ่งของที่มีน้ำหนักไม่มาก นิยมใช้กันมากที่สุดสำหรับทุกโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย เพราะมีโครงสร้างที่ไม่ใหญ่มากนักและใช้พื้นที่น้อย สามารถเคลื่อนที่ยกวัตถุได้ง่าย มีน้ำหนักที่ไม่มากไม่ทำให้โครงสร้างของสถานที่ใช้งานรับภาระน้ำหนักที่หนักมากเกินไป - เครนหอสูง (Tower Crane)
เป็นเครนที่นิยมใช้ในการก่อสร้าง เนื่องจากความสูงของตัวเครน และการใช้ยกสิ่งของที่มีน้ำหนักได้มากสามารถทุ่นแรงงานได้จำนวนมาก แต่เครนชนิดนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยมากเนื่องจากหากเกิดอุบัติเหตุจะเป็นอันตรายอย่างมาก - รถเครน เรือเครน (Mobile Crane)
เครนที่ใช้ในการเคลื่อนที่ไปในที่ต่าง ๆ เน้นความสะดวกเป็นหลักยกน้ำหนักได้ไม่มาก แต่ถ้าเป็นเรือเครนจะยกน้ำหนักได้มาก ใช้ในเรือเป็นหลักรวมถึงท่าเรือด้วย
แบ่งตามลักษณะการใช้งาน
หากแบ่งตามลักษณะการใช้งาน สามารถจำแนกเครนออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ เครนชนิดเคลื่อนที่ (Mobile Cranes) และ เครนชนิดอยู่กับที่ (Stationary Cranes) ซึ่งแต่ละประเภทมีรูปแบบการทำงานและเหมาะกับพื้นที่ใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้
เครนชนิดเคลื่อนที่
ยกตัวอย่าง เครนชนิดเคลื่อนที่ (Mobile Cranes)

1. รถเครนล้อยาง (All Terrain Cranes)
เป็นรถเครนล้อยางที่ติดตั้งเครนด้านหลังหรือด้านบนของตัวรถ สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วคล้ายรถบรรทุก และรองรับการทำงานบนพื้นที่ขรุขระหรือสมบุกสมบัน โดยมีขนาดตั้งแต่ 25 ตันขึ้นไป

2. รถเครนตีนตะขาบ (Crawler Crane)
เป็นเครนที่เคลื่อนที่ด้วยตีนตะขาบ ส่วนใหญ่ใช้บูมแบบบูมสาน เหมาะสำหรับไซต์งานบุกเบิกใหม่หรือพื้นที่ที่ยังไม่ได้บดอัด เพราะเคลื่อนที่บนพื้นที่ลักษณะนี้ได้ดีและติดหล่มได้ยาก โดยมีขนาดตั้งแต่ 50-100 ตัน

3. รถเครน 4 ล้อ (Rough Terrain Cranes)
เป็นรถเครนที่ออกแบบสำหรับใช้งานบนพื้นที่ขรุขระ ขับเคลื่อน 2 หรือ 4 ล้อ เหมาะกับงานในไซต์ก่อสร้าง แต่ไม่เหมาะกับการวิ่งระยะไกลหรือพื้นที่สมบุกสมบันมากนัก โดยมีขนาดตั้งแต่ 8 ตันขึ้นไป

4. เครนติดรถบรรทุก (Truck Loader Crane)
เป็นเครนที่ติดตั้งบนรถบรรทุก ใช้สำหรับยกและขนย้ายสิ่งของขึ้นตัวรถ มีทั้งแบบพับหลังและแบบปกติ รองรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 8 ตัน ตัวรถเคลื่อนที่ได้คล่องตัวและเลี้ยวในพื้นที่แคบได้
เครนชนิดอยู่กับที่
ยกตัวอย่าง เครนชนิดอยู่กับที่ (Stationary Cranes)

5. เครนหอสูง หรือปั้นจั่นหอสูง (Tower Cranes)
สามารถเคลื่อนที่ขนย้ายสิ่งของได้ 6 ทิศทาง ติดตั้งรางวิ่ง (Crane Run Way) บนโครงสร้างที่สูงจากพื้น เหมาะสำหรับงานก่อสร้างและงานอุตสาหกรรมที่ต้องยกของหนัก ช่วยทุ่นแรงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

6. เครนราง (Overhead Cranes)
ติดตั้ง รอกไฟฟ้า ไว้ระหว่างคานสองตัว เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องยกและเคลื่อนย้ายน้ำหนักมาก เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมเคมี และโรงไฟฟ้า
สำหรับใครที่กำลังมองหารอกไฟฟ้าไว้ใช้งาน อย่าลืมศึกษาเรื่อง วิธีติดตั้งรอกไฟฟ้า ควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้ใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมั่นใจมากขึ้น

7. เครนติดผนัง (Wall Cranes)
เครนติดผนังแบบแขนยื่น สามารถออกแบบได้ทั้งแบบคานเดี่ยวและคานคู่ โดยโรงงานส่วนใหญ่นิยมติดตั้งร่วมกับเครนเหนือศีรษะเป็น 2 ระดับ แบ่งตำแหน่งการวิ่งของเครนไว้ด้านบน และติดตั้งเครนติดผนังไว้ด้านล่าง
เครนยังมีอีกหลายประเภทที่แยกออกมา ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ประเภท ลักษณะต่าง ๆ ของเครน เพื่อที่จะสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานประเภทต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้กับงานนั้น ๆ ด้วย
เครนช่วยอะไรได้บ้าง? เปิด 5 ประโยชน์ที่มากกว่าการยกของ
เห็นเครนทีไร หลายคนคงนึกถึงภาพการยกของหนักเป็นอย่างแรก แต่จริง ๆ แล้วเครนทำอะไรได้มากกว่านั้น! ตั้งแต่งานก่อสร้าง งานถ่ายทำ ไปจนถึงงานช่วยเหลือและงานด้านการเกษตร เครนก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย
- งานก่อสร้างและงานอาคาร
รถเครนไม่ได้ใช้แค่ในงานก่อสร้างอาคารหรืออาคารสูงเท่านั้น แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้กับงานได้หลากหลายประเภท - งานแสดงและถ่ายทำ
ใช้รถเครนยกกล้องหรือกระเช้าขึ้นสูง เพื่อเก็บภาพมุมสูงและสร้างมุมมองที่สมจริงสำหรับงานแสดงหรือการถ่ายทำ - ทำความสะอาดอาคารสูง
สามารถใช้กระเช้าของรถเครนยกขึ้นไปยังจุดสูง เพื่อทำความสะอาดอาคารจากด้านบนลงมาเป็นลำดับ - งานช่วยเหลือและกู้ภัย
ในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ฉุกเฉิน รถเครนสามารถใช้ยกกระเช้าขึ้นสูงเพื่อช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในอาคารสูงหรือพื้นที่เข้าถึงได้ยาก - งานด้านการเกษตร
รถเครนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในแปลงเกษตร เพื่อช่วยยกและเคลื่อนย้ายสิ่งของหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ
8 ข้อห้ามและข้อควรระวัง ใช้เครนอย่างไรให้ปลอดภัย
การใช้เครนให้ปลอดภัยไม่ได้มีแค่การควบคุมเครนให้ถูกวิธี แต่ยังต้องใส่ใจตั้งแต่ ตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนใช้งาน ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องใช้งาน ไม่ยกของข้ามศีรษะผู้อื่น ไปจนถึงหยุดเครื่องทันทีเมื่อพบความผิดปกติ แล้วมีข้อควรระวังอะไรอีกบ้าง? ไปเช็ก 8 ข้อสำคัญที่คนใช้เครนไม่ควรมองข้ามกันเลย
- ก่อนเริ่มใช้งานทุกครั้ง ควรตรวจสอบระบบการทำงานของรอกและเครน ว่าปกติหรือไม่ ก่อนทำการยกชิ้นงาน
- ห้ามผู้ที่ไม่รู้วิธีการใช้งาน หรือไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง และรับผิดชอบโดยตรงใช้รอกและเครน
- ไม่ควรใช้รอกและเครน เพื่อการโดยสาร
- หยุดการใช้รอกและเครน โดยกดปุ่มสวิทซ์ฉุกเฉินทันที เมื่อเสียงดังหรือระบบการทำงานผิดปกติ
- ไม่ควรเดินรอกหรือยกชิ้นงานข้ามศีรษะผู้อื่นโดยไม่บอกกล่าว อาจเกิดอุบัติเหตุและอันตรายได้
- ไม่ควรเล่น แกว่งหรือโยกอย่างคึกคะนอง ขณะทำการยกชิ้นงาน
- ห้ามทำการซ่อมแซมรอกเอง เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับรอก ควรแจ้งช่างซ่อมบำรุง หรือผู้รับผิดชอบโดยตรง
- ไม่ควรยกหรือห้อยชิ้นงานค้างไว้ โดยไม่จำเป็น
จะเห็นได้ว่า เครนแต่ละประเภทมีรูปแบบการติดตั้งและการใช้งานต่างกัน ดังนั้นนอกจากเลือกเครนให้เหมาะกับงานแล้ว ขั้นตอนการติดตั้งเครน ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ใช้งานได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย เพราะเครนที่ดีไม่ได้มีหน้าที่แค่ “ยกของให้ไหว” แต่ยังช่วยให้งานคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เลือกให้เหมาะ ใช้ให้ถูกวิธี และใส่ใจความปลอดภัย เท่านี้งานยกหนักก็เบาแรงขึ้นได้อีกเยอะ! ✨
หากกำลังมองหาผู้ช่วยงานช่างที่ตอบโจทย์ครบทุกด้าน Kacha (Thailand) คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเราคัดสรรทั้งอุปกรณ์คุณภาพ พร้อมให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้ทุกงานช่างเป็นเรื่องง่ายและมั่นใจยิ่งขึ้น
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 092-262-6250 หรือ Line: @kachathai และยังสามารถแวะเข้ามาชมสินค้าจริงได้ที่โชว์รูม Kacha (Thailand) สาขาสาทร 658 ชั้นที่ 1,2,3 ซอยเจริญกรุง 67 แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 เรายินดีดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอน
ดูแผนที่การเดินทางได้ที่ https://maps.app.goo.gl/eD6pbepEwuxWiBLC8
เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย





