
อัปเดตเมื่อ วันที่ 5 ตุลาคม 2026
10 วิธีรับมือน้ำท่วม เตรียมตัวอย่างไรดีก่อนน้ำมา
เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำอาจเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านและพื้นที่โดยรอบได้ในเวลาไม่นาน หากไม่ได้เตรียมรับมือล่วงหน้า ผลที่ตามมาอาจเสียหากหนักกว่าที่คิด การรู้จัก วิธีรับมือน้ำท่วม จะช่วยให้เราวางแผนและเตรียมพร้อมได้ทันสถานการณ์ วันนี้เราจึ้งรวบรวม 10 วิธีรับมือน้ำท่วม อุปกรณ์จำเป็น และข้อควรระวังที่ควรรู้ เพื่อช่วยให้คุณและคนในบ้านรับมือกับน้ำท่วมได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น 🌊
10 วิธีรับมือน้ำท่วม ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
น้ำท่วม เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้ โดยมี 10 วิธี หลัก ๆ ได้แก่ 1. ติดตามข่าวสาร 2. เตรียมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน 3. ยกสิ่งของขึ้นที่สูง 4. ตัดกระแสไฟ 5. เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน 6. เก็บเอกสารสำคัญใส่ซองกันน้ำ 7. ทำแนวกั้นน้ำรอบบริเวณบ้าน 8. เคลื่อนย้ายยานพาหนะ 9. เตรียมอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม 10. วางแผนเส้นทางอพยพ

1. ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนอย่างสม่ำเสมอ
หมั่นเช็กข้อมูลข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่เป็นระยะ ๆ เพื่อประเมินระดับความเสี่ยง ปริมาณฝนสะสม และทิศทางการไหลของมวลน้ำได้ล่วงหน้า ให้สามารถวางแผนรับมือและหาซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ได้ทันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ตัวช่วยอย่างแอปพลิเคชัน ThaiWater, DWR4THAI, DPM Reporter, DPM Alert หรือเช็คน้ำ เพื่อเช็กสถานการณ์และระดับน้ำ สำหรับประเมินสถานการณ์ได้อีกด้วย
2. เตรียมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน
เตรียมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยอาจใช้วิธีบันทึกไว้ในโทรศัพท์ หรือจดไว้ในสมุดเล่มเล็กที่พกพาได้ง่าย ซึ่งเบอร์ติดต่อฉุกเฉินที่มักต้องใช้หรือจำเป็นต้องติดต่อในช่วงน้ำท่วม ได้แก่
- 1784 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รับแจ้งเหตุและประสานงานความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
- 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุทางการแพทย์
- 1111 บริการประชาชน สำนักนายกรัฐมนตรี สายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์และขอความช่วยเหลือทั่วไป
- 1193 ตำรวจทางหลวง สอบถามเส้นทางน้ำท่วม หรือขอความช่วยเหลือบนทางหลวง
- 1146 กรมทางหลวงชนบท สอบถามเส้นทางหรือแจ้งถนนชำรุดในเขตต่างจังหวัด
- 1460 กรมชลประทาน ข้อมูลสถานการณ์น้ำและการระบายน้ำ
- 1129 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) แจ้งเหตุไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าดับ หรือขอตัดไฟในพื้นที่ต่างจังหวัด
- 1130 การไฟฟ้านครหลวง (MEA) แจ้งเหตุเกี่ยวกับไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ
3. ยกสิ่งของขึ้นที่สูง
เคลื่อนย้ายข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ไปไว้บนชั้นสอง หรือหากบ้านมีเพียงชั้นเดียว ให้หาพาเลท หรือ ชั้นวางของเหล็ก ที่มีความแข็งแรงทนทานไว้รองรับของที่ต้องการย้าย โดยให้อยู่เหนือระดับน้ำที่คาดว่าจะท่วมถึง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำขัง
4. ตัดกระแสไฟและปิดวาล์วก๊าซหุงต้ม
สับคัตเอาต์หรือเบรกเกอร์ปลดวงจรไฟฟ้าในชั้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วม เพื่อป้องกันอันตรายร้ายแรงจากไฟดูดหรือไฟฟ้ารั่ว พร้อมทั้งปิดวาล์วถังก๊าซหุงต้มให้สนิท ก่อนกระแสน้ำจะมา
5. เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินและเสบียง
จัด กระเป๋าฉุกเฉิน ไว้ให้พร้อมสำหรับกรณีที่ต้องอพยพออกจากบ้าน โดยควรมีน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาล ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง และของใช้จำเป็นอื่น ๆ รวมถึงเตรียมอาหารและน้ำดื่มสำรองให้เพียงพอ หากสถานการณ์ทำให้ไม่สามารถออกไปซื้อของได้ตามปกติ
6. เก็บเอกสารสำคัญใส่ซองกันน้ำ
นำเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารทางการเงิน กรมธรรม์ประกันภัย และเอกสารเกี่ยวกับบ้านหรือรถยนต์ ใส่ไว้ใน ซองหรือถุงกันน้ำ และเก็บในบริเวณที่ปลอดภัยและหยิบออกมาได้ง่าย หากจำเป็นต้องอพยพ ควรนำติดตัวไปด้วย
7. ทำแนวกั้นน้ำรอบบริเวณบ้าน
หากมีประกาศเตือนหรือคาดการณ์ว่าน้ำอาจไหลเข้าบ้าน ควรเตรียม อุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วม เช่น กระสอบทราย กำแพงกันน้ำท่วม กระสอบทรายพองตัวอัตโนมัติ หรือแผ่นป้องกันน้ำท่วมสำหรับประตู/หน้าต่าง มาวางบริเวณประตู ทางเข้า และจุดที่มีความเสี่ยง เพื่อช่วยชะลอหรือป้องกันน้ำไหลเข้าสู่ตัวบ้าน
8. เคลื่อนย้ายยานพาหนะ
หากมีแนวโน้มน้ำท่วมสูง ควรรีบ เคลื่อนย้ายรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไปจอดในพื้นที่สูงและปลอดภัย ก่อนระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ สำหรับกรณีที่รถจอดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและต้องยกตัวรถขึ้นเพื่อป้องกันกระแสน้ำ ควรเลือกใช้ แม่แรงยกรถ ที่มีพิกัดรับน้ำหนักเหมาะสมกับรถ และใช้งานร่วมกับ ขาตั้งรองรับรถ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ไม่ควรใช้แม่แรงเพียงอย่างเดียวในการค้ำหรือรองรับรถเป็นเวลานาน
9. เตรียมอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม
ชาร์จโทรศัพท์มือถือและ Power Bank ให้เต็มอยู่เสมอ รวมถึงเตรียมสายชาร์จหรืออุปกรณ์สื่อสารสำรองไว้ เพื่อให้สามารถติดตามข่าวสาร ติดต่อคนในครอบครัว และขอความช่วยเหลือได้แม้กระทั่งเวลาเกิดไฟฟ้าดับหรือไม่สามารถออกจากบ้านได้
10. วางแผนเส้นทางอพยพ
ศึกษาทางออกจากบ้านและ เส้นทางไปยังจุดปลอดภัยหรือศูนย์พักพิง ที่อยู่ใกล้ที่สุด พร้อมกำหนดเส้นทางสำรองไว้มากกว่า 1 เส้นทาง เผื่อเส้นทางหลักถูกน้ำท่วม ตัดขาด หรือไม่สามารถสัญจรได้ และควรตกลงจุดนัดพบกับสมาชิกในครอบครัวไว้ล่วงหน้า
อุปกรณ์และสิ่งของจำเป็น ที่ต้องมีไว้ติดบ้าน
น้ำท่วมส่งผลให้การออกไปซื้ออาหาร น้ำดื่ม หรือของใช้จำเป็นทำได้ยากขึ้น วิธีรับมือน้ำท่วมด้วยการเตรียม อุปกรณ์และสิ่งของที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า จึงช่วยให้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดี โดยเราแบ่งสิ่งของจำเป็นที่ต้องเตรียมออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1. ชุดยังชีพและเสบียงสำรอง 2. อุปกรณ์สื่อสารและส่องสว่าง 3. ระบบป้องกันและสุขอนามัย ดังนี้
1. ชุดยังชีพและเสบียงสำรอง

- น้ำดื่มสะอาด สำรองให้เพียงพอสำหรับทุกคนในบ้านอย่างน้อย 3-7 วัน (เฉลี่ย 3 ลิตร/คน/วัน)
- อาหารแห้ง อาหารกระป๋องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรืออาหารที่ไม่ต้องปรุงสุกและเก็บได้นาน
- ยาสามัญและยาประจำตัว ยาแก้ปวดลดไข้,ยาใส่แผล, ผงเกลือแร่, ยาทากันน้ำกัดเท้า
2. อุปกรณ์สื่อสารและส่องสว่าง

- ไฟฉายและถ่านสำรอง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดยามไฟดับ เลี่ยงการใช้เทียนไขเพื่อลดความเสี่ยงเพลิงไหม้
- พาวเวอร์แบงก์ ชาร์จไฟให้เต็มอยู่เสมอสำหรับมือถือเพื่อใช้ติดตามข่าวสารและขอความช่วยเหลือ
3. ระบบป้องกันและสุขอนามัย

- ถุงขยะและทิชชูเปียก สำหรับจัดการขับถ่ายและขยะในบ้านกรณีส้วมเต็มหรือระบบขับถ่ายใช้การไม่ได้
- ซองกันน้ำ สำหรับใส่เอกสารสำคัญ (บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สมุดบัญชี) และเงินสด
- รองเท้าบูทยาง ป้องกันเชื้อโรคในน้ำและสิ่งมีคมบาดขณะจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ
ข้อควรระวังในการรับมือน้ำท่วม
ช่วงน้ำท่วมควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะน้ำอาจปนเปื้อนสิ่งสกปรก เชื้อโรค หรือสัมผัสกับระบบไฟฟ้าที่ชำรุดได้ โดยข้อควรระวังสำคัญมี 5 ข้อหลัก ๆ ได้แก่ 1. หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำโดยไม่จำเป็น 2. ไม่สัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะตัวเปียก 3. หลีกเลี่ยงการขับรถฝ่าน้ำท่วมสูง 4. ระวังน้ำท่วมที่อาจมีสิ่งปนเปื้อน 5. ไม่ใช้น้ำหรืออาหารที่อาจปนเปื้อน

- หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำโดยไม่จำเป็น น้ำท่วมอาจมีสิ่งของมีคม เศษแก้ว สัตว์มีพิษ หรือสิ่งปนเปื้อนที่มองไม่เห็น หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบูทหรืออุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงบริเวณที่น้ำไหลเชี่ยว
- ไม่สัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะตัวเปียก หากมีน้ำท่วมถึงบริเวณปลั๊กไฟ สวิตช์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ควรเข้าใกล้หรือสัมผัสโดยตรง เพราะอาจเกิดไฟรั่วและไฟดูดได้ หากจำเป็นต้องตัดกระแสไฟ ควรทำเฉพาะกรณีที่สามารถเข้าถึงเบรกเกอร์ได้อย่างปลอดภัย รวมถึงคอยระวังเรื่องไฟฟ้าลัดวงจรด้วย
- หลีกเลี่ยงการขับรถฝ่าน้ำท่วมสูง ไม่ควรขับรถผ่านบริเวณที่น้ำไหลเชี่ยวหรือน้ำสูงจนประเมินระดับพื้นถนนไม่ได้ เพราะรถอาจเสียการควบคุม เครื่องยนต์เสียหาย หรือถูกกระแสน้ำพัดออกนอกเส้นทางได้
- ระวังน้ำท่วมที่อาจมีสิ่งปนเปื้อน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมโดยตรง โดยเฉพาะหากมีบาดแผล หากต้องสัมผัสควรสวมถุงมือและรองเท้าที่ป้องกันน้ำได้ และล้างมือด้วยสบู่หลังสัมผัสน้ำท่วม
- ไม่ใช้น้ำหรืออาหารที่อาจปนเปื้อน ควรใช้น้ำสะอาดสำหรับดื่มและประกอบอาหาร และทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมหรือสงสัยว่าอาจปนเปื้อน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อสุขภาพ
วิธีรับมือน้ำท่วมหลังน้ำลด ต้องทำอย่างไร?
หลังน้ำลดแล้ว ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จะปลอดภัยทันที เพราะภายในบ้านอาจยังมีน้ำขัง โคลน เชื้อโรค ระบบไฟฟ้าที่เสียหาย หรือโครงสร้างที่ไม่แข็งแรง ดังนั้นเราควรตรวจสอบความปลอดภัยของบ้านและบริเวณโดยรอบก่อนกลับเข้าใช้งาน โดยเฉพาะ ระบบไฟฟ้า โครงสร้างบ้าน น้ำประปา และสิ่งของที่ได้รับความเสียหาย จากนั้นจึงทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณที่ถูกน้ำท่วมอย่างเหมาะสม
หากต้องการดูขั้นตอนการจัดการบ้านหลังน้ำท่วมแบบละเอียด สามารถอ่านต่อได้ที่คู่มือ ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม ซึ่งเราได้รวบรวมตั้งแต่ข้อควรระวังก่อนเริ่ม อุปกรณ์ที่ต้องใช้ และขั้นตอนการทำความสะอาดมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ
กฎเหล็กหลังน้ำลดคือห้ามใจร้อนเปิดไฟหรือเข้าบ้านทันทีจนกว่าจะเช็กโครงสร้างและระบบไฟฟ้าว่าปลอดภัย และต้องรีบกวาดดินโคลนออกตอนที่ยังเปียกอยู่ เพราะถ้าปล่อยให้แห้งจะแข็งตัวเหมือนคอนกรีตและล้างออกยาก – Kacha Thailand
การเรียนรู้ วิธีรับมือน้ำท่วม และเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า ช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีสติและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เพราะน้ำท่วมเป็นภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ยิ่งเตรียมพร้อมเร็วเท่าไร ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวเรา ครอบครัว และทรัพย์สินได้มากขึ้น
หากคุณกำลังมองหาชั้นวางของสำหรับยกของขึ้นที่สูง แม่แรงยกรถ สำหรับยกรถหนีน้ำท่วม หรือกำแพงกันน้ำท่วม สำหรับป้องกันน้ำเข้าบ้าน สามารถเลือกดูสินค้าได้ที่ Kacha (Thailand) ร้านขายชั้นวางของ และอุปกรณ์สำหรับงานช่าง เรามีสินค้าหลากหลายที่ตอบโจทย์การใช้งานให้คุณเลือกซื้อ พร้อมให้คำปรึกษาและคำแนะนำโดยช่างผู้เชี่ยวชาญค่ะ
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 092-262-6250 หรือ Line: @kachathai และยังสามารถแวะเข้ามาชมสินค้าจริงได้ที่โชว์รูม Kacha (Thailand) สาขาสาทร 658 ชั้นที่ 1,2,3 ซอยเจริญกรุง 67 แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 เรายินดีดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอน
ดูแผนที่การเดินทางได้ที่ https://maps.app.goo.gl/eD6pbepEwuxWiBLC8
เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสำคัญ และโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สามารถติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆได้หลากหลายช่องทางตามด้านล่างนี้เลย





